"Qualcomm" ไม่ได้มองแค่ชิปเซ็ตมือถือ แต่อยากเข้าถึงทุกดีไวซ์

หนึ่งในความสำเร็จสำคัญของควอลคอมม์ (Qualcomm) ในช่วงปีที่ผ่านมาคือการที่ได้รับการยอมรับจากผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทั่วโลก ต่างนำหน่วยประมวลผล Snapdragon 835 ไปใช้งานมากกว่า 120 รุ่น และจะทยอยเพิ่มขึ้นอีก จากการประกาศความร่วมมือกับไมโครซอฟท์ และเหล่าผู้ผลิตพีซี ที่จะนำหน่วยประมวลผลดังกล่าวไปใช้งาน
          เพียงแต่เป้าหมายสำคัญของควอลคอมม์ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การก้าวขาออกจากธุรกิจสมาร์ทโฟน ที่เรียกได้ว่ากินเรียบในตลาดระดับบนไปแล้ว หันมาสู่ตลาดพีซีที่ถือเป็นตลาดอิ่มตัวเท่านั้น แต่ ควอลคอมม์ ยังมองไปถึงการรุกเข้าไปในธุรกิจผู้ผลิตชิปเซ็ตในอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ที่จะเป็นเทรนด์สำคัญในช่วง 3-4 ปีข้างหน้า
          คริสเตียนโน่ อามอน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ ให้ข้อมูลว่า ภายในปี 2020 ควอลคอมม์มีโอกาสเข้าถึงตลาดผู้ผลิตชิปเซ็ตสำหรับอุปกรณ์ IoT ที่รวมทั้งสมาร์ทโฟน และพีซี ที่มีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรายได้หลักกว่า 51% จะยังมาจากสมาร์ทโฟน
          ในส่วนที่เหลือจะเป็นการผสมผสานกันระหว่างอุปกรณ์ IoT อุปกรณ์เครือข่าย ผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊กรวมถึงการเข้าไปเป็นผู้ผลิตชิปเซ็ตในอุตสาหกรรมรถยนต์ ที่ถือเป็นอุตสาหกรรมแรกๆ ที่จะดึงความสามารถของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมาช่วยในการประมวลผล
          'การก้าวเข้าสู่ธุรกิจพีซีของควอลคอมม์ ทุกยอดขายที่เกิดขึ้นถือเป็นการเติบโตแบบ 100% ดังนั้นจึงถือเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าสนใจ ขณะเดียวกันก็อยู่ในช่วงมองหาธุรกิจอื่นๆ ที่จะมาเสริมให้แพลตฟอร์มของควอลคอมม์แข็งแรงขึ้น'
          ส่วนในแง่ของการถูกควบรวมกิจการ หลังจากช่วงที่ผ่านมามีข่าวว่าทางบรอดคอมม์ คู่แข่งในตลาดชิปเซ็นต์สนใจยื่นซื้อกิจการ แต่ข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้รับการเห็นชอบจากบอร์ด เนื่องจากมูลค่าการ ยื่นซื้อต่ำกว่ามูลค่าจริงของบริษัทนั้น ทางผู้บริหาร ระบุว่า ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ทำให้เห็นว่าสิ่งที่ ควอลคอมม์ทำเป็นทิศทางที่ถูกต้อง
          5G เป็นจุดเปลี่ยนสํคัญของอุตสํหกรรม
          ผู้บริหารควอลคอมม์ กล่าวย้อนไปถึงช่วง 30 กว่าปีที่ผ่านมาที่ควอลคอมม์เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไอที ด้วยการเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ จนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดนี้ ซึ่งเห็นความสำคัญได้ชัดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการมาของสมาร์ทโฟน
          เพียงแต่ว่าในอนาคตอันใกล้ รูปแบบของอุตสาหกรรมจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง สมาร์ทโฟนจะไม่ใช่อุปกรณ์หลักเพียงอย่างเดียวที่ทำให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้งานเพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวัน แต่จะเป็นเหมือนศูนย์กลางในการเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นในยุค 5G
          'ทุกคนรู้ว่าเมื่อ 5G มาปริมาณการใช้งานอุปกรณ์ IoT จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากทั้งความเร็วในการเชื่อมต่อที่ดีขึ้นในระดับเดียวกับไฟเบอร์ในการเชื่อมต่อแบบไร้สาย รวมถึงระยะเวลาในการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น และเปิดโอกาสทางธุรกิจให้เหล่าผู้ผลิตในทุกภาคส่วน'
          เช่นเดียวกับในฝั่งของผู้ใช้งาน เมื่ออิน- เทอร์เน็ตมีความเร็วเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการใช้งานจะต่ำลงทำให้เข้าถึงข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น การใช้งานโซเชียลมีเดียก็จะเข้าสู่ยุคของการโต้ตอบแบบเรียลไทม์มากขึ้น ทุกคนสามารถสร้างคอนเทนต์ เพื่อแชร์ให้กันได้
          ขณะเดียวกัน มีการคาดการณ์ว่าในช่วงระหว่างปี 2017-2021 จะมีปริมาณสมาร์ทโฟนเข้าสู่ตลาดไม่ต่ำกว่า 8.6 พันล้านเครื่อง ส่งผลให้ สมาร์ทโฟนจะเป็นแพลตฟอร์มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ โดยเมื่อเทียบกับประชากรทั่วโลกแล้ว สัดส่วนผู้ใช้สมาร์ทโฟนจะเพิ่มเป็น 58% ภายในปี 2020
          ทุกอุตสํหกรรมไอทีเริ่มปูทํงสู่ 5G
          อามอน กล่าวต่อว่า ในฝั่งของผู้ผลิต และผู้ให้บริการเครือข่าย จะเริ่มเห็น 5G เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นในช่วงปี 2019 ซึ่งจะเป็นการเตรียมความพร้อมทั้งในแง่ของการเตรียมโครงข่ายของผู้ให้บริการเครือข่าย และการผลิตอุปกรณ์ที่รองรับของทางฝั่งผู้ผลิต เพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค และจะเริ่มแพร่หลายในปี 2020
          ดังนั้น สิ่งที่ควอลคอมม์ต้องทำในช่วงที่จะก้าวไปสู่ 5G ในไม่กี่ปีข้างหน้า คือการเข้าไปร่วมกับพันธมิตร ทั้งในแง่ของผู้ให้บริการเครือข่าย อย่างการที่โอเปอเรเตอร์เริ่มให้บริการ Gigabit Network หรืออินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็ว 1 Gbps ที่ปัจจุบันมีให้บริการแล้วจาก 43 โอเปอเรเตอร์ ใน 25 ประเทศครอบคลุมผู้ใช้งานกว่า 1.3 พันล้านราย
          ส่วนในฝั่งของผู้ผลิตนอกจากการจำหน่ายชิปเซ็ตประมวลผลแล้ว ควอลคอมม์ยังเป็นผู้นำในส่วนของชิปเซ็ตการเชื่อมต่ออย่าง Snapdragon X16 ซึ่งได้รับความนิยมไม่แพ้หน่วยประมวลผลหลักอย่าง Snapdragon 835 ในช่วงปีที่ผ่านมา
          แม้แต่ผู้ผลิตหน่วยประมวลผลสำหรับคอมพิวเตอร์อย่าง AMD ยังได้มีการประกาศความร่วมมือกับทางควอลคอมม์ในการนำชิปเซ็ตการเชื่อมต่อไปใช้งานกับโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ๆ ที่ใช้หน่วยประมวลผลของ AMD ที่จะออกสู่ท้องตลาดในอนาคตอันใกล้นี้
          กํ้ วสู่ธุรกิจพีซี
          อีกหนึ่งก้าวสำคัญของควอลคอมม์ คือการรุกเข้าสู่ธุรกิจพีซี ด้วยการร่วมมือกับทางไมโครซอฟท์ ในการนำหน่วยประมวลผลของ Qualcomm บนสถาปัตยกรรม ARM ไปใช้งานกับ Windows 10S ที่เป็นเวอร์ชันพิเศษ เน้นความปลอดภัยของข้อมูล และการใช้งานเป็นหลัก ซึ่งมีข้อจำกัดในแง่ของการ ติดตั้งแอปพลิเคชันที่มาจากวินโดวส์สโตร์เท่านั้น
          เนื่องจากที่ผ่านมาระบบปฏิบัติการวินโดวส์ จะผูกติดกับหน่วยประมวลผลในสถาปัตยกรรม x86 และ x64 ที่ทางอินเทล และเอเอ็มดี เป็นผู้ผลิตหลักในท้องตลาด ดังนั้นการเข้าสู่ธุรกิจพีซีของควอลคอมม์ ในครั้งนี้ จึงทำให้มีผู้แข่งขันรายใหม่เข้ามาในตลาดนี้เพิ่มขึ้น
          ขณะเดียวกัน ควอลคอมม์ก็ยังนำจุดเด่นของหน่วยประมวลผลที่ใช้งานบนสมาร์ทโฟนมาใช้งานในธุรกิจพีซีด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประหยัดพลังงาน ทำให้เมื่อใช้งานในโน้ตบุ๊กสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 20 ชั่วโมง
          รวมถึงความสามารถในการเชื่อมต่อตลอดเวลา (Always Connect) ที่ทำให้ผู้ใช้งานโน้ตบุ๊กไม่พลาดการติดต่อสื่อสารเหมือนในสมาร์ทโฟน และจะเป็นตัวแปรสำคัญของดีไซน์สินค้าที่จะออกมาในอนาคต เมื่อหน่วยประมวลผลมีขนาดเล็กลง ประหยัดพลังงานมากขึ้น ก็จะทำให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายขึ้น
          นอกจากนี้ ยังมีในมุมของพาร์ตเนอร์อย่างผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ จากเดิมที่จำหน่ายซิมการ์ดที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่จำกัดให้แก่ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน ก็จะเพิ่มโอกาสในการขายซิมการ์ดสำหรับโน้ตบุ๊กเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่โอเปอเรเตอร์ที่มีคลื่นอยู่ในมือแบบเหลือใช้ และนำมาใช้ประโยชน์ได้
          เปิดตัว Snadragon 845 ชู 5 จุดเด่นสํคัญ
          อเล็กซ์ คาโทเซียน รองประธานธุรกิจ และผู้จัดการทั่วไปธุรกิจโมบาย ควอลคอมม์ กล่าวถึงการเปิดตัวชิปเซ็ตรุ่นใหม่ที่เหล่าผู้ผลิตจะนำไปใช้ในแฟลกชิปสมาร์ทโฟน และดีไวซ์อื่นๆในช่วงปีหน้าว่า ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของควอลคอมม์ ในการยกระดับหน่วยประมวลผลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และในขณะเดียวกันก็ประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น
          โดย 5 จุดเด่นสำคัญที่ถูกพัฒนาขึ้นในชิปเซ็ตรุ่นนี้ประกอบไปด้วยเรื่องของ 1.การประมวลผลภาพถ่าย ที่จะทำให้กล้องสามารถบันทึกภาพได้สมจริงมากขึ้น ขณะเดียวกันยังมีการนำระบบ AI มาช่วยในการประมวลผลเพื่อให้ได้ภาพชัดลึกชัดตื้นที่สมบูรณ์มากขึ้น รองรับการบันทึกวิดีโอระดับ UltraHD
          ถัดมาคือ 2.เรื่องของการนำ AI มาใช้งาน ที่ไม่ใช่แค่มาช่วยในการประมวลผลเบื้องหลังเพียงอย่างเดียว แต่จะถูกนำมาใช้ในการเรียนรู้ผู้ใช้ เพื่อให้ทำทุกอย่างได้ง่ายขึ้น รวมถึงเข้าไปช่วยในเรื่องของการถ่ายภาพ ระบบรักษาความปลอดภัย ที่จะเข้าใจผู้ใช้งานมากขึ้น
          ผู้บริหารควอลคอมม์ ระบุว่า Snapdragon 845 ถือเป็นหน่วยประมวลผลรุ่นที่ 3 ของควอลคอมม์ ที่มากับแพลตฟอร์ม AI เพียงแต่ว่าในสมัยนั้นยังไม่ได้ถูกพูดถึงมากนัก แต่ในแง่ของการประมวลผล AI เข้ามามีส่วนร่วมในการประมวลผลของควอลคอมม์ มานานแล้ว
          'ที่ผ่านมานักพัฒนาเริ่มดึงประสิทธิภาพของ การประมวลผลด้วย AI ออกมาใช้งานมากขึ้น แต่สิ่งที่ควอลคอมม์ทำคือการเข้าไปสนับสนุนระบบนิเวศของนักพัฒนา ด้วยการร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมการนำ AI ไปใช้งาน ทำให้ผู้ใช้ได้เห็นผลที่แท้จริง'
          ขณะเดียวกัน เรื่องของ 3.ระบบรักษาความปลอดภัย ก็ยังเป็นหนึ่งในคีย์หลักที่ควอลคอมม์ให้ความสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันสมาร์ทโฟนกลายเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่มีข้อมูลของผู้ใช้เก็บอยู่ภายในมากที่สุด ดังนั้นจึงได้มีการพัฒนาหน่วยประมวลผลพิเศษขึ้นมาสำหรับซิเคียวริตี้โดยเฉพาะ (Secure Processing Unit)
          โดยหน่วยประมวลผลดังกล่าวจะทำงานร่วมกับระบบยืนยันตัวตนผ่านชีวภาพ เพื่อนำไปประมวลผลแยกจากซีพียูหลัก ทำให้การเข้ารหัส ถอดรหัสต่างๆ ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับ AI ที่เรียนรู้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต่อไปการปลดล็อกสมาร์ทโฟนก็จะไม่ได้จำกัดแค่การสแกนลายนิ้วมือ หรือสแกนใบหน้า แต่จะรวมถึงการปลดล็อกด้วยเสียง และอื่นๆที่จะตามมาในอนาคต
          4.ระบบการเชื่อมต่อ ที่ยังถือเป็นจุดเด่นหลักของควอลคอมม์เสมอมา ซึ่งระบุว่าเป็นหนึ่งในการก้าวเข้าสู่ยุคของ 5G ด้วยการออก X20 LTE Modem ที่รองรับการเชื่อมต่อความเร็วสูงถึง 1.2 Gbps จากการรวมคลื่น 5CA 4x4 MIMO ที่ถือเป็นรุ่นที่ 2 ต่อจาก X16 LTE ที่ออกสู่ตลาดมาในช่วงต้นปี
          ทั้งนี้ จุดเด่นสำคัญของ X20 คือเรื่องของการเชื่อมต่อ Gigabit Network ที่ให้ความเร็วเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 20% และยังมีการแนะนำเทคโนโลยีใหม่ในการเชื่อมต่อเครือข่าย 4G LTE ร่วมกับ Unlicensed Band อย่าง Wi-Fi ที่จะทำให้โอเปอเรเตอร์ที่มีคลื่น LTE เพียง 10 MHz ก็สามารถให้บริการ Gigabit Network ได้
          'ด้วยเทคโนโลยีใหม่ของควอลคอมม์จะช่วยให้โอเปอเรเตอร์ที่ให้บริการ LTE กว่า 90% ในโลกสามารถให้บริการ Gigabit Network ได้ ด้วยการนำคลื่น 4G LTE เพียง 10 MHz มาให้บริการร่วมกับคลื่นความถี่ที่ไม่ต้องขอใบอนุญาต'
          สุดท้าย 5.เรื่องของประสิทธิภาพ และการประหยัดพลังงาน เนื่องจากพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้เริ่มเข้าสู่การใช้งานวิดีโอความละเอียดสูงมากขึ้น รวมถึงการมาของ AR/VR ทำให้ควอลคอมม์เน้นที่การประมวลผลภาพเป็นหลัก โดยระบุว่า Snapdragon 845 สามารถประมวลผลได้เร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า 25% และใช้พลังงานน้อยลง 30%
          พร้อมยกตัวอย่างการใช้งานว่าถ้าใช้รับชมวิดีโอระดับ UltraHD จะสามารถชมได้ต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง ถ้านำมาใช้สำหรับ VR จะสามารถใช้งานได้ไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง หรือถ้าใช้โทรศัพท์ผ่านระบบ HD Voice จะใช้งานได้ต่อเนื่อง 2 วัน ไม่นับรวมกับระบบการชาร์จเร็ว Quick Charge 4.0 ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ 50% ใน 15 นาที
          อย่างไรก็ตาม หน่วยประมวลผล Snapdragon 845 อยู่ในช่วงที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนเตรียมนำ ไปใช้กับเครื่องในระดับไฮเอนด์ช่วงปีหน้า ดังนั้นกว่าจะได้ใช้กันคงต้องรอการเปิดตัวอย่างเป็นทาง การจากผู้ผลิตไม่ว่าจะเป็น Xiaomi HTC Sony ที่มีโอกาสนำเข้ามาทำตลาดในไทย ส่วน Samsung ไม่ได้นำรุ่นที่ใช้งานควอลคอมม์มาจำหน่ายในตลาดไทย ส่วน Huawei มีหน่วยประมวลผลของตนเองอยู่แล้ว