"ทวิตเตอร์"ครองใจวัยรุ่นเรียลไทม์-QRมาแรงปี"61

"โธธ โซเชียล" เผยการใช้โซเชียล มีเดียในไทยโตฉุดไม่อยู่ เพิ่มพรวด 44% เป็น 3.6 พันล้านข้อความ มองเทรนด์ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งปีหน้าเน้น "เรียลไทม์-เฉพาะเจาะจง-QR code" ย้ำ "เฟซบุ๊ก-ไลน์-ยูทูบ-เว็บบอร์ดพันทิป" ยังครองใจคนไทยส่วนใหญ่ ขณะที่ "ทวิตเตอร์" กลับมาแรงอีกครั้งในกลุ่มวัยรุ่น-ดารา
          นายกล้า ตั้งสุวรรณ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โธธ โซเชียล จำกัด ผู้ให้บริการข้อมูลโซเชียลมีเดีย กล่าวว่า ภาพรวมการใช้โซเชียล มีเดียทั่วโลกโตต่อเนื่อง ครึ่งปีแรกโต 9% ส่วนในไทยตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือน พ.ย.นี้ คาดว่าปริมาณข้อมูลบนโซเชียล มีเดียเติบโตขึ้นจากปีก่อน ถึง 44% จาก 2.5 พันล้านข้อความ เพิ่มเป็น 3.6 พันล้านข้อความ ขณะที่แบรนด์สินค้า และเอเยนซี่ใช้โซเชียลมีเดียมากขึ้น แต่เริ่มเปลี่ยนรูปแบบ จากที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์, ทำมาร์เก็ตติ้งแคมเปญ มาเป็นการให้บริการ, ซื้อของขายของ รวมทั้งไลฟ์วิดีโอต่าง ๆ เริ่มใช้ตัวเลขข้อมูลประกอบการ ตัดสินใจวางกลยุทธ์การตลาด
          สำหรับเทรนด์ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งในปีหน้า คาดว่าจะมี 3 เรื่อง คือ 1.การใช้งานแบบเรียลไทม์ เช่น การซื้อของขายของ, การตอบโต้ลูกค้า, การบริการ 2.personalize การนำเสนอสิ่งต่าง ๆ ที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เพราะผู้บริโภคจะสนใจแต่สิ่งที่ชอบเท่านั้น 3.การใช้ QR code ต่อไปจะเป็นมาตรฐานใหม่ของไทย
          "เมื่อก่อนการทำแคมเปญต่าง ๆ ไม่ได้ใช้ข้อมูลบนโซเชียล ไม่ดูว่าแชร์เพราะอะไร คอมเมนต์เพราะอะไร ทำให้ไม่รู้ว่าแคมเปญประสบความสำเร็จ หรือโดนโจมตีกันแน่ ถ้านำข้อมูลในโซเชียล มาวิเคราะห์ว่า ผู้บริโภคต้องการอะไร จะช่วยกำหนดทิศทางได้ดีขึ้น และได้สำรวจคู่แข่งด้วย"
          ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าเกิน 120 ราย หลังรวมกันกับบริษัทโอบีว็อค ทำให้มีบริการครบวงจรในลักษณะโซลูชั่น มากขึ้น รองรับองค์กรได้ทุกขนาด ขณะตลาดบริการวิเคราะห์ข้อมูลออนไลน์ในไทยยังเติบโตได้อีกมาก แต่มีความท้าทายที่ต้องตามเทคโนโลยีให้ทัน
          "เทรนด์ที่หายไป คือ การปั๊มยอดไลก์ เพราะวัดผลไม่ได้ แบรนด์จึงเปลี่ยนกลยุทธ์ เช่น หาแพลตฟอร์มอื่นที่สร้างการรับรู้มากขึ้น เมื่อเทียบกับเงินที่ลงไป อย่างในปัจจุบันเฟซบุ๊กมีค่าใช้จ่ายในการซื้อโฆษณาสูงขึ้น ต่างจากแพลตฟอร์มอื่น แต่ช่องทางที่มีอิทธิพลกับคนส่วนใหญ่ในไทย ยังเป็นเฟซบุ๊ก, ยูทูบ, ไลน์ และพันทิปดอตคอม เป็นหลัก รวมถึงทวิตเตอร์เป็นอีกช่องทางที่กำลังมาแรงในหมู่วัยรุ่น ดูได้จากการประกวด Miss Universe 2017 ที่ผ่านมา"
          นายกล้ากล่าวต่อว่า แพลตฟอร์มแชตเริ่มมีพลังมากขึ้น อาจมาแทนที่โซเชียลมีเดีย ในอนาคตวีแชทอาจเข้ามาในไทยอีกครั้ง เพราะมีนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมาก และมีฟีเจอร์เยอะที่สุด
          "ทวิตเตอร์จะเน้นใช้ฟังเสียงผู้บริโภค เพราะเป็นพื้นที่ที่พูดง่าย ใช้ง่าย แชร์ง่าย เซ็นเซอร์น้อย ต่างจากเฟซบุ๊ก ทั้งยังไม่ซับซ้อน และรวดเร็ว ส่วนใหญ่คนใช้จะเป็นเด็กวัยรุ่น, คนเริ่มทำงานและดารา ปีนี้แบรนด์เริ่มสนใจทวิตเตอร์มากขึ้น คาดว่าปีหน้าจะมากขึ้นอีก"
          ด้านนายพเนิน อัศวิภาส ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วันบิต แมทเทอร์ จำกัด (โอบีว็อค) กล่าวเสริมว่า  ปัจจุบันที่ใช้วัดผลคือ การแชร์ และคอมเมนต์ เพราะเป็นสิ่งที่มาแบบออร์แกนิก  ยิ่งเฟซบุ๊กมีลูกเล่นใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น ต่อไปรูปแบบการทำตลาดจะต้องมีความน่าตื่นเต้น น่าสนใจมากขึ้น ในอนาคตอาจแทร็กได้ว่า ผู้ที่กดแชร์ หรือคอมเมนต์ มีโอกาสซื้อสินค้าหรือไม่ได้ด้วย โดยทีมงานกำลังพัฒนาเรื่องนี้
          "ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งทำยากขึ้น เพราะทุกคนใช้เฟซบุ๊กเป็นหลัก ทำให้เม็ดเงินลงไปที่เดียว ทุกคนบ่นเพราะราคาแพงขึ้น ดังนั้นการทำตลาดของแบรนด์จะยิ่งยากขึ้น ต้องลงเงินเยอะขึ้น คิดกลยุทธ์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าต้องทำคอนเทนต์ให้ดี เลือกเป้าหมายให้ตรง"
          ล่าสุด บริษัทเตรียมจัดงาน "Thailand Zocial Awards 2018" ปีที่ 6 และได้เพิ่มรางวัลในสาขา entertainment