TRUE ความสามารถ...ห้ามเลียนแบบ

เรื่องนวัตกรรมของวิศวกรรมการเงินต้องยกให้เขา... สำหรับผู้บริหารของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE…โปรดอย่าเถียงเสียให้ยาก
          หลายต่อหลายครั้งมาแล้ว ในรอบ 10 ปีนี้ ที่ TRUE สามารถก้าวข้ามอุปสรรคทางการเงินมาได้ ท่ามกลางการแข่งขันที่ทำให้บริษัทมีภาวะขาดทุนเรื้อรังยาวนา มีกำไรสุทธิแค่บางไตรมาส และกำไรสุทธิส่วนใหญ่...พูดก็พูดเถอะ มักจะเป็นกำไรพิเศษมากกว่ากำไรจากการดำเนินงาน
          นวัตกรรมการเงินใหม่ที่มากับปฏิบัติการขายทรัพย์สินเข้ากองทุนรอบใหม่ที่เริ่มมาหลายเดือนแล้วก็เห็นเค้าลางของนวัตกรรม...ต้องขอย้ำว่า ห้ามลอกเลียนแบบ เพราะนี่เป็นความสามารถเฉพาะตัว...ใครขืนทำตามแบบทื่อๆ แล้วเจ็บตัว ไม่รู้ด้วยนะ
          ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บลจ.ไทยพาณิชย์ ในฐานะผู้บริหาร กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่ามีความคืบหน้าในการตกลงเจรจาสำหรับการเข้าทำสัญญาเกี่ยวกับการลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 ดังต่อไปนี้
          - DIF จะเข้าทำข้อตกลงซื้อทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่เป็นใยแก้วนำแสง กับบริษัทย่อยในกลุ่มของ TRUE จำนวน 2 ราย ชื่อ บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด (TICC) และบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (TUC) และนำกลับไปให้กับทั้งสองบริษัทเช่าหรือผู้เช่าช่วงภายใต้สัญญาแก้ไขสัญญาเช่า
          - ข้อตกลงการเช่ากลับอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า DIF จะไม่สร้างหรือวางใยแก้วนำแสงในเส้นทางเดียวกันกับใยแก้วนำแสงซึ่งบริษัทใน TRUE ขายหรือให้เช่าแก่กองทุนฯ ณ วันที่มีการลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 2 เสร็จสิ้น (หรือ ณ วันที่มีการลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 3 เสร็จสิ้น หากในกรณีที่มีการลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 3) เว้นแต่ในกรณีที่ (1) ใยแก้วนำแสงซึ่งกองทุนสามารถให้เช่า หรือ เช่าช่วงให้แก่บริษัทในกลุ่มทรู มีปริมาณความจุไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้บริการของบริษัทในกลุ่มทรู หรือ (2) กองทุนฯปฏิเสธที่จะให้เช่าใยแก้วนำแสงที่มีอยู่ให้แก่บริษัทใดในกลุ่มทรู หรือ (3) คู่สัญญาไม่สามารถตกลงเงื่อนไขการเช่าใยแก้วนำแสงได้ โดยในแต่ละกรณี TRUE อาจดำเนินการสร้างระบบใยแก้วนำแสงในเส้นทางเดียวกันเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานของบริษัทดังกล่าว
          ภาษาทางการแบบนักกฎหมายดังกล่าว สามารถสรุปเพื่อให้เข้าใจสั้นๆ ได้จากมติที่ประชุมบอร์ดของ TRUE เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2560 ที่เห็นชอบให้ 4 บริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท เอเชีย ไวร์เลส คอมมิวนิเคชั่น จำกัด หรือ AWC, บริษัท TUC, บริษัท ทรู มูฟ จำกัด หรือ TMV และ บริษัท TICC เข้าทำรายการการขายและโอนทรัพย์สินรายได้จากทรัพย์สิน และสิทธิในการเช่า อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกันให้กับ DIF โดยมีมูลค่ารวม ระหว่าง 65,000-72,000 ล้านบาท โดยมีสัญญาตามข้อตกลงเพื่อเช่าทรัพย์สินในอนาคต ในรูปแบบของการเช่า (Lease) และเช่าช่วง (Sub-Lease) จาก DIF เพื่อใช้ทรัพย์สินดังกล่าวในการดำเนินธุรกิจต่อไป โดยธุรกรรมดังกล่าวจะมีมูลค่าไม่เกิน 94,300 ล้านบาท
          นอกจากนั้นยังมีมติเพิ่มเติมอีก 1) ให้บริษัทย่อยของ TRUE รวมถึง TUC และ TICC ขยายระยะเวลาการเช่าทรัพย์สินของ DIF ในปัจจุบันกับ DIF ไปจนถึงวันที่ 15 ก.ย. 2576 และวันที่ 31 ธ.ค. 2564 ภายใต้ข้อตกลงที่คล้ายคลึงกับข้อตกลงการเช่าเดิม โดยมีธุรกรรมมูลค่ารวมไม่เกิน 55,200 ล้านบาท 2) ให้ TRUE จองซื้อหน่วยลงทุนที่ออกใหม่ของ DIF เพื่อรักษาสัดส่วนที่ถือหน่วยลงทุนที่ระดับ 28.11-33.33% ซึ่งจะมีมูลค่าเงินลงทุนใหม่นี้ระหว่าง 11,200-24,000 ล้านบาท
          เงื่อนไขที่ว่ามา ถือว่า วิน-วิน ทั้งสองฝั่ง แต่...ที่เหนือชั้นกว่าธรรมดา อยู่ที่เงื่อนไขเพิ่มเติม
          มีการระบุออกมาภายหลังว่า การขายทรัพย์สินของTRUE ให้กับ DIF จะแบ่งเป็น 2 ขยัก
          ขยักแรก ภายในไตรมาสสี่ปีนี้ โดย DIF ต้องไปกู้เงินมาซื้อประมาณ 13,000 ล้านบาท...ขยักสอง (คาดว่าจะเสร็จในไตรมาสสองปี 2561) DIF เพิ่มทุนเสร็จโดยเป็นการเพิ่มทุนแบบ PP ให้ TRUE กลับเข้ามาถือหุ้นใน DIF ให้รวมแล้วถือประมาณ 33 % จากปัจจุบัน 28% อีกส่วนเพิ่มทุนแบบ RO ให้ ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิม แต่ราคายังไม่เป็นที่สรุป ...รวมแล้ว DIF จะเพิ่มทุนอีกประมาณ 58,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นราคาเพิ่มทุนเฉลี่ย 13.50 บาท
          หากมองข้าม 2 ประเด็นที่ถกเถียงกันคือ 1) ราคาขายเพิ่มทุนของ DIF เหมาะสมหรือไม่ ควรอยู่ที่เท่าใด 2) ราคาเหมาะสมหลังเพิ่มกอง ควรอยู่ที่เท่าใด....จะเห็นว่านวัตกรรมของ TRUE อยู่ที่กรรมวิธีการขาย 2 ขยักนี่เอง
          ขยักแรก TRUE รับไปเต็มทันที มีกำไรพิเศษบันทึกในไตรมาสสี่นี้เลย ไม่ต้องรอนาน
          ขยักสอง ได้ประโยชน์ทั้ง DIF (เพราะหากขายราคากองทุนแบบ PP ให้ TRUE ได้ ก็ขายแบบ RO ได้ราคานั้นแหละ) และ TRUE (ได้ทั้งเงินขายทรัพย์สิน และได้รับส่วนแบ่งกำไรจาก DIF เพิ่มขึ้น)
          “สวดยอด....จริงๆ”
          นักการเงินธรรมดาคิดไม่ได้หรอก...ต้องอัจฉริยะเท่านั้น
          อย่าได้แปลกใจที่ราคาหุ้น TRUE จะทะยานหวนกลับไปแซงราคาหุ้น JAS เหนือ 7.00 บาทในอีกไม่นาน
          อิ อิ อิ