เตือนกสทช.อย่าหลงกลทีโอทีปมคลื่น2300 หากประเคนDTAC-ประมูลปีหน้าเหลวไม่เป็นท่า

แหล่งข่าวในวงการโทรคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่ ฝ่ายบริหารบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ออกมา โอดครวญกรณีที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยังไม่อนุมัติแผนปรับปรุงการใช้งานคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิร์ตซ์ (MHz) เพื่อให้บริการ บรอดแบนด์ ไวร์เลส ว่า สิ่งที่ฝ่ายบริหารทีโอทีไม่ได้ ชี้แจงต่อกสทช.ก็คือในแผนปรับปรุงการใช้งาน ดังกล่าว ได้แฝงการเซ็งลี้คลื่นออกไปให้บริษัทดีแทค เช่าใช้งานด้วย ซึ่งไม่เป็นไปตามแผนที่ทีโอทียื่นขออนุมัติมายัง กสทช.และยังเป็นการดำเนินการที่ขัดกฎหมายด้วย
          ทั้งนี้ ในแผนปรับปรุงการใช้งานคลื่น 2300 นั้นทีโอทีจะเช่าใช้เสาและอุปกรณ์โทรคมนาคมจาก บริษัทลูกของดีแทคโดยโครงข่าย 40% จะนำมาใช้งานบรอดแบนด์ไวร์เลสและบรอดแบนด์ไร้สายประจำที่ (Fixed Line Broadband) แต่โครงข่าย อีก 60% จะนำไปให้บริการโรมมิ่งร่วมกับบริษัท ดีแทค ไตรเน็ตบริษัทลูกของดีแทค โดยจ่ายผลตอบแทนแก่ ทีโอทีเดือนละ 380 ล้านบาท หรือปีละ 4,500 ล้านบาท แลกกับสิทธิ์ในการใช้คลื่นจำนวน 60 เมกะเฮิร์ตซ์
          "แม้ทีโอทีจะอ้างว่าการปรับปรุงการใช้งาน คลื่นความถี่ดังกล่าว สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่สหภาพ โทรคมนาคมกำหนดไว้เพราะสามารถให้บริการได้ทั้งบรอดแบนดไวร์เลส และไร้สายประจำที่ (Fixed Line Broadband) แต่การดำเนินการดังกล่าวจะต้อง คำนึงถึงกฎหมายด้วย เพราะมาตรา 46 พ.ร.บ.ประกอบ กิจการโทรคมนาคมกำหนดเอาไว้ชัดเจนผู้ได้รับจัดสรร คลื่นไม่สามารถจะมอบสิทธิ์หรือโอนคลื่นไปให้เอกชนรายอื่นใช้แทนได้"
          ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ได้รับทราบรายงานผลการตรวจสอบของคณะทำงานที่พบว่าที่ผ่านมาทีโอที มีการนำคลื่น ดังกล่าวให้ให้เอกชนใช้งานในลักษณะบริการ MVNO ที่ไม่เป็นไปตามประกาศ กสทช.และขัดมาตรา 46 ของพ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 รวมถึงมติกทค.ที่กำหนดให้ทีโอทีต้องประกอบกิจการเอง กทค.จึงสั่งให้สำนักงาน กสทช.ทำหนังสือแจ้ง ไปยังทีโอทีให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งยังให้คณะทำงานประเมินการใช้งานคลื่นความถี่ ที่เหมาะสมของทีโอที โดยหากเห็นว่า มีการใช้งาน ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือมีจำนวนคลื่นเหลือ กสทช.จะเรียกคืนเพื่อนำออกประมูลต่อไป"
          แหล่งข่าวกล่าวว่าหากทีโอทีสามารถบรรลุข้อตกลงในการทำสัญญาพัฒนาและใช้คลื่น 2300 กับดีแทค ได้จะทำให้ดีแทคปลดล็อกปัญหาคลื่นความถี่ในมือไปในทันที เพราะปัจจุบันดีแทคกำลังเผชิญทางตันจากปัญหาสัญญาสัมปทานที่มีอยู่กับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กำลังจะสิ้นสุดลงในเดือนกันยายน 2561 ทำให้คลื่น 900 และ 1800 MHz ที่มีอยู่ในมือกว่า 50 MHz หมดลงทำให้ต้องขวนขวายหาคลื่นใหม่มาทดแทน ซึ่งหากดีแทค บรรลุข้อตกลงกับทีโอทีจนได้ครองคลื่น 2300 จำนวนถึง 60 MHzได้ ก็สามารถปลดล็อก ปัญหาเรื่องคลื่นความถี่ไปได้ถึงปี 2568 และไม่มีความจำเป็นต้องดิ้นรนเข้าประมูลคลื่นความถี่ที่กสทช.จะดำเนินการในกลางปีหน้า ถึงเวลานั้นความคาดหวังของกสทช.ที่คาดจะมีรายได้จากการประมูลคลื่นความถี่กว่า 150,000 ล้านบาท จะล้มเหลวไปในทันที