แห่ใช้ดาต้าปั้นแบรนด์ เผย3เทรนด์โซเชียลมีเดียปีหน้าแนะเร่งผลิตคอนเทนต์คุณภาพ

โพสต์ทูเดย์ - โธธ โซเชียล ประเมินธุรกิจไทยยังใช้โซเชียลมีเดียเป็นตัวกลาง ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่ม แนะ 3 เทรนด์ใหม่โซเชียลมาแรง
          นายกล้า ตั้งสุวรรณ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โธธ โซเชียล เปิดเผยว่า เทรนด์โซเชียลมีเดียที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นในปีหน้า 3 ประเภท คือ 1.ทุกอย่างจะเป็นเรียลไทม์มากขึ้น ทั้งการโต้ตอบกับลูกค้าด้านบริการการติดต่อซื้อขายจะไม่มีการรอเป็นระยะเวลานานแล้ว 2.ผู้บริโภคจะเลือกเสพสื่อที่เกี่ยวกับตัวเองมากขึ้น คอนเทนต์หรือโฆษณาใด ที่ไม่เกี่ยวข้องจะต้องไม่ขึ้นฟีดโชว์บน โซเชียลมีเดีย และ 3.คิวอาร์โค้ดจะเข้ามาเป็นมาตรฐานในการใช้ชีวิตมากขึ้น ทุกคนจะรับรู้เรื่องราวต่างๆ ทั้งการใช้จ่ายและหาข้อมูลผ่านคิวอาร์โค้ด
          สำหรับเทรนด์การใช้โซเชียลมีเดีย ในไทยจะมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยที่เห็นชัดคือ ทวิตเตอร์มีคนใช้เยอะขึ้น เฟซบุ๊กมีผู้ใช้งานหน้าใหม่ แต่อาจจะไม่โตเหมือนที่ผ่านมา ขณะที่ภาคธุรกิจมีการปรับใช้โซเชียลในแง่ของการประชาสัมพันธ์แบรนด์มากขึ้น และ ผู้บริโภคก็สื่อสารกับแบรนด์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียมากขึ้น
          จากการเก็บข้อมูลของบริษัทยังพบว่า เทรนด์การใช้โซเชียลมีเดียยังคงเติบโตอย่างรวดเร็วและก้าวกระโดดถึง 9% ทั่วโลกในช่วงครึ่งปีแรก และในไทยปริมาณข้อมูลบนโซเชียลเพิ่มขึ้น 44% จากปี 2559 ที่มีจำนวน 2,500 ล้านข้อความ และคาดว่าจำนวนข้อมูลในปี 2560 จะเพิ่มขึ้นมาเป็น 3,600 ล้านข้อความ
          ขณะที่ข้อมูลจากสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) เผยถึงเม็ดเงินในสื่อโฆษณาออนไลน์ว่า แนวโน้มเม็ดเงินโฆษณาจะเพิ่มขึ้นอีก 24% ทำให้มูลค่าตลาดสื่อโฆษณาดิจิทัลแตะ 1.17 หมื่นล้านบาท โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมีการใช้จ่ายสูงถึง 1,089 ล้านบาท
          "การกดไลค์ไม่ช่วยเรื่องการสื่อสารแบรนด์ แคมเปญที่กระตุ้นให้คนแชร์ คอนเทนต์จากหน้าเพจมากขึ้นเป็นการวัดระดับความน่าสนใจและความนิยมของแบรนด์ได้ดีกว่า แบรนด์อาจมองหาแพลตฟอร์มใหม่ๆ แต่ก็ไม่ทิ้งเฟซบุ๊กเพราะผู้ใช้งานมีจำนวนมาก" นายกล้า กล่าว
          ทั้งนี้ โซเชียลมีเดียที่มีอิทธิพลต่อ ผู้บริโภคอันดับที่หนึ่งยังคงเป็นเฟซบุ๊ก รองมาคือ ยูทูบและไลน์ ส่วนพันทิป เป็นแพลตฟอร์มที่มีผลต่อการหาข้อมูลของผู้บริโภค และอินฟลูเอ็นเซอร์ ช่วยกระตุ้นการซื้อขายได้หากรีวิวสินค้าเชิงบวก