"ทีโอที"แจงปมสัญญาคลื่น 2300 ชี้กสทช.ตีความทางเทคนิคคนละประเด็น

กรุงเทพธุรกิจ ไม่ใช่เพียงแต่บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) บริษัทเดียวที่กำลังประสบปัญหาเรื่องคลื่นความถี่อาจจะไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ในมุมของรัฐวิสาหกิจอย่างบมจ.ทีโอที ที่มีคลื่นความถี่ถือครองจำนวนมหาศาล ก็ประสบปัญหาที่ไม่สามารถนำคลื่นที่ไม่ได้ใช้งาน ออกมาให้บริการได้เสียที แม้ว่าทั้งสองบริษัทจะได้ลงนามเป็นพันธมิตรกันตั้งแต่กลางปี ที่ผ่านมา ในย่าน 2300 เมกะเฮิรตซ์  และตั้งเป้าจะให้บริการ 4จีร่วมกันได้ในต.ค. แต่ผ่านมาถึงขณะนี้ และคาดว่าในสิ้นปีก็อาจจะยังไม่สามารถให้บริการได้
          อนุญาตใช้คลื่นไม่ตรงกัน
          นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ทีโอที กล่าวว่า หลังจากที่อนุกรรมการกลั่นกรองด้านโทรคมนาคม สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เรียกฝ่ายบริหารให้ ชี้แจงเรื่องร่างสัญญาคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น ที่ประชุม ยังมีข้อสงสัยว่าคลื่นดังกล่าวสามารถ ให้บริการแบบเคลื่อนที่ได้ หรือไม่ ดังนั้น ทีโอที จะดำเนินการส่งเอกสาร ชี้แจงกสทช.เร็วๆ นี้
          เรื่องดังกล่าว สืบเนื่องมาตั้งแต่ที่สำนักงานกสทช.ได้เคยมีมติอนุญาตการปรับปรุงและอัพเกรดคลื่นความถี่ในช่วงดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.2558 เพี่อให้บริการ เสียง ข้อมูล และพหุสื่อ โดยใช้ เทคโนโลยีแอลทีอี และใช้งานได้ทั่วประเทศ ตามประกาศ กทช. เรื่อง แผนความถี่วิทยุกิจการบรอดแบนด์ ไวร์เลส แอ็คเซ็ส (บีดับบลิวเอ) ย่านความถี่วิทยุ 2300-2400 เมกะเฮิรตซ์
          ต่อมาเมื่อ 25 เม.ย.2559 กสทช. ได้แจ้งเพิ่มเติมมายัง ทีโอที ว่ามติดังกล่าวเป็นการอนุญาตให้ ทีโอที นำคลื่นความถี่ 2300 ไปให้บริการได้ทั้งประเภทฟิกซ์ ไวร์เลส บรอดแบนด์ และ โมบาย บรอดแบนด์ได้ ตามข้อเสนอแนะของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู)
          แจงการใช้งานทางเทคนิค
          ทั้งนี้ เอกสาร F1399.1 ของมาตรฐานไอทียู-อาร์ ได้ให้คำอธิบายว่า บีดับบลิวเอ คือการเชื่อมต่อไร้สายที่มีความเร็วสูงกว่า 2 เมกะบิต ซึ่งเป็นไปได้ 3 รูปแบบได้แก่ 1.ฟิกซ์ ไวร์เลส แอ็คเซ็ส การเชื่อมต่อ ไร้สายแบบประจำที่ 2.โมบาย ไวร์เลส แอ็คเซ็ส การเชื่อมต่อไร้สายแบบเคลื่อนที่ และ 3.นอร์แมนดิก ไวร์เลส แอ็คเซ็ส การเชื่อมต่อไร้สายแบบกึ่งเคลื่อนที่
          ส่วนรูปแบบธุรกิจที่ทีโอทีกับดีแทคตกลงเป็นพันธมิตรกันนั้น ทีโอที จะเช่าอุปกรณ์เพื่อให้บริการโทรคมนาคมบนคลื่นความถี่ 2300 จากคู่ค้าและนำคลื่นความถี่มาใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ดังกล่าว จากนั้น จึงนำความจุโครงข่ายที่ได้มาดำเนินธุรกิจด้วยตนเอง แบ่งเป็นความจุเป็น 40:60
          ตามแผนธุรกิจความจุโครงข่าย 40% จะถูกแบ่งเป็น 2 บริการ คือ 1. บริการ โมบาย บรอดแบนด์  เพื่อนำมาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมถึงให้บริการกับ ผู้ให้บริการเอ็มวีเอ็นโอ และ 2.บริการฟิกซ์ ไวร์เลส บรอดแบนด์ ส่วนความจุอีก 60% จะนำไปให้บริการร่วมกับพันธมิตรคู่ค้าในรูปแบบบริการโรมมิ่ง หรือขายส่งผู้ให้บริการเอ็มวีเอ็นโอ ซึ่งเป็นรูปแบบของการให้บริการที่เป็นไปตามประกาศ กสทช. เช่นเดียวกับการให้บริการรายอื่นในตลาด
          สูญเงินเดือนละ500ล้านบาท
          นายมนต์ชัย กล่าวว่า หากปีนี้ได้เซ็นสัญญา กับดีแทค จะทำให้ทีโอทีขาดทุนเพียง 900 ล้านบาท จากปีนี้ที่ขาดทุนอยู่ 4,800 ล้านบาท เพราะต้องเสียค่าปรับในคดีภาษีสรรพสามิต แต่ทีโอทีจะสามารถบริหารจัดการประสิทธิภาพองค์กร ไม่ให้ขาดทุนได้ แต่หากไม่ได้ปีหน้าทีโอทีจะสูญเสียรายได้ 4,510 ล้านบาท ไม่นับรวมความเสียหายในปีนี้ หากไม่ได้เซ็นสัญญาในเดือนต.ค.2560 ที่เดือนละ 500 ล้านบาท
          อย่างไรก็ตาม ทีโอทียังมีงบประมาณที่ขออนุมัติจากสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) 400 ล้านบาท เพื่อทำเสา 2300 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 400 ต้น อยู่ ซึ่งขณะนั้นทีโอทีตั้งใจลงทุนแบบฟิกซ์เอง แต่เมื่อได้ดีแทค มาเป็นพันธมิตร จึงมีแนวคิดในการลงทุนร่วมกันนั้น หากแผนการทำธุรกิจกับดีแทคไม่คืบทีโอทีคงต้องรีบลงทุนก่อนที่จะต้องทำเรื่องคืนงบประมาณในกลางปีหน้า
          เอกสารทางเทคนิคไม่ชัด
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า หลังจากตรวจร่างสัญญาฯ แล้วพบว่ายังมีรายละเอียดทางเทคนิคบางส่วน ที่ไม่สอดกับที่ระบุในรายงานการประชุมของกรรมการกสทช.ซึ่งในรายงานการประชุมเดิม ระบุให้คลื่นย่าน 2300 ใช้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ไม่สามารถเอาไปให้บริการด้วยเสียงได้ แต่เรื่องนี้ คณะกรรมการกลั่นกรองด้านโทรคมฯ จะประชุมพิจารณาอีกครั้งวันที่ 7 ธ.ค.นี้ จากนั้นจะสรุปเสนอเข้าที่ประชุมบอร์ดกสทช. วันที่ 13 ธ.ค.นี้ แต่เบื้องต้นคาดว่า บอร์ดจะให้ความเห็นชอบร่างสัญญาฯ โดยมี ข้อสังเกตแนบท้าย ซึ่งการนำคลื่นย่าน 2300 ไปให้บริการนั้น เป็นสิ่งทำได้แต่ต้องแก้ไขร่างสัญญาฯให้เรียบร้อย จากนั้นส่งให้อัยการสูงสุด คณะกรรมการกฤษฎีกา และ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อพิจารณาก่อนลงมติด้วย
          'การเซ็นสัญญาที่ล่าช้าทำทีโอทีสูญรายได้ เดือนละ 500 ล้านบาท'
          มนต์ชัย หนูสง
          บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเริ่มนำเอไอช่วยรับมือภัยไซเบอร์  กลายเป็นคุณสมบัติซอฟต์แวร์เพื่อปกป้อง ลดการรั่วไหลของข้อมูล
          ณัฐศักดิ์ โรจนพิเชฐ