"บิ๊กดาต้า-โดรน-บล็อกเชน"เปลี่ยนประเทศ สึนามิIoT ซัดธุรกิจดับ

คิกออฟIoTสะพัด3.4หมื่นล้าน
          บิ๊กกสทช.ลั่นวงการโทรคมนาคม สู่ดิจิตอลทรานส์ฟอร์เมชัน ชี้  IoT สร้างเม็ดเงินกว่า 3.4 หมื่นล้าน เคลื่อนทัพไทยแลนด์ 4.0 "เศรษฐพงค์" ย้ำ "บิ๊กดาต้า-โดรน-บล็อกเชน" เชนจ์ชีวิต-ธุรกิจครั้งใหญ่
          หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจและสื่อในเครือสปริงนิวส์ กรุ๊ป ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดงานแสดงเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง หรือ Internet of Things ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เมื่อวันที่ 18-19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ BCCHALLเซ็นทรัล ลาดพร้าว
          พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กล่าวในงาน Internet Of Things (IoT) ตอนหนึ่งว่า "IoT"จะยังประโยชน์ ไปยังผู้ร่วมงานและประเทศชาติ รวมถึงจะช่วยคลี่คลายข้อสงสัยให้กับทุกท่านเกี่ยวกับ IoT
          ขณะที่นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวรายงานว่า นับจากนี้อีก 5 ปีข้างหน้าช่วงเวลาที่สำคัญของวงการโทรคมนาคมของไทย ซึ่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านดิจิตอล หรือ ดิจิตอลทรานส์ฟอร์เมชันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อไปสู่นวัตกรรมไทยแลนด์ 4.0 หนึ่งในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องที่สำคัญคือ IoT ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เป็นรูปแบบใหม่ สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ไฟฟ้า โดยผ่านการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
          "มีการคาดการณ์ว่า การนำไอโอทีมาใช้งานจะช่วยสร้างเม็ดเงินได้กว่า 3.4 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. ยังช่วยสนับสนุนการสร้างอีโคซิสเต็ม ซึ่งได้จัดทำกฎระเบียบคลื่นความถี่ 920-925 MHz เพื่อรองรับการใช้งาน IoT แบบไม่มีใบอนุญาต (Unlicensed) เช่นเดียวกับคลื่นความถี่ 2.4 MHz เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมในอนาคตของประเทศไทย"
          พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. และในฐานะประธาน กทค. กล่าวว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่ ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องกำหนดยุทธศาสตร์ใหม่ เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในปี 2020 โดยเทคโนโลยีจะมีความหลากหลาย อาทิ บิ๊กดาต้า โดรน บล็อกเชน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบธุรกิจมากมาย ในการสร้างขีดความสามารถในรูปแบบใหม่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพื่อก้าวผ่านไปสู่อินดัสตรี 4.0 ซึ่งประเทศเยอรมนีได้ก้าวข้ามผ่านไปแล้วและประเทศอื่นๆ ที่กำลังจะตามมา
          "การเปลี่ยนแปลงที่ตนได้กล่าวถึงในวันนี้ ยังไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง แต่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจะเกิดในอีก 2 ปีข้างหน้า"
          สำหรับบิ๊กดาต้า พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ย้ำว่า เป็นเรื่องของการจัดการข้อมูล เพื่อให้เกิดความชาญฉลาดในการตัดสินใจ ต้องกำหนดเป้าหมายจากบิ๊กดาต้า มีการกำหนดกลุ่มที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งสร้างโมเดลในการวิเคราะห์ การประเมินคุณภาพเรื่องความถูกต้องมีคุณภาพดีทันสมัยเชื่อถือได้ ก่อนเข้าสู่โมเดลการวิเคราะห์
          "ความสำคัญในการจัดการบิ๊กดาต้า คือ การรวบรวมข้อมูลจากหลากหลายแหล่งที่เกี่ยวข้อง ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับผู้ดำเนินการที่รู้ว่าชุดข้อมูลไหนตรงกับเป้าหมายไหน"
          5G เชื่อมทุกเทคโนฯ
          อย่างไรก็ตาม การสื่อสารของระบบ  Internet of Things หรือ IoT ระหว่างเครื่องจักรกับเครื่องจักร (M2M) และเครื่องจักรกับมนุษย์ (M2H) จะเชื่อมโยงทั้งเครื่องจักร กระบวนการผลิต และจอควบคุมของโรงงานแห่งอนาคต และเทคโนโลยี 5G จะเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางดิจิตอลที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และคุณภาพได้อย่างไม่น่าเชื่อ
          ในยุค 5G ที่มีความเร็วในการส่งข้อมูลสูงกว่า 4G ถึง 10 เท่าตัว จะทำให้หุ่นยนต์และมนุษย์ทำงานร่วมกันในโรงงาน ซึ่งในโรงงานจะทำหน้าที่เหมือนวงดนตรีที่เล่นเพลงเดียวกันอย่างไพเราะด้วยเครื่องดนตรีที่หลากหลาย มากกว่าจะเป็นเพียงกลุ่มของสายการผลิตที่มีเครื่องจักร มนุษย์ และหุ่นยนต์ที่ต่างก็มีบทบาทแตกต่างกัน แต่กลับมาทำงานร่วมกัน พื้นโรงงานจะเป็นแบบไดนามิก และปรับแต่งใหม่ได้ เพื่อให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่จะผลิตขึ้น
          นอกจากนี้หุ่นยนต์จะเชื่อมต่อเข้ากับระบบคลาวด์ได้แบบเรียลไทม์ เพื่อความปลอดภัยและสั่งการ ซึ่ง 5G ไม่ได้สำคัญแค่เรื่องความเร็ว แต่จะมีการเพิ่มจำนวนเครือข่าย ที่สามารถเชื่อมต่อกันได้มากขึ้นและสามารถรองรับการใช้งานผ่านอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) ได้ถึงล้านล้านอุปกรณ์ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน 5G
          ทั้งนี้การวิเคราะห์และการคาดการณ์จากสำนักวิจัยหลายสำนักก็สามารถสรุปได้ว่า อุตสาห- กรรมสื่อและโทรคมนาคมจะถูกพลิกโฉมอย่างที่ไม่เหลือรูปแบบเดิม ประมาณช่วงปี 2023-2025 (หลังจากการประกอบร่างของAI และ Big data สำเร็จ) ตามมาด้วยอุตสาหกรรมการเงินการธนาคารและค้าปลีกในช่วงปี 2025 (หลังจากการประกอบร่าง ระหว่าง AI, Big data และ Blockchain สำเร็จ) ไปจนถึงอุตสาหกรรมพลังงานในปี 2030 (หลังจากการประกอบร่างระหว่าง AI, Big data, Blockchain และ Smart material สำเร็จ) ซึ่งหลังจากปี 2030 นั้นคือภาพจริงของการอพยพจาก อุตสาหกรรมเก่าเข้าสู่ยุค Industry 4.0 อย่างสมบูรณ์แบบ