ชี้บิ๊กดีแทคพบรัฐหวังกินนิ่มคลื่น2300

แหล่งข่าวในวงการโทรคมนาคม กล่าวถึงที่ผู้บริหารเทเลนอร์ สวีเดน และดีแทคเข้าพบ นายสมคิด จาตุรีพิทักษ์ รองนายกฯ เพื่อติดตามความคืบหน้าและแสดงความจริงใจในการลงทุนในไทย พร้อมยืนยันจะให้ความร่วมมือสนับสนุนนโยบายประชารัฐในการ ส่งเสริมประชาชนคนไทยเข้าถึงนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ผ่านโครงการความร่วมมือกับ บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) และ กสท โทรคมนาคมจำกัด (มหาชน) นั้น แหล่งข่าวกล่าวว่าเบื้องหลังก็เพื่อยืมมือรัฐและกระทรวงดิจิทัลเพื่เศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้ช่วยเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กสทช. ให้ไฟเขียวอนุมัติร่างสัญญาร่วมพัฒนาคลื่น 2300 MHz กับทีโอที และร่างสัญญาตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่าง กสท กับ บริษัท ดีแทค เพราะที่ผ่านมา ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลพยายาม อย่างมากที่จะดึงการลงทุนจากต่างชาติ จึงไม่ใช่เรื่องเกินความ คาดหมายที่ผู้บริหารเทเลนอร์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ดีแทค จะใช้โอกาสนี้ดึงประเด็นคลื่น 2300 มาพูดคุย
          อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวกล่าวว่า คงเป็นเรื่องที่หัวหน้า ทีมเศรษฐกิจ คงต้องตระหนักและไตร่ตรองให้ดีหากจะกดดัน ให้กระทรวงดีอี และกสทช.เร่งพิจารณาไฟเขียวร่างสัญญาธุรกิจ ดีแทค และทีโอที เพราะทุกฝ่ายต่างก็รับรู้กันดีว่าในปัจจุบัน มีเพียง ค่ายดีแทครายเดียวเท่านั้นที่กำลังดิ้นรนหาทางแก้ไขปัญหา คลื่นความถี่ในมือที่กำลังจะหมดลง หลังสัญญาสัมปทานคลื่น 900 และ 1800 MHz ที่มีอยู่กับ กสทใกล้สิ้นสุดสัญญาลงในเดือนกันยายน 2561 นี้ ทำให้คลื่นที่มีอยู่ในมือร่วม 50 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) หายไป ดีแทค จึงจำเป็นต้องเร่งผ่าทางตันหาคลื่นใหม่ มาสำรองในมือเพื่อเป็นหลักประกันในการดำเนินธุรกิจ
          "เป็นไปได้ที่ดีแทคจะไม่อยากแข่งประมูล เพราะกลัว ว่าจะถูก 2 ค่ายมือถือ หันมาแข่งราคาจนราคาค่าคลื่นขึ้นไปสู่ งบมาก และเงินที่ดีแทคบอกว่าเตรียมไว้ 25,000-30,000 ล้านนั้น เอาเข้าจริงวันนี้ยังไม่ถึงเกณฑ์ราคาคลื่นขั้นต่ำที่ กสทช.ตั้งไว้เสียอีก และหากว่า กสทช. เดินตามแผน ดีแทคต้องการ การประมูลคลื่นความถี่ 900 ละ 1800 MHz ที่ กสทช.ตั้งเป้าดึงเม็ดเงิน ประมูลเข้ารัฐได้นับแสนล้านบาทนั้น คงเป็นไปไม่ได้แน่นอน เพราะ เท่ากับดีแทคมีคลื่นในมือแล้ว ขณะที่เอไอเอสและทรูมูฟเองนั้น ก็ยังมีคลื่นอยู่ในมือมากพอที่จะรองรับการให้บริการในอนาคต"