"อิเลิร์นนิตี้ "ประกาศปักธงในไทย

กรุงเทพธุรกิจ   ยักษ์ซอฟต์แวร์สัญชาติจีน "อิเลิร์นนิตี้" ประกาศปักธงตลาดไทย ดันซอฟต์แวร์ "คลาสโฟลว์" เจาะสถาบัน การศึกษารัฐ-เอกชน เปิดทางใช้เทคโนโลยี เออาร์ วีอาร์ พัฒนาระบบนิเวศการศึกษาไทย
          นายแลร์รี่ เครสเลอร์ ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท อิเลิร์นนิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ เน็ตดรากอน ประเทศจีน กล่าวว่า มีแผนเข้ามา บุกเบิกตลาดโซลูชั่นสำหรับภาคการศึกษา ในประเทศไทย โดยมุ่งสนับสนุนสถาบัน การศึกษาทั้งรัฐบาลและเอกชนด้วยการวิเคราะห์ ข้อมูลผู้เรียนผ่านแพลตฟอร์มของบริษัท
          พร้อมกันนี้ ผนวกเข้ากับเทคโนโลยีเออาร์, วีอาร์, และ โฮโลแกรม เพื่อสร้างระบบนิเวศ การศึกษาให้นักเรียน ผู้ปกครอง และครู ได้ใช้ เทคโนโลยีดังกล่าวร่วมกันทั้งในและนอก
          ห้องเรียน นำร่องด้วยซอฟต์แวร์ "คลาสโฟลว์ (Class Flow)" แพลตฟอร์มรวบรวมบทเรียน ซึ่งจะเปิดให้โรงเรียนรัฐบาลใช้ฟรี
          "ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเรือธงของบริษัท ล้วนเป็นสุดยอดเทคโนโลยีการศึกษาที่ช่วย สร้างสรรค์ห้องเรียนแบบอินเทอร์แอคทีฟ และสภาพแวดล้อมของการศึกษาเชิงนิเวศ ที่พ่อแม่ ผู้ปกครองและนักเรียนได้ใช้ เทคโนโลยีร่วมกัน และเป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและการเรียนรู้ นอกห้องเรียนจึงสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต"
          สำหรับ แนวทางการทำตลาดมุ่งหา บริษัทพันธมิตรซึ่งเป็นบริษัทในประเทศไทย เพื่อการเจาะตลาดสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐ และเอกชน นำร่องด้วยแพลตฟอร์มคลาสโฟลว์ ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่บรรจุบทเรียนในหลาย ระดับชั้น มีทั้งข้อมูลที่บริษัทจัดทำขึ้น และ ผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นๆ นำข้อมูลมาเผยแพร่ไว้ เพื่อให้ผู้อื่นนำไปใช้ได้ บางบทเรียนสามารถ เข้ามาใช้ได้ฟรีและ บางบทเรียนอาจมี ค่าใช้จ่ายในการเข้าใช้
          เขากล่าวว่า โรงเรียนไทยที่เป็นของรัฐ จะสามารถเข้าใช้งานได้ฟรี โดยรูปแบบ แพลตฟอร์มจะมีการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ไร้สาย ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบนสมาร์ทโฟน แทบเล็ต เพื่อเข้าถึงผู้ใช้งานได้ง่ายขึ้นและเปลี่ยน ห้องเรียนแบบเดิมให้ทันสมัย มีนักเรียน เป็นศูนย์กลางและผู้สอนสามารถสั่งงานกับ ผู้เรียนได้ทันที นอกจากในห้องเรียนแล้ว แพลตฟอร์มนี้ยังสามารถเปิดใช้งานได้นอก ห้องเรียนหรือที่บ้านได้ เนื่องจากบทเรียน ความรู้ต่างๆ สามารถโฟลดผ่านอินเทอร์เน็ตได้
          นายไซมอน เหลียง รองประธาน เน็ตดรากอน และ ประธาน อิเลิร์นนิตี้ เสริมว่าตลาดประเทศไทยมีศักยภาพ จากความพร้อมด้านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และการเรียนการสอนที่เน้นไปที่นักเรียน เป็นศูนย์กลาง รวมถึงการสร้างห้องเรียน แบบอินเทอร์แอคทีฟ