"บิ๊กตู่"ห่วงชาวนา4.0ไม่มีสมาร์ทโฟน

 ไทยโพสต์ * พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้พัฒนาการเกษตร โดยได้จัดทำเว็บไซต์และแอปพลิเคชันเพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรเข้าถึงบริการของภาครัฐผ่านโทรศัพท์ได้สะดวกและรวดเร็ว ที่ได้ดำเนินการแล้ว เช่น เว็บไซต์ตลาดออนไลน์ www.dgtfarm.com รวบรวมสินค้าเกษตรให้ผู้บริโภคเลือกซื้อได้โดยตรง แอปพลิเคชันกระดานเศรษฐี 4.0 ช่วยให้เกษตรกรฝึกคำนวณต้นทุนการผลิตด้วยตนเอง แอปพลิเคชันจองรถเกี่ยว ช่วยจัดหารถเกี่ยวแก่ เกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกมาก หรือแอป พลิเคชันชาวนาไทย ที่รวบรวมข้อมูลมาตร การช่วยเหลือจากภาครัฐ เป็นต้น
          พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แสดงความเป็นห่วงเกษตรกรที่อาจจะไม่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟน หรือยังขาดทักษะการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ จึงขอให้ไปติดต่อใช้บริการที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) หรือศูนย์ดิจิทัลชุมชน ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำในเรื่องต่างๆ และมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้ใช้งานได้ พร้อมทั้งกำชับให้กระทรวงดิจิทัลฯ เป็นแกนกลางไปแก้ไขปัญหาแอปพลิเคชันของภาครัฐ ที่บางส่วนยังมีข้อมูลซ้อนทับกันอยู่ เพื่อให้เกิดความสะดวกแก่ผู้ใช้
          โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงโครงการเกษตรกรแปลงใหญ่ของรัฐบาล โดยห่วงใยเกษตรกรที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการหรือปัจจุบันทำเกษตรแบบแปลงเล็กแปลงน้อย เพราะพื้นที่ไม่ได้ติดกับแปลงใหญ่ของผู้อื่น จึงแนะนำให้ใช้วิธีการรวมกลุ่มแทน เช่น หากปลูกพืชชนิดเดียวกันก็สามารถรวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจชุมชน หรือสหกรณ์การเกษตรได้ เพื่อช่วยกันพัฒนาสินค้า เพิ่มมูลค่าผลผลิตและสร้างอำนาจต่อรองกับตลาด
          "นายกฯ ย้ำว่าวันนี้บ้านเมืองต้องการความเปลี่ยนแปลง จึงต้องการความร่วมมือ จากทุกฝ่าย โดยเฉพาะการปรับวิธีคิดและเปลี่ยนพฤติกรรมให้สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยน แปลงไป ทั้งหน่วยราชการ นักกฎหมาย พรรค การเมือง สื่อ และภาคประชาชน การกล่าวเช่นนี้เป็นเพียงการสร้างหลักคิดและกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ไม่ได้มีเจตนาดูถูก อ้างความดีของ คสช. หรือหวังผลทางการเมืองใดๆ" พล.ท.สรรเสริญระบุ
          พล.ท.สรรเสริญกล่าวอีกว่า สำหรับสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำ เพื่อสร้างความเปลี่ยน แปลงด้านการเกษตรในขณะนี้ คือการติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและจุดบริการไวไฟใน ศพก. และมีแนวคิดที่จะยกระดับ ศพก.ที่มีศักยภาพให้เป็นศูนย์ดิจิทัลชุมชน เพื่อให้เกิดการบูรณาการข้ามหน่วยงาน เช่น การพัฒนาบุคลากรผู้ดูแล ศพก. ให้เข้าร่วมกิจกรรมของศูนย์ดิจิทัลฯ แล้วนำไปถ่ายทอดแก่เกษตรกรในพื้นที่ โดยในปี 2561 รัฐบาลจะอบรมประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรที่อยู่ในหมู่บ้านเป้าหมายของโครงการเน็ตประชารัฐ 24,700 หมู่บ้าน จำนวนกว่า 1 ล้านคน โดยจะสอดแทรกเนื้อหาการใช้งานแอปพลิเคชันให้ทุกคนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง.