"ราคูเท็น"รุกตลาดบริการมือถือ ระดมทุน5พันล้านขยายธุรกิจ

กรุงเทพธุรกิจ ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซของญี่ปุ่น "ราคูเท็น อิงค์" เล็งเข้าร่วมในการประมูลใบอนุญาตให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 4 จี ตั้งเป้าเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายรายที่ 4 ของประเทศ ส่วนหนึ่งของการปรับกลยุทธ์ทำธุรกิจ ท่ามกลางคำเติอนจากบรรดานักวิเคราะห์ ถึงการแข่งขันอย่างหนักที่รออยู่ ในการแย่งชิงลูกค้ามาจากผู้ให้บริการที่มีอยู่แล้ว
          ราคูเท็น ซึ่งบริหารเว็บไซต์ชอปปิงที่ได้รับความนิยมมากสุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น แสดงความหวังว่า การยื่นขอใบอนุญาตข้างต้น จะทำให้บริษัทได้เครื่องมือใหม่ที่จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโต
          การได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ยังจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจบริษัท รวมถึงอีคอมเมิร์ซ สตรีมมิง และบริการฟินเทค ในด้านการซื้อขายหลักทรัพย์ออนไลน์
          "ไม่มีข้อสงสัยเลยว่า อุปกรณ์มือถือ เป็นจุดที่สำคัญที่สุดสำหรับการขยายธุรกิจเพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่แล้ว รวมถึงการพัฒนาบริการใหม่ด้วย"
          แถลงการณ์ของบริษัท ยังระบุว่า มีเป้าหมายที่จะเริ่มให้บริการโทรศัพท์มือถือในปี 2562 และยังตั้งเป้าที่จะมีผู้สมัครใช้บริการอย่างน้อย 15 ล้านคน แต่ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับเป้าหมายนี้
          เมื่อเทียบกันแล้ว ซอฟท์แบงก์ กรุ๊ป ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถืออันดับ 3 ของญี่ปุ่น มีผู้ใช้บริการอยู่ราว 39 ล้านคน
          เป้าหมายข้างต้นของยักษ์อีคอมเมิร์ซญี่ปุ่นรายนี้ ถือเป็นการทะยานขึ้นมาอย่างมาก จากลูกค้าเกือบ 1.4 ล้านคนที่บริษัทมีอยู่ ในบริการเครือข่ายมือถือเสมือนจริง ที่ราคูเท็น เช่าพื้นที่โครงข่ายมาจากบริษัทต่างๆ ที่มีใบอนุญาตอยู่แล้ว
          ญี่ปุ่นมีกำหนดเปิดประมูลคลื่นความถี่ไร้สายระบบ 4จี ขึ้นในเดือน ม.ค.นี้ โดยคาดว่าจะรู้ผลภายในสิ้นเดือนมี.ค.  ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า ราคูเท็นจะก่อตั้งบริษัทมือถือแห่งใหม่ขึ้นมาในเดือนเดียงวกัน
          ราคูเท็น ที่มีมูลค่าทางการตลาดราว 13,900 ล้านดอลลาร์ เผยด้วยว่า บริษัทกำลังเตรียมที่จะระดมทุนมากถึง 5,300 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2568 ผ่านช่องทางที่ต้องเสียดอกเบี้ย อาทิ การขอสินเชื่อจากธนาคาร เพื่อนำมาใช้เป็นเงินทุนสนับสนุนการเคลื่อนไหวในเรื่องนี้
          อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์หลายราย แสดงความกังขาถึงโอกาสของบริษัทในธุรกิจบริการไร้สายนี้
          "ผมไม่ค่อยชอบโอกาสของพวกเขานัก ตลาดมีผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จค่อนข้างจะเต็มที่อยู่แล้ว บริษัทจะต้องมีเงินทุนสนับสนุนการสร้างเครือข่าย และการดึงลูกค้ามาไว้กับตัวเอง ทั้งยังต้องตกอยู่ในสถานะขาดทุนจากการดำเนินงาน จนกว่าจะได้ลูกค้าจำนวนมากพอ" แดน เบเกอร์ นักวิเคราะห์จากมอร์นิงสตาร์ ในฮ่องกง กล่าว
          ข่าวเรื่องนี้ ยังทำให้ราคาหุ้นของราคูเท็น ช่วงปิดตลาดเมื่อวานนี้ (14 ธ.ค.) ดิ่งลง 4.9% แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค.เป็นต้นมา
          ขณะที่ราคาหุ้นของบรรดาผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือของญี่ปุ่น รวมถึงเอ็นทีที โดโคโม อิงค์ เคดีดีไอ คอร์ป และซอฟท์แบงก์ ร่วงลงมากกว่า 2% จากความเป็นไปได้ที่จะต้องเผชิญกับการแข่งขันมากขึ้น
          ก่อนหน้าราคูเท็นนั้น บริษัทรายสุดท้ายที่พยายามเข้ามาเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายที่ 4 ของญี่ปุ่น คือ อีโมบาย ซึ่งรุกเข้ามาในตลาดนี้เมื่อปี 2550 โดยมีผู้ลงทะเบียนใช้บริการ 4 ล้านคน ก่อนที่บริษัทจะโดนซอฟท์แบงก์เข้าซื้อกิจการไปเมื่อปี 2556
          อย่างไรก็ดี ราคูเท็นถือว่ามีเงินทุนหนากว่าอีโมบายอย่างมาก และนักวิเคราะห์บางรายยังมองในแง่ดีว่า ในระยะยาว บริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายลูกค้า 15 ล้านรายได้
          เกอร์ฮาร์ด ฟาซอล นักวิเคราะห์จากบริษัทปรึกษา ยูโร เทคโนโลยี แสดงความเห็นว่า ราคูเท็นถือเป็นบริษัทที่มีธุรกิจบริการในหลายด้าน และมีความเชี่ยวชาญด้านทำการตลาด ซึ่งหมายความว่า บริษัทสามารถเข้าถึงฐานลูกค้าที่มีอยู่ได้อย่างง่ายดาย และลูกค้าเหล่านี้ก็อาจอยากใช้บริการธุรกิจโทรศัพท์มือถือของบริษัทด้วย
          "พวกเขามีโอกาสอันดีที่จะสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และมีกำไร แต่ต้องใช้เวลานานหน่อย"
          การเคลื่อนไหวนี้ยังเกิดขึ้น หลังเมื่อปี 2557 ราคูเท็นได้เปิดหน่วยงานบริการสมาร์ทโฟนราคาประหยัด ชื่อ ราคูเท็น โมบาย โดยเช่าโครงข่ายของโดโคโม
          " 'ราคูเท็น'มีธุรกิจบริการในหลายด้าน มีความเชี่ยวชาญด้านทำการตลาด สามารถเข้าถึงฐานลูกค้าที่มีอยู่ได้ง่าย"