ลงทุนด่วนรัฐวิสาหกิจ ดันเศรษฐกิจปี"61 แตะ 5%

 เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
          เริ่มต้นปีงบประมาณ 2561 ไม่ถึง 2 เดือน สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี สั่งเรียกประชุมติดตามการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจเป็นการด่วนตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ เพราะการใช้จ่ายภาครัฐถือเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญทำให้ขยายตัวได้สูงทั้งปีนี้ที่จะจบลงในไม่กี่วัน และปีหน้าที่รัฐบาลต้องการให้เศรษฐกิจขยายตัวสูงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีนี้
          หากย้อนกลับไปดูเศรษฐกิจปี 2559 ที่ผ่านมาขยายตัวได้ 3.2% ส่วนหนึ่งก็มาจากการเร่งรัดเบิกจ่ายรัฐวิสาหกิจที่ขยายตัวได้ 10%
          สำหรับปี 2560 การเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจก็ขยายตัวได้สูงแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส ทำให้เศรษฐกิจไทยแต่ละไตรมาสขยายตัวได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก โดยเศรษฐกิจ 9 เดือนแรกของปี 2560 ขยายตัว 3.8% เป็นเพราะการลงทุนรัฐวิสาหกิจ ขยายตัวสูงถึง 31% ช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
          ผลของการเบิกจ่ายลงทุนที่ดีมาจากรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ที่ทำผลงานได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย การเคหะ แห่งชาติ การท่าเรือแห่งประเทศไทย บริษัท ปตท. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง และบริษัท กสท โทรคมนาคม ซึ่งรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่มีสัดส่วนงบลงทุนถึง 80-90% ของงบลงทุนรัฐวิสาหกิจทั้งหมด
          จะเห็นว่าการเบิกจ่ายรัฐวิสาหกิจมีการช่วยดันเศรษฐกิจไทยในช่วง 2-3 ปี อย่างมาก แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะมีปัญหาการที่ภาคเอกชนไม่ยอมลงทุน เพราะยังไม่เชื่อมั่นเศรษฐกิจจะขยายตัวได้จริง แม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการลดหย่อนภาษีกระตุ้นการลงทุนในปี 2559 ได้หักลดหย่อน 2 เท่า แต่มีนักลงทุนใช้สิทธิ 4 หมื่นล้านบาท และการลงทุนภาคเอกชนก็ขยายตัวได้แค่ 0.8% เท่านั้น
          นอกจากนี้ ในปี 2560 รัฐบาลก็ยังให้มาตรการลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า แต่มีผู้มาใช้สิทธิจำนวนไม่มาก จนกระทรวงการคลังต้องออกมาเตือนให้เร่งใช้สิทธิในช่วงเดือนสุดท้ายของปีนี้หวังดันยอดให้เอกชนมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีให้ได้ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อดันให้การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวได้ 2% ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจปีนี้ยังมีโอกาสขยายได้ถึง 4% ตามที่ภาคเอกชนหลายแห่งเริ่มคาดการณ์ แม้ว่ากระทรวงการคลังยังคาดการณ์ล่าสุดว่าจะขยายตัวได้ 3.8% แต่การ ประมาณการตอนนี้ต่างจากสถานการณ์ปัจจุบันที่การส่งออกของไทยดีเกินคาด นักท่องเที่ยวขยายตัวได้มาก ทำให้รัฐบาลออกมาลุ้นเต็มๆ ว่าเศรษฐกิจปีนี้จะสูงได้กว่าที่คาดการณ์ไว้
          ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม สำหรับเศรษฐกิจปี 2561 แม้ว่าปัจจัยต่างๆ จะเริ่มดีขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจโลกทำให้การส่งออกขยายตัวได้ดี การบริโภคภาคเอกชนที่ฟื้นตัวจากราคา พืชผลที่ดีขึ้นรวมถึงมาตรการช่วยเหลือเศรษฐกิจฐานรากที่รัฐบาลดำเนินการเข้าไปช่วยต่อเนื่อง ทั้งแจกสวัสดิการ แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำฉุกเฉินประกอบอาชีพ ในส่วนของการลงทุนภาคเอกชนรัฐบาลก็มีธงสำคัญโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ที่จะดึงนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศจนทำให้เชื่อว่าการลงทุนภาคเอกชนปีนี้จะขยายได้ถึง 3% แม้ว่าไม่มากแต่ก็เป็นสัญญาที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
          ดังนั้น รัฐบาลจึงไม่ยอมปล่อยเรื่องการเร่งลงทุนรัฐวิสาหกิจที่เคยทำได้ดีมาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา  โดยตั้งเป้าหมายให้ได้ดีขึ้นในปี 2560 เพราะเชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ใกล้เคียง 5% จากที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดว่าเศรษฐกิจปี 2561 จะขยายตัวได้ 4.1%
          เมื่อเป็นเช่นนี้ ในการประชุมเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจที่ผ่านมา สมคิดจึงสั่งการเข้มข้นให้การ เบิกจ่ายให้ได้ตามเป้าหมาย 95%  ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบไว้ เพราะงบลงทุนรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ 2561 ที่ ครม.เห็นชอบมีวงเงิน 7.96 แสนล้านบาท เทียบกับปีงบประมาณ 2560 วงเงิน 5.2 แสนล้านบาท หรือขยายตัวเพิ่มขึ้น 52% อย่างไรก็ตามการเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในการดูแลของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) มีจำนวน 5.06 แสนล้านบาท เทียบกับปีก่อนหน้า 3.44 แสนล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 47% ซึ่งหากการเบิกจ่ายงบลงทุนได้ตามเป้าจะช่วยการขยายตัวและเพิ่มขีดความสามารถของเศรษฐกิจไทยอย่างมาก
          สำหรับการโจทย์ใหญ่ที่สมคิดให้รัฐวิสาหกิจไปดำเนินการมีทั้งสั่งการให้รัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนเดือนสุดท้ายของปี 2560 ให้ได้ตามเป้าหมาย โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่ยังเบิกจ่ายล่าช้าก็ต้องเร่งให้ได้ตามเป้าหมาย เพราะเป็นตัวชี้วัดการทำงานของ ผู้บริหารสูงสุด หรือซีอีโอของรัฐวิสาหกิจที่สำคัญ ซึ่งถือเป็นการออกมาคาดโทษการทำงานของซีอีโออีกครั้ง
          สำหรับการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ 2561 ก็ให้เร่งทยอยเบิกจ่ายงบตั้งแต่ต้นปี ไม่ให้ไป เบิกจ่ายในช่วงท้ายปี สำหรับรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาการเบิกจ่ายล่าช้า ตัวอย่างเช่น รฟท. รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆ  เมื่อมีการแก้ไขปัญหาได้แล้วก็ให้เร่งเบิกจ่าย งบลงทุนให้เร็วขึ้น สำหรับงบปี 2560 ที่เบิกจ่ายล่าช้าก็ให้นำมารวมไว้กับการ เบิกจ่ายงบประมาณปี 2561 และเบิกให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
          เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ  ผู้อำนวยการ สคร. ระบุว่า สมคิด ได้ให้นโยบายรัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่าย งบลงทุนปีงบประมาณ 2561 ที่สำคัญ3 เรื่อง
          ในเรื่องแรก ให้รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งปรับแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนให้สอดคล้องกับความสามารถการเบิกจ่ายจริง ในกรณีที่รัฐวิสาหกิจที่มีการเบิกจ่ายงบลงทุนที่ผ่านมาล่าช้า เช่น รฟท. ก็ให้นำมารวมกับการเบิกจ่ายงบลงทุนปีงบประมาณ 2561 และเร่งเบิกจ่ายให้ได้ตามเป้าหมาย
          สำหรับเรื่องที่สอง ให้รัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนให้ได้ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดไว้ให้ได้ 95% ของงบลงทุน และเรื่องที่สาม ให้ผลงานการเบิกจ่ายเป็นตัวชี้วัดประเมินผลงานของซีอีโอรัฐวิสาหกิจเหมือนปีที่ผ่านๆ มา เพราะที่ผ่านมาส่วนใหญ่ยังเบิกจ่ายได้ต่ำกว่าเป้าหมาย โดยในปี 2560 คาดว่าจะเบิกจ่ายงบลงทุนได้ 80% แม้ว่าสูงแต่ก็ต่ำกว่าเป้าหมายที่ ครม.กำหนดไว้
          นอกจากการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจแล้ว รัฐบาลยังเร่งการเบิกจ่ายงบลงทุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน 1.7 แสนล้านบาท ขณะนี้กระทรวงการคลังได้หารือกับกระทรวงมหาดไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางกรมบัญชีกลางจะมีการออกระเบียบการใช้เงินโดยมีการผ่อนผันให้ลงทุนในโครงการต่างๆ  เพิ่มมากขึ้น โดยจะดำเนินการเบิกจ่ายให้ได้ 4 เดือน ซึ่งจะส่งผลกับการขยายตัวเศรษฐกิจปีหน้าอย่างมาก
          ยังไม่รวมกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากเฟส 2 ที่รัฐบาลจะเริ่มดำเนินการปีหน้า โดยการฝึกงานสร้างอาชีพให้กับผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียน 11.4 ล้านคน การออกมาตรการลดหย่อนเที่ยวชุมชนและ ท้องถิ่นไทย จะเป็นอีกหนึ่งตัวที่ช่วยเสริมการเร่งเบิกจ่ายการลงทุนรัฐวิสาหกิจช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจปีหน้าขยายตัวได้เต็มศักยภาพสูงสุดที่ 5% หากรัฐบาลสามารถผลักดันเศรษฐกิจภาพใหญ่และเศรษฐกิจฐานรากให้ขยายตัวได้สูงไปพร้อมๆ กัน