คปภ.จ่อใช้SupTechคุมธุรกิจประกันยุคดิจิทัล

ผู้จัดการรายวัน360 - คปภ.จ่อใช้ระบบเทคโนโลยีคุมธุรกิจประกันยุคดิจิทัล หวังเพิ่มประสิทธิภาพการดูแล และคุ้มครอง ผู้บริโภคมากขึ้น มั่นใจช่วยวิเคราห์ข้อมูลและวางมาตรการควบคุมอย่างรวดเร็วได้ดี
          ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่สำนักงาน คปภ. ได้รับเชิญจาก Governor Choe Heungsik ผู้ว่าการ Financial Services Supervision (FSS) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลภาค การเงินของประเทศเกาหลี เพื่อประชุมร่วมกันเกี่ยวกับความร่วมมือในการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย และเข้าร่วมสัมมนา "International Fintech Seminar : Fintech Landscape and Supervisory Challenges" ระหว่างวันที่ 15-16 พฤศจิกายน 2560 ณ กรุงโซล ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี โดยผู้นำของทั้งสอง หน่วยงานมีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์กันมาอย่างต่อเนื่อง โดยเกาหลีเป็นประเทศที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีในภาคการเงิน และมีการกำกับดูแล FinTech ในเชิงรุก ซึ่งการจัดสัมมนาครั้งนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อทั้งหน่วยงานภาคกำกับ และ ภาคเอกชน
          เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า จากการ เข้าร่วมสัมมนา International Fintech Seminar ครั้งนี้ ทำให้ได้รับข้อมูล และความคิดเห็นเชิงลึกจากหน่วยงานกำกับภาคการเงิน ภาคธุรกิจ และสถาบันการศึกษาของประเทศต่างๆ ซึ่งต่างแสดงความเห็นอย่างหลากหลายเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแล Fintech ในปัจจุบัน โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าการวางนโยบายการกำกับดูแลในยุคที่เทคโนโลยีเฟื่องฟูอย่างมากในภาคการเงินและการประกันภัย ควรคำนึงถึงการรักษาสมดุลมิให้การกำกับดูแลมากเกินไปกลายมาเป็นอุปสรรคขัดขวางการเติบโตของ ภาคการเงิน ซึ่งบางครั้งเทคโนโลยีก็ก้าว ไปอย่างรวดเร็วกว่าที่หน่วยงานกำกับจะสามารถออกกฎระเบียบมาควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การกำกับดูแลจึงควร เปิดพื้นที่ให้กับผู้เล่นที่จะสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ แต่ในขณะเดียวกันควรมุ่งเน้นการคุ้มครองดูแลผู้บริโภคเพื่อมิให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยเฉพาะการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง และเพียงพอ การป้องกันการฉ้อฉล และ การสร้างกลไกในการจัดการข้อพิพาทต่างๆ โดยพบว่าในหลายประเทศก็ยึดแนวทางนี้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้หน่วยงานกำกับควรมี "Sup Tech" ที่เป็นการนำเทคโนโลยี มาใช้สร้างกระบวนการกำกับดูแลในแบบอัตโนมัติ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อวางมาตรการกำกับดูแล ซึ่งสำนักงาน คปภ. ก็ได้มีนโยบายและริเริ่มที่จะนำ "Sup Tech" นี้มาใช้ยกระดับการกำกับดูแลในยุค "InsurTech"
          นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. และ FSS ได้เคยมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU)  ร่วมกันตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา โดยกำหนดความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูล และการพัฒนาศักยภาพในการกำกับดูแล ทั้งนี้ ตนและผู้ว่าการ FSS เห็นพ้องต้องกันที่จะกระชับความร่วมมือระหว่างกันให้แนบแน่นยิ่งขึ้น โดยในเร็วๆนี้ FSS จะถ่ายทอดความรู้ความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Audit) ซึ่งเป็นแผนงานที่สำคัญของสำนักงาน คปภ. ในการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยดิจิทัล
          นอกจากนี้ FSS พร้อมที่จะแลกเปลี่ยนแนวคิด และประสบการณ์ในการกำกับดูแลการขายประกันภัยผ่านธนาคาร (Bancassurance) ซึ่ง FSS มีกฎระเบียบที่มุ่งเน้นให้ประชาชนได้มีทางเลือกในการเลือกซื้อประกันภัย และให้มีการเสนอขาย ที่เหมาะสม
          "ธุรกิจประกันภัยไทยยังมีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมาก และตอนนี้ก็มีนักลงทุนต่างชาติหลายรายให้ความสนใจจะเข้ามาลงทุนในบ้านเรา ซึ่ง คปภ. เองก็มีหลักเกณฑ์ในการคัดกรองคุณสมบัติของนักลงทุนที่จะเข้ามาให้ต้องมีความพร้อม ทั้งด้านเงินทุน และความเชี่ยวชาญที่จะนำมาถ่ายทอด และพัฒนาธุรกิจประกันภัย ในประเทศ โดยความเชี่ยวชาญด้านการนำเทคโนโลยีมาสร้างนวัตกรรม และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ และนำ มาต่อยอดให้กับธุรกิจประกันภัยไทยได้" เลขาธิการ คปภ. กล่าว.