ผู้ประกอบการสับสนวิธีคิด"กสทช."ค่าธรรมเนียมอัตราใหม่"AIS-ดีแทค"กระอัก

แหล่งข่าวในวงการโทรคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมฯ (กสทช.) เตรียมปรับปรุงประกาศ กสทช.ว่าด้วยค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ฉบับที่ 2 ที่จะมีการปรับปรุงโครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียมลง หลังจากพบว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กสทช.มีรายได้คงเหลือ หลังหักค่าใช้จ่ายดำเนินงานสูงเกินจริงไม่สอดคล้องพ.ร.บ.องค์กร จัดสรรคลื่นความถี่ฯปี 2553 (พ.ร.บ.กสทช.) นั้น ล่าสุดอนุกรรมการกลั่นกรองด้านโทรคมนาคมได้ผ่านความเห็นชอบโครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียมใหม่ดังกล่าวแล้วเตรียมเสนอบอร์ด กสทช.เพื่อจัดรับฟังความเห็นสาธารณะต่อไป ท่ามกลางความสับสนของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม เพราะ ก่อนหน้าบอร์ดกสทช.ได้ตีกลับโครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียมใหม่ดังกล่าวเพื่อให้สำนักงาน กสทช.กลับไปทบทวนเนื่องจากเห็นว่าไม่เป็นไปตามที่คณะทำงานและบริษัทที่ปรึกษาเสนอ แต่เมื่อนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการกลั่นกรองด้านโทรคมนาคมก็กลับอนุมัติโครงสร้างดังกล่าวในทันที
          อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าโครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียมใหม่ดังกล่าว สำนักงาน กสทช.ได้เสนอเพิ่มเติมโครงสร้างรายได้และอัตราค่าธรรมเนียมเรียกเก็บใหม่ จากที่คณะทำงานและบริษัทที่ปรึกษาเสนอมา 4 ระดับ ขึ้นเป็น 8 ระดับ โดยให้ซอยย่อยค่าธรรมเนียมที่จะเรียกเก็บจากบริษัทเอกชนที่มี รายได้เกิน 5,000 ล้านบาทขึ้นไป จากเดิมกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมไว้ 1.50% และต้องปรับลดลง 50% เป็น 0.75% แต่ตามโครงสร้างใหม่กลับซอยย่อยอีก 4 ระดับ โดยกำหนดให้ ผู้ประกอบการที่มีรายได้รวมตั้งแต่ 5,000-10,000 ล้านบาท จัดเก็บ 0.75%, รายได้ตั้งแต่ 10,000-20,000 ล้านบาท จัดเก็บ 1.0% รายได้ตั้งแต่ 20,000-50,000 ล้านบาท เก็บ 1.25% และที่เกิน 50,000 ล้านบาท ขึ้นไปจัดเก็บในอัตรา 1.5% เท่าเดิม โดยอ้างเพื่อส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่
          ทั้งนี้ การซอยย่อยโครงสร้างค่าธรรมเนียมดังกล่าว ทำให้ มีผู้ให้บริการโทรคมนาคมเพียงรายเดียวที่ได้ประโยชน์จากการ ปรับลดค่าธรรมเนียมรายปีไปเต็มๆ เพราะมีการแยกย่อยบริษัทที่ให้ บริการโทรคมนาคมไว้หลายบริษัท โดยแต่ละบริษัทมีรายได้ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท จึงได้อานิสงส์จากการปรับลดค่าธรรมเนียมไปโดยปริยาย ขณะที่ผู้ประกอบการโทรคมนาคมรายใหญ่อีก 2 ค่าย คือ ดีแทค และเอไอเอสนั้น ยังคงต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีเท่าเดิม เพราะมีรายได้จากการดำเนินการที่เกิน 50,000 ล้านบาทขึ้นไป
          "เป้าหมายการปรับลดค่าธรรมเนียมใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจของกสทช.ที่จะไม่สร้างภาระต่อประชาชนผู้ใช้บริการ แต่ภายใต้โครงสร้างใหม่ที่ออกมา รายได้จากค่าธรรมเนียมที่ กสทช.เรียกเก็บนั้นท้ายที่สุดแทบจะไม่ต่างไปจากเดิม ขณะที่ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ 70-80% แทบไม่ได้ อานิสงส์ใดๆ จากการปรับลดค่าธรรมเนียมในครั้งนี้"