"CAT"กางแผน New S-Curve ต่อยอด "LoRa" รับเทรนด์ IoT

 บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT รัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เป็นหน่วยงานหนึ่งที่สำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศด้านโทรคมนาคม ซึ่งที่ผ่านมามีการรับผิดชอบงานหลักๆ ที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐ อาทิ การขยายเส้นทางของโครงข่ายอินเทอร์เน็ตเคเบิลใต้น้ำ หรือ ซัพมารีนเคเบิล, การวางโครงข่ายไร้สายอินเทอร์เน็ต หรือไวไฟในพื้นที่สมาร์ทซิตี้ และเป็นหน่วยงานหลักในการวางระบบของพื้นที่พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก หรือ     อีอีซี เป็นต้น
          ทั้งนี้ CAT ยังมีแผนดำเนินธุรกิจในปี 2561 ที่สอดคล้องกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนเพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเร่งดำเนินงานตามแผนธุรกิจใหม่ที่เน้นงานด้านดิจิทัลเซอร์วิสเป็นหลัก หรือ New S-Curve
          โดย พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ CAT เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในปี 2561 ว่า จะเริ่มปรับแผนดำเนินธุรกิจในการมุ่งพัฒนา New S-Curve หรือกลุ่มธุรกิจใหม่ โดยเน้นดิจิทัล เซอร์วิส คาดว่าภายใน 3 ปี จะเริ่มเห็นรายได้ ซึ่งภายในต้นปีหน้าจะเปิดให้บริการโครงข่าย LoRaWAN ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งคาดว่าภายใน 5 ปี จะมีส่วนแบ่งการตลาด 25% ของอุปกรณ์เชื่อมต่อ IoT ที่คาดว่าจะมีถึง 270 ล้านอุปกรณ์
          สำหรับการพัฒนาโครงข่ายไร้สาย LoRaWAN (Long-Range Wide Area Network) โครงข่ายใหม่ที่รองรับการพัฒนาบริการ IoT และสมาร์ทซิตี้ โดยเฉพาะ และเป็นการปูทางสู่การให้บริการอัจฉริยะต่างๆ ของ CAT ในระยะยาว จากการทดสอบใช้งานระบบตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ขณะนี้โครงข่าย LoRaWAN ได้ติดตั้งใช้งานโดยสมบูรณ์แล้วในโครงการภูเก็ตสมาร์ทซิตี้ ซึ่ง CAT มีแผนขยายโครงข่าย LoRaWAN ให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มีความต้องการใช้บริการ IoT มากยิ่งขึ้น เปิดโอกาสให้นักพัฒนาจากทุกภาคส่วนสามารถร่วมพัฒนานวัตกรรม IoT บนโครงข่าย LoRaWAN ที่มีเสถียรภาพสูงในอัตราค่าบริการต่ำ
          ทั้งนี้ สามารถดำเนินการติดตั้งโครงข่าย LoRaWAN ได้อย่างรวดเร็วบนโครงสร้างพื้นฐานเดิมของโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ CAT ให้บริการอยู่ ทำให้ต้นทุนต่ำ และส่งผลให้ค่าบริการเชื่อมต่อข้อมูลของอุปกรณ์ IoT บนโครงข่าย LoRaWAN มีอัตราถูกมากเมื่อเทียบกับค่าใช้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และเมื่อจำนวนอุปกรณ์ IoT มีการเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมหาศาลในอนาคต ก็จะเป็นรายได้ที่ไม่น้อยและเป็นรายได้ระยะยาวให้กับบริษัท
          "เรามีแผนจะเป็นทั้งผู้ให้บริการโครงข่ายและเตรียมผันตัวเป็นผู้ให้บริการอัจฉริยะต่างๆ ร่วมกับพาร์ตเนอร์ ซึ่งเรายังได้ร่วมกับกลุ่มสามารถ (SISC) ขยายบริการโครงข่ายวิทยุคมนาคมระบบดิจิทัล DTRS (Digital Trunked Radio System) บนคลื่นความถี่ย่าน 800 MHz จำนวน 1,000 สถานีฐานทั่วประเทศ ด้วยงบประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อรองรับการใช้งานของผู้ใช้บริการในพื้นที่ที่มีความต้องการใช้งานได้อย่างเพียงพอ" พ.อ.สรรพชัยกล่าว
          พ.อ.สรรพชัยกล่าวต่อว่า โครงข่ายดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนโครงการต่างๆ ที่บริษัททำอยู่ ไม่ว่าจะเป็น โครงการดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์, โครงการภูเก็ตสมาร์ทซิตี้ ที่ได้ติดตั้งฟรีไวไฟครบทั้ง 1,000 จุด ครอบคลุมทั่วจังหวัดภูเก็ต พร้อมกับได้วางระบบแพลตฟอร์ม LORA เทคโนโลยีโครงข่ายไร้สายใช้พลังงานต่ำ เพื่อการสื่อสัญญาณระหว่างอุปกรณ์เซ็นเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงาน
          โดยขณะนี้ได้เปิดใช้งานเชื่อมต่อระบบ Smart Logistics ให้บริการ GPS Tracking ติดตามตัวบุคคล ยานพาหนะต่างๆ รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ นอกจากนี้ยังมีระบบอื่นๆ ที่ทยอยเปิดใช้งานอย่างระบบ Smart Utility รองรับการทำงานของมิเตอร์อัจฉริยะสำหรับสาธารณูปโภค อาทิ ไฟฟ้า น้ำประปา ตลอดจนการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม เช่น มิเตอร์วัดระดับน้ำ ระดับความชื้นใต้ดิน สามารถใช้ประโยชน์ด้านการเตือนภัยในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น
          อีกทั้งล่าสุด CAT ได้จับมือกับ 3 หน่วยงาน คือ สมาคมสมองกลฝังตัวไทย (Thai Embedded Systems Association: TESA), คณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (วิทยาเขตปราจีนบุรี) และอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จัดประชันทักษะทางด้านสมองกลฝังตัวชิงแชมป์ประเทศไทย (TESA Top Gun Rally) ครั้งที่ 12 ระหว่างวันที่ 7-13 ม.ค.2561 ภายใต้หัวข้อ "ระบบอัจฉริยะสำหรับอุทยานแห่งชาติ 4.0" (Smart National Park 4.0 : Universal National Park Box : UNPBox)
          โดยเป็นการจัดอบรมในทุกหัวข้อก่อนการแข่งขัน อาทิ จัดอบรม Project Management, หลักการส่งค่าต่างๆ, Data Analytic, LoRa Server Setting เป็นต้น เพื่อเป็นการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจแก่นักศึกษาที่เข้าแข่งขันก่อนการใช้งานจริงให้สามารถใช้งานอุปกรณ์ ตลอดจนได้ฝึกใช้เครื่องมือซอฟต์แวร์ในระดับมิดเดิลแวร์ เช่น ระบบปฏิบัติการทันเวลา, โพรโทคอลสแตก, การประมวลผลสัญญาณ ตลอดจนการทดสอบการทำงานของซอฟต์แวร์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          ทั้งนี้ มีนักศึกษาที่สมัครเข้าร่วมและผ่านการคัดเลือกทั้งหมด 201 คน จำนวน 40 ทีม จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ทั่วประเทศรวม 30 มหาวิทยาลัย สำหรับทีมที่คว้าตำแหน่งชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 30,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 20,000 บาท โดยทุกอันดับจะได้รับโล่รางวัล
          ทั้งนี้ จะมีการทดสอบการกระจายสัญญาณของโครงข่าย LoRaWAN เป็นระยะๆ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านการกระจายสัญญาณ โดยจะนำรถถ่ายทอดสัญญาณเคลื่อนที่ ตลอดจนอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ ขึ้นไปทดสอบยังจุดที่ใช้ในการแข่งขันในวันที่ 26 ธันวาคม 2560 นี้ เพื่อทำการทดสอบการทำงานของระบบเซ็นเซอร์ (sensor) แต่ละตัวให้มีประสิทธิภาพ และพร้อมปล่อยสัญญาณอย่างมีเสถียรภาพ ครอบคลุมพื้นที่ของการแข่งขันในรัศมี 5 กม.