ราคาเน็ตประชารัฐ349บาท

เปิดเน็ตประชารัฐ
          โพสต์ทูเดย์ - กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเตรียมเปิดให้ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ เข้ามาเชื่อมต่อเน็ตประชารัฐ ให้บริการแก่ประชาชน กำหนดราคากลาง 349 บาท/เดือน
          โพสต์ทูเดย์ - ดีอีเตรียมเปิดให้ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ เข้ามาเชื่อมต่อเน็ตประชารัฐให้บริการแก่ประชาชน กำหนดราคากลาง 349 บาท/เดือน
          นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า แผนงานของกระทรวงในปี 2561 จะเดินหน้าโครงการเน็ตประชารัฐที่ได้มีการติดตั้งโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเสร็จในวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมาแล้ว ครบจำนวน 2.47 หมื่นหมู่บ้าน โดยบริษัท ทีโอที ได้ทำระบบการให้บริการเน็ตประชารัฐแบบเปิด เพื่อให้ภาครัฐ ภาคเอกชน หรือรัฐวิสาหกิจ เข้ามาเชื่อมต่อให้บริการกับประชาชนได้
          สำหรับการเปิดให้ภาคเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจเข้ามาเชื่อมต่อเน็ตประชารัฐเพื่อให้บริการแก่ประชาชนปลายทาง กระทรวงได้ราคากลางค่าบริการแพ็กเกจ รายเดือนแล้วอยู่ที่ประมาณ 349 บาท/เดือน ความเร็วอินเทอร์เน็ตอยู่ที่ 30/10 ถือเป็นราคาที่เหมาะสมเมื่อคิด ตามพื้นที่การเข้าถึง เพื่อทำให้ประชาชน ได้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตในราคาไม่แพง รวมถึงจะส่งเสริมทำให้เกิดประโยชน์ ในการทำธุรกิจออนไลน์ หรืออี-คอมเมิร์ซ
          ขณะเดียวกัน การส่งเสริมทำธุรกิจออนไลน์ หรือ อี-คอมเมิร์ซ จะเปิดให้บริการอี-คอมเมิร์ซระดับชุมชนที่จะครอบคลุมทั้งการชำระเงินและระบบการจัดส่งสินค้าทางไปรษณีย์ รวมถึงการมุ่งอบรมสร้างแกนนำคนรุ่นใหม่ ทำให้ประชาชนมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องเน็ตประชารัฐและการใช้บริการ คาดว่าจะสามารถอบรมให้ความรู้แก่ประชาชนในระยะแรกได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน
          นอกจากนี้ กระทรวงจะเดินหน้าการจัดทำโครงการ ดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์ ใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่อยู่ภายใต้โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ระยะแรกจะเริ่มสร้างสิ่งปลูกสร้างพื้นฐาน พร้อมจัดตั้งสถาบันอินเทอร์เน็ตเพื่อการพัฒนาประเทศ เพื่อทำให้เกิดการใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตอย่างสูงสุด และเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมต่างๆ
          นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ส่วนแผนงานไซเบอร์ซีเคียวริตี้จะเดินหน้า ต่อเนื่อง ทั้งการปิดกั้นเว็บไซต์ที่ ไม่เหมาะสม รวมถึงการพิจารณากฎหมายและกฎระเบียบที่เอื้อต่อการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และการผลักดันโครงการเมืองอัจฉริยะ หรือสมาร์ทซิตี้ 6 เมืองในปีหน้า การสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ พร้อมกับสร้างบุคลากรทางดิจิทัล