แห่จองพื้นที่ทรูดิจิทัลพาร์คสานฝันดันไทยขึ้นฮับดิจิทัล

 "ทรู ดิจิทัล พาร์ค" อัพเดตภารกิจดันไทยศูนย์กลางดิจิทัล ยิ้มร่า "ต่างชาติ-ธุรกิจไทย-สตาร์ตอัพแห่จองพื้นที่กว่า 40% มั่นใจยอดจองเต็ม 100% ภายในสิ้นปี 2561
          นายฐนสรณ์ ใจดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เปิดเผยว่า แม้จะอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการทรู ดิจิทัล พาร์ค ซึ่งมีเป้าหมาย เป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลของประเทศ ไทยที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเสริมศักยภาพ สตาร์ตอัพไทยให้เติบโตแข่งขันได้ บนเวทีโลก ปัจจุบันมีบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ และบริษัทสตาร์ตอัพ ต่าง ๆ สนใจจองพื้นที่แล้วกว่า 40% คาดว่าจะจองเต็ม 100% ก่อนโครงการเฟสแรกจะแล้วเสร็จภายใน สิ้นปี 2561
          โดยการลงทุนแบ่งเป็น 2 เฟส เฟสแรกมีพื้นที่ 40,000 ตารางเมตร จะเสร็จในไตรมาส 4/2561 เฟส 2 พื้นที่ 37,000 ตารางเมตร คาดว่าจะเสร็จทั้งหมดในปี 2565 รวมเป็น 77,000 ตารางเมตร
          "โครงการนี้เราใช้พื้นที่จากวิสซ์ดอม เอสเซ้นส์ สุขุมวิท จึงไม่ได้ลงทุนในเรื่องโครงสร้างจะลงทุนเฉพาะด้านการตกแต่งและบริหารจัดการ 500-700 ล้านบาท ปัจจุบันตกแต่งไปแล้ว 20%"
          สำหรับบิสซิเนสโมเดลในโครงการนี้จะเน้นการพัฒนาอีโคซิสเต็มในการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่จึงยังไม่มีรูปแบบการสร้างรายได้ที่ชัดเจน และไม่สามารถ คาดการณ์ได้ว่าจะคืนทุนเมื่อไร แต่ประเมินว่าน่าจะเร็วเพราะไม่ใช่รูปแบบการทำอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป
          ปัจจุบัน มีบริษัทต่างชาติสนใจจองพื้นที่ เปิด open labs และศูนย์นวัตกรรม รวมทั้งองค์กรขนาดใหญ่ และสตาร์ตอัพ ในไทย รวมแล้วมีการจองพื้นที่ 40-50% ไม่รวมพื้นที่ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่จะจัดตั้งศูนย์บริการดิจิทัลแบบเบ็ดเสร็จ (digital one stop service) อำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติ และอาจมีพื้นที่ให้การเทรนนิ่งกับสตาร์ตอัพด้วย
          "ทรู ดิจิทัล พาร์ค มีรูปแบบการให้บริการแบบสเปซแอสอะเซอร์วิส (space as a services) เหมือนระบบคลาวด์ ทำให้ยืดหยุ่นเรื่องการบริหาร และการจัดอีเวนต์ต่าง ๆ มากมาย"
          โครงการทรู ดิจิทัล พาร์ค ตั้งอยู่ที่สุขุมวิท 101 ย่านนวัตกรรมปุณณวิถี หนึ่งในพื้นที่นำร่องโครงการย่านนวัตกรรม 15 ย่านของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) แบ่งพื้นที่เป็น 4 โซน ได้แก่ 1.coworking space สำหรับทำงานและแลกเปลี่ยนความคิด ออกแบบให้เกิดคอมมิวนิตี้ใช้พื้นที่ 11,000 ต.รม. 2.enterprise space สำนักงานบริษัทข้ามชาติ และเหล่าสตาร์อัพใช้พื้นที่ 20,000 ตรม. 3.innovation space ศูนย์นวัตกรรมและเครื่องมือเทคโนโลยี เพื่อเปลี่ยนจากไอเดียเป็นสิ่งของและนำไปต่อยอด โดยมีคลาวด์, อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง, 3D พรินติ้ง 4.events and business services space ใช้เป็นที่สร้างคอมมิวนิตี้ เป็นห้องประชุม, จัดกิจกรรม, ร้านอาหาร และสันทนาการต่าง ๆ
          "องค์ประกอบทั้งหมดรวมกันจะเกิดเป็นอีโคซิสเต็มที่ดึงดูดสตาร์ตอัพเก่ง ๆ นักเขียนโปรแกรม, ผู้ลงทุน มาทำงานร่วมกันเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพราะต่างชาติอยากมาไทย และยิ่งองค์ประกอบเอื้อ คือ รัฐเอื้อผลประโยชน์ได้จริง ส่วนสิ่งที่เราทำคือสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานต่าง ๆ เทคโนโลยีที่ดี สถานที่ที่เหมาะสม"