กสทช.ย้ำบอร์ดถกขยายเวลา จ่ายค่าคลื่น900วันที่27ธ.ค.นี้

กสทช. ย้ำบอร์ดถกขยายจ่ายค่างวดใบอนุญาตคลื่น 900 MHz วันที่ 27 ธ.ค.นี้ ก่อนรายงานคสช.ภายในปีนี้ พร้อมสรุปสัญญาคู่ค้า TOT-DTAC บนคลื่น 2300 MHz นอกจากนี้ ส่งหนังสือให้ความเห็น-ข้อเสนอช่วยเหลือทีวีดิจิทัล ไปยังคสช.แล้ว ยันไม่จ่ายค่างวดที่เหลือทำไม่ได้ ขอให้รอคสช.ใช้ ม.44 ตัดสินใจ
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า กรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ส่งหนังสือมาที่สำนักงาน กสทช.เพื่อขอความเห็นในการประกอบการพิจารณาขยายระยะเวลาการชำระค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 MHz ที่เปิดประมูลไปเมื่อปี 2558 หลังจากบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ AWN บริษัทในเครือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC และบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด หรือ TUC บริษัทในเครือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ขอให้ คสช.พิจารณาขยายเวลาการชำระเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz งวดที่ 4 ซึ่งต้องชำระประมาณ 60,000 ล้านบาท/ราย เป็นงวดสุดท้ายที่มีกำหนดชำระในปี 2562 แบ่งเป็น 5 งวดย่อยนั้น ในวันที่ 27 ธ.ค.นี้จะนำเข้าเป็นวาระการประชุม กสทช. คาดว่าจะสามารถสรุปกรณีดังกล่าวให้แล้วเสร็จ และรายงานกลับไปยัง คสช.ได้ภายในสิ้นปีนี้
          นอกจากนี้ จะนำเรื่องสัญญาณการให้บริการบนคลื่นความถี่ 2300 MHz ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT กับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC บรรจุเข้าเป็นวาระการประชุม กสทช.ในวันเดียวกัน โดยการประชุมครั้งนี้จะได้ผลสรุปอย่างแน่นอน
          ขณะเดียวกันกสทช.ได้ทำหนังสือแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอที่สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลได้ตามความเหมาะสม ส่งไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้ว หลังจากเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2560 ที่ผ่านมา สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล(ประเทศไทย) ไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการปฏิรูปสื่อสารมวลชน เพื่อให้รัฐดำเนินการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล
          สำหรับข้อเสนอที่สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล(ประเทศไทย) เรียกร้องมาใน 3 ส่วน คือ 1.ต้องการให้ยกเว้นการเก็บเงินค่างวดใบอนุญาตทีวีดิจิทัลที่เหลือตั้งแต่งวดที่ 5-8 จำนวนรวม 16,837 ล้านบาท 2.ต้องการให้ทีวีดิจิทัลมีเพียง 30 ช่อง จากเดิมที่จะต้องมีจำนวน 48 ช่อง โดยให้นำเอาคลื่นที่ไม่ได้ใช้ในจำนวน 18 ช่องส่วนต่างนั้นไปประมูลเพื่อนำเงินรายได้เข้ารัฐแทน และ 3.ต้องการให้นำเงินที่ใช้แจกคูปองสำหรับซื้อ Set Top Box มาสนับสนุนช่วยเหลือค่าเช่าโครงข่ายสัญญาณ (MUX) ซึ่งสำนักงาน กสทช.ได้พิจารณาแล้วเห็นว่ากรณียกเว้นเงินค่างวดใบอนุญาตที่เหลือไม่สามารถทำได้ ส่วนอีก 2 ข้อที่เสนอมา ขณะนี้ยังบอกรายละเอียดการช่วยเหลือไม่ได้ เนื่องจากต้องส่งให้ คสช.พิจารณาก่อน
          “สำนักงาน กสทช.สามารถให้ความเห็น และช่วยเหลือได้ตามอำนาจหน้าที่ที่สามารถทำได้เท่านั้น แต่ที่สมาคมดิจิตอลทีวีฯ เสนอมานั้นมีบางส่วนที่นอกเหนือการตัดสินใจของสำนักงาน กสทช. ซึ่งผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลก็คงต้องรอการตัดสินใจของ คสช.ว่าจะใช้ ม.44 ในการปลดล็อคเรื่องนี้หรือไม่” นายฐากร กล่าว
          นอกจากนี้ กสทช.นำเงินรายได้จากการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 1800 MHz งวดที่ 2 และดอกเบี้ย จำนวนรวมทั้งสิ้น 20,195.59 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ได้จากการชำระค่าประมูลของ TUC จำนวน 9,948 ล้านบาท และ AWN จำนวน 10,246.50 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอีกจำนวน 1.09 ล้านบาท ส่งกระทรวงการคลัง เพื่อเป็นรายได้แผ่นดิน
          ทั้งนี้ ในปี 2558 ทั้ง 2 บริษัท ได้ชำระค่าประมูลคลื่นความถี่ในงวดที่ 1 จำนวน 50% ของราคาที่ชนะการประมูลมาแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 43,216.23 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งสำนักงาน กสทช.ได้นำส่งกระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินไปแล้ว