SKYการันตีรายได้ตามนัดแบ็กล็อกแน่น-ลุยงานเพิ่ม

ทันหุ้น - ผู้บริหาร SKY "สิทธิเดช มัยลาภ" ส่งซิกช่วงที่เหลือของปี 2560 จ่อลุยงานประมูลภาครัฐหลักร้อยล้าน หวังส่งท้ายงบไตรมาส 4/2560 ฟื้นตัว พร้อมการันตีผลงานทั้งปี 2560 โตตามเป้า หรือ 50-70% กอด Backlog แน่น 1.7 พันล้านบาท
          นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกายไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY (ชื่อเดิมบริษัท ซีซีเอ็น-เทค จำกัด (มหาชน) หรือ CCN) เปิดเผยว่าแนวโน้มธุรกิจช่วงที่เหลือของปี 2560 บริษัทคาดจะมีงานประมูลของหน่วยงานรัฐออกมาอีกเป็นจำนวนหนึ่ง โดยบริษัทจะเข้าประมูลงานเองราว 1-2 งาน มูลค่าหลักร้อยล้านบาท ขณะเดียวกันบริษัทจะร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อเข้าประมูลงานใหม่อีก 1-2 งาน มูลค่าอยู่ในหลักล้านบาทเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามบริษัทต้องการหางานใหม่เข้ามาให้ได้มากที่สุด เพื่อมีรายได้ในระยะยาว
          ขณะที่ทิศทางผลประกอบการไตรมาส 4/2560 คาดทิศทางรายได้จะเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาส 3/2560  ส่วนภาพรวมทั้งปี 2560 บริษัทยังมั่นใจรายได้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 50-70% จากปีก่อน และคาดจะกลับมาเป็นบวกได้ แม้ช่วง 9 เดือนแรก ขาดทุน 7.09 ล้านบาท
          นายสิทธิเดช กล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินธุรกิจในปีหน้า หรือปี 2561 บริษัทอยู่ระหว่างจัดทำแผน เบื้องต้นบริษัทจะเน้นการจำหน่ายสินค้าและอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยให้กับหน่วยงานรัฐ ส่วนจะมีตัวเลขการเติบโตเป็นเท่าไรนั้นยังไม่สามารถประเมินได้ แต่ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) รวมทั้งสิ้น 1,782 ล้านบาท และคาดว่าจะมีงานใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
          "คาดว่าปี 2561 จะมีการเติบโตต่อเนื่องจากปี 2560 อย่างแน่นอน ขณะที่แผนการขยายธุรกิจซอฟต์แวร์ยังดำเนินการไปตามแผน เชื่อว่าจะช่วยผลักดันให้รายได้ของ SKY เติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต"
          Q3 รายได้พุ่ง 142%
          ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2560 บริษัทมีรายได้รวม เท่ากับ 171.69 ล้านบาท เทียบกับไตรมาส 3/2559 เท่ากับ 70.82 ล้านบาท โดยรายได้รวมของบริษัทสำหรับไตรมาส 3/2560 เพิ่มขึ้น 100.87 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 142.43 เนื่องจากในไตรมาสที่ 3/2560 บริษัทได้มีการส่งมอบเครื่องจักรและอุปกรณ์ตามโครงการติดตั้งและบำรุงรักษาเครื่องจักรคัดแยกเอกสารจำนวน 2 เครื่องให้แก่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ทำให้รายได้ตามสัญญาเช่าทางการเงินของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 19.12 ล้านบาทในไตรมาส 3/2559 เป็น 157.05 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 3/2560 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 8.2 เท่า
          อย่างไรก็ดี บริษัทมีผลขาดทุนสำหรับงวดไตรมาสที่ 3/2560 จำนวน 1.52 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้น 2.32 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2559 ที่มีผลกำไรสุทธิที่ 0.81 ล้านบาทเนื่องจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวข้างต้น รวมถึงค่าใช้จ่ายทางภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้นจากกำไรที่คำนวณจากสัญญาเช่าทางการดำเนินงาน