ADVANCรับข่าวดีธ.ค.นี้ จ่อเซ็นสัญญาคลื่น2100 "ทีโอที"พร้อมชี้แจงคลื่น 2300 เพิ่มเติม

 “ทีโอที” จ่อเซ็นสัญญาคลื่น 2100 MHz กับ ADVANC ภายใน ธ.ค.นี้ ส่วนความคืบหน้าคลื่น 2300 MHz กับ DTAC เตรียมส่งเอกสารชี้แจงกสทช.เพิ่มเติมอีกครั้ง ยันทำตามมติ กสทช. ชี้ BWA นำมาทำโมบายได้ ย้ำเซ็นสัญญาล่าช้ากระทบรายได้กว่า 4,500 ล้านบาท
          นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมลงนามในสัญญาการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทในเครือของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ในการให้เช่าใช้คลื่นความถี่ เสา และอุปกรณ์โครงข่าย บนคลื่น 2100 MHz อย่างเป็นทางการภายในเดือน ธ.ค. 2560
          หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2560 ที่ผ่านมา อนุมัติให้ลงนามในสัญญาได้แล้ว แบ่งเป็น 2 สัญญา คือ สัญญาการใช้บริการข้ามโครงข่ายมือถือภายในประเทศ (Roaming) บนคลื่น 2100 MHz จำนวน 15 MHz สำหรับการใช้งานโครงข่าย 80% เป็นระยะเวลา 10 ปี สิ้นสุดปี 2568 ซึ่งจะลงนามสัญญากับบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ AWN บริษัทในเครือ ADVANC
          และสัญญาการเช่าเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคม จะลงนามสัญญากับริษัท ซุปเปอร์ บรอดแบนด์ เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ SBN บริษัทในเครือ ADVANC ทำให้บริษัทมีรายได้ 9,500 ล้านบาท/ปี ทั้งนี้ในปัจจุบันบริษัทในเครือ ADVANC อยู่ในช่วงทดลองใช้คลื่นเชิงพาณิชย์แล้ว
          *เตรียมชี้แจงคลื่น 2300 เพิ่มเติม
          ส่วนความคืบหน้ากรณีร่างสัญญาคู่ค้ากับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ในการให้บริการ 4G LTE-TDD บนคลื่นความถี่ 2300 MHz จำนวน 60 MHz นั้น บริษัทเตรียมส่งเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมต่อคณะอนุกรรมการกลั่นกรองงานของ กสทช.ด้านโทรคมนาคมอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เข้าไปชี้แจงด้วยตนเองมาแล้วเมื่อในวันที่ 27 พ.ย. 2560 ที่ผ่านมา
          โดยประเด็นข้อสงสัยของ กสทช.ในการนำคลื่นความดังกล่าวไปใช้งานเป็นไปตามมติที่อนุมัติให้ TOT ปรับปรุงการใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 2300 MHz จำนวน 60 MHz เพื่อนำไปใช้งาน Broadband Wireless Access (BWA) หรือไม่นั้น ยืนยันว่าบริษัทได้ปฏิบัติตามมติ กสทช.และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
          ทั้งนี้ บริษัทมองว่า BWA สามารถนำไปทำ Mobile ได้ เนื่องจากเอกสารของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ระบุว่า BWA คือ การเชื่อมต่อไร้สายที่มีความเร็วสูงกว่า 2 Mbps ซึ่งเป็นไปได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.Fixed Wireless Access (FWA) คือ การเชื่อมต่อไร้สายแบบประจำที่ 2.Mobile Wireless Access (MWA) คือ การเชื่อมต่อไร้สายแบบเคลื่อนที่ และ 3.Nomadic Wireless Access (NWA) คือ การเชื่อมต่อไร้สายแบบกึ่งเคลื่อนที่
          ส่วนรูปแบบธุรกิจนั้น บริษัทจะเช่าอุปกรณ์เพื่อให้บริการโทรคมนาคมบนคลื่นความถี่ 2300 MHz จาก DTACและนำคลื่นความถี่ 2300 MHz มาใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ดังกล่าว จากนั้นจึงนำความจุโครงข่ายที่ได้มาดำเนินธุรกิจด้วยตนเอง
          ทั้งนี้ร่างสัญญาดังกล่าว ความจุโครงข่าย 60% บริษัทจะนำไปให้บริการร่วมกับ DTAC ในรูปแบบบริการข้ามโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Roaming) หรือขายส่งผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่โครงข่ายเสมือน (MVNO) ซึ่งเป็นรูปแบบของการให้บริการที่เป็นไปตามประกาศ กสทช.เช่นเดียวกับการให้บริการร่วมกับพันธมิตรคู่ค้าของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายอื่นในปัจจุบัน
          ขณะที่ความจุโครงข่ายอีก 40% โดย 20% ให้บริการ Mobile Broadbandเพื่อนำมาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมถึงให้บริการกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่โครงข่ายเสมือน (MVNO) และอีก 20% ให้บริการ Fixed Wireless Broadband เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าบรอดแบนด์ของ ทีโอที และตอบสนองการดำเนินงานตามนโยบายประเทศไทย 4.0
          “ขั้นตอนก่อนที่จะได้ DTAC มาเป็นคู่ค้านั้น บริษัทได้เปิดกว้างให้ผู้สนใจมายื่นข้อเสนอ ซึ่งในขณะนั้น เมื่อเดือน มี.ค. 2560 ก็ได้มีผู้สนใจมายื่นข้อเสนอ 6 ราย รวมถึงผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบันทั้ง 3 รายด้วย ดังนั้นมองว่าการเป็นคู่ค้ากับ DTAC ไม่ได้ทำให้ผู้ให้บริการรายอื่นเสียเปรียบ” นายมนต์ชัย กล่าว
          นายมนต์ชัย กล่าวว่า การเป็นคู่ค้ากับ DTAC บริษัทจะได้รับค่าตอบแทนจาก 4,510 ล้านบาท/ปี ซึ่งหากได้ลงนามในสัญญาล่าช้าออกไปจากเดิมที่คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาได้ภายในไตรมาส 4/2560 จะทำให้กระทบกับรายได้ของบริษัท โดยสูญสียรายได้ในส่วนที่จะค่าตอบแทนจาก DTAC และในส่วนที่บริษัทจะนำความจุโครงข่าย 40% มาให้บริการ Mobile Broadband และ Fixed Wireless Broadband
          ขณะเดียวกันหากบริษัทได้ลงนามในสัญญาทั้งคลื่น 2100 MHz กับ ADVANC และคลื่น 2300 MHz กับ DTAC นั้น คาดว่าในปี 2561 บริษัทจะมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 900 ล้านบาท ซึ่งเหลือขาดทุนจำนวนไม่มากนัก ดังนั้นบริษัทพยายามทำให้ผลการดำเนินไม่ขาดทุน โดยการหารายได้เพิ่มขึ้น และลดค่าใช้จ่าย
          ด้านนายมรกต เธียรมนตรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจขายและบริการลูกค้าองค์กร TOT กล่าวว่า บริษัทคาดหวังกับธุรกิจการให้บริการคลื่นความถี่ 2300 MHz ร่วมกับ DTAC ครั้งนี้มาก เนื่องจากสามารถพลิกฟื้นรายได้ของ TOT จากขาดทุนเป็นกำไร ซึ่งกระบวนการดำเนินงานที่ล่าช้า ทำให้สูญเสียรายได้ 500 ล้านบาท/เดือน จากที่คาดว่าจะลงนามสัญญาร่วมกับคู่ค้าได้ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2560 และให้บริการได้ในเดือน พ.ย. 2560 อย่างไรก็ตามยังคาดหวังว่าจะสามารถลงนามสัญญาได้ทันก่อนสิ้นปีนี้
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ADVANC ใช้บริการคลื่นความถี่ เสา และอุปกรณ์โครงข่ายผ่านข้อตกลงกับ TOT สำหรับคลื่นความถี่ 2100 MHz โดยในปี 2560 จะมีการบันทึกเต็มปี จำนวน 9,500 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้คลื่นความถี่ 3,900 ล้านบาท ค่าเสา 3,600 ล้านบาท และค่าอุปกรณ์โครงข่าย 2,000 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีการทดลองใช้คลื่นเชิงพาณิชย์แล้ว