TRUEก้าวข้ามจุดเสี่ยงคลื่นครบฐานเงินแกร่ง

 ทันหุ้น - วิเคราะห์ TRUE เด่น กลุ่มสื่อสาร เหตุต้องการคลื่นเพิ่มน้อยที่สุดในกลุ่ม อีกทั้ง สินทรัพย์และรายได้จากสินทรัพย์ ของ 4 บริษัทย่อยเข้ากองทุน DIF แล้ว หนุนฐานการเงินแข็งแกร่ง"อติรุฒม์" ยันกลุ่ม TRUE พร้อมนำจุดแข็งทั้งคุณภาพโครงข่าย เทคโนโลยี และแพลตฟอร์มดิจิทัล ต่อยอดพัฒนางานบริการให้ตรงความต้องการลูกค้า
          หลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ประกาศร่างหลักเกณฑ์ประมูลใบอนุญาต (IM) คลื่นความถี่ 900 MHz และ 1800 MHz คลื่นของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมู นิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในวันที่ 15 กันยายน 2561 โดยคาดการณ์ว่า กสทช. จะนำกลับมาเปิดประมูลอีกครั้งช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2561 ประเด็นสำคัญที่นักวิเคราะห์ต่างจับตา คือ ราคาตั้งต้นใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800 MHz ครั้งนี้ สูงกว่าราคาประมูลเมื่อปี 2558 ถึง 10% ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระต้นทุนการเงินให้กับผู้ประกอบที่จำเป็นต้องเข้าประมูล และในกลุ่มโอเปอเรเตอร์หลักทั้ง 3 ราย
          ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ซีไอเอ็มบี ชอบ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ที่สุดเพราะมีศักยภาพโดดเด่นพร้อมที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง จาก 3 ประเด็นสำคัญคือ 1.True ยังไม่ต้องการแบนด์วิธใหม่ 2. บริษัทจะลดเงินอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์สำหรับลูกค้าระบบเติมเงินในปี 2561 และ 3.งบกำไรขาดทุนไม่ได้รับผลกระทบจากดีลขายสินทรัพย์และรายได้จากสินทรัพย์ของ 4 บริษัทย่อยเข้ากองทุน DIF
          จึงแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายปี 2561 ที่ 7.49 บาท Upside 32.6% (จากราคาวันที่ 6 พ.ย.60 ที่ 5.70) โดยวิเคราะห์จากกรณีที่ TRUE ไม่เข้าร่วมประมูลคลื่นใหม่จะหนุนประมาณการกำไรในปี FY19 จะเพิ่มขึ้น 32% หนุนให้ราคาเป้าหมายในปี FY18 อาจเพิ่มขึ้น 12% ขณะเดียวกันความเสี่ยงเรื่องการเพิ่มทุนจะลดลง
          TRUE สัญญาณบวก
          นายอติรุฒม์ โตทวีแสนสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ด้านปฏิบัติการ กล่าวว่า "กลุ่ม TRUE" ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพโครงข่าย และการให้บริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยและแพลตฟอร์มดิจิทัลที่แข็งแกร่งของกลุ่ม เข้ามาผสมผสานเพื่อนำเสนอสินค้าและบริการที่คุ้มค่าและตรงใจลูกค้า
          "ช่วงที่ผ่านมาหลังจากที่บริษัทเข้าประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ด้วยเม็ดเงินที่สูงถึง 116,090 ล้านบาท ทำให้ TRUE กลายเป็นกลุ่มที่ศักยภาพแข่งขันมากที่สุด ปัจจุบันทรู เป็นผู้ประกอบการเพียงรายเดียวที่มี 4 คลื่นในมือครบทุกสัญญาณ จำนวน 55 เมกะเฮิรตซ์ ประกอบด้วยคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์ หมดอายุปี 2568, คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 10 เมกะเฮิรตซ์ หมดอายุ ปี 2573, คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์ หมดอายุ ปี 2576 และคลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ หมดอายุปี 2570"
          แม้ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2560 กลุ่มทรูยังคงขาดทุน 691 ล้านบาท แต่ก็ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2559 ที่ขาดทุนถึง 2.5 พันล้านบาท โดยนายอติรุฒม์ กล่าวว่า ทรูมูฟ เอช มีฐานลูกค้ารวมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 26.7 ล้านราย ณ สิ้นไตรมาส 3 เกิดจากรายได้งานบริการนอนวอยซ์ที่เติบโตเพิ่มขึ้น 22.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/59 และเป็นการเติบโตทั้งในกลุ่มลูกค้าระบบรายเดือนและเติมเงิน
          "แม้ว่าผลประกอบการเรายังขาดทุน แต่ทรู สามารถขึ้นมาชิงส่วนแบ่งการตลาดในอันดับ 2 ขยับขึ้นมาจากอันดับ 3 ด้วยจำนวนผู้ใช้บริการในครึ่งปีแรก ปี 2560 จำนวนลูกค้าขึ้นมาอยู่ที่ 26.2 ล้านราย มีจำนวนผู้ใช้บริการระบบเติมเงินที่ 19.7 ล้านราย และระบบรายเดือน 6.5 ล้านราย"