เอไอเอสเปิดศูนย์อินเทอร์เน็ตชุมชน ต้นแบบ "โค-เวิร์กกิง สเปซ"

ปัจจุบันเทคโนโลยีได้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทยแล้ว หากแต่การนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ อาจจะไม่ค่อยคุ้มค่าเสียเท่าไหร่ หากแต่ก็มีความพยายามของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ที่พยายามจะทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและใช้ได้อย่างคุ้มค่า
          ด้วยเหตุนี้ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส หนึ่งในผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ของไทย จึงได้ประกาศความร่วมมือกับกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิด "ศูนย์อินเทอร์เน็ตชุมชนต้นแบบ Co-Working Space AIS ร่วมบ่มเพาะผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนดิจิทัล" ขึ้นมา เพื่อให้ก้าวสู่การเป็นไทยแลนด์ 4.0 โดยได้เปิดศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคเหนือ จังหวัดลำปาง สร้างให้เป็นศูนย์อินเทอร์เน็ตชุมชน เพื่อเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อส่งเสริมธุรกิจของผู้ประกอบการในชุมชน
          นางวิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวถึงนโยบายภาครัฐในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งมุ่งเน้นการนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเข้าไปส่งเสริมการทำงานของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เอไอเอสในฐานะผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีดิจิทัลได้เล็งเห็นความสำคัญของนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเอไอเอส ภายใต้แนวคิด "Digital For Thais" ที่มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปยกระดับรากฐานของประเทศใน 4 ด้าน คือ สาธารณสุข การเกษตร การศึกษา และผู้ประกอบการธุรกิจรายใหม่ (Start Up) เพื่อสนับสนุนการทำงานของภาครัฐที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
          เอไอเอสและกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) สนับสนุนการจัดทำโครงการ "ศูนย์อินเทอร์เน็ตชุมชน ต้นแบบ CoWorking Space AIS ร่วมบ่มเพาะวิสาหกิจชุมชนดิจิทัล" ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคเหนือ จังหวัดลำปาง เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาชุมชนในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสร้างคุณค่าให้กับสินค้าและบริการของวิสาหกิจชุมชนและธุรกิจรายย่อย สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคเหนือ จังหวัดลำปาง มีภารกิจหลักในการช่วยเหลือสตรีที่ขาดโอกาสและครอบครัวมีฐานะยากจน ด้วยการสนับสนุนด้านการศึกษาและสร้างอาชีพ ครอบคลุมพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ
          เอไอเอสมองเห็นโอกาสที่จะนำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลไปส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนและสตรีที่ได้รับการส่งเสริมอาชีพ ให้สามารถนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลไปประยุกต์ใช้ในการแข่งขัน และเป็นเครื่องมือในการพัฒนาตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการจัดอบรมเชิงปฏิบัติด้านการตลาดออนไลน์ และการให้คำปรึกษาธุรกิจ ตลอดจนวิเคราะห์แนวทางการทำตลาดออนไลน์ให้เหมาะสมกับผู้ประกอบการ ทำให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ สามารถเพิ่มยอดขายของสินค้า และลดต้นทุนในการบริหารจัดการธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมในยุคปัจจุบัน
          นอกจากนี้ ประชาชนทั่วไปที่กำลังเริ่มต้นทำธุรกิจ ยังสามารถเข้ามาศึกษาหาความรู้ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่เอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสมาชิกในเครือข่ายผู้ประกอบการของศูนย์การเรียนรู้อินเทอร์เน็ตชุมชนได้อย่างยั่งยืน
          นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวมีภารกิจในการมุ่งหวังให้ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคเหนือจังหวัดลำปางสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่สมาชิกในเครือข่ายครอบครัวชุมชนและสังคมให้สามารถดำเนินชีวิตในสังคมปัจจุบันได้อย่างมีความสุขและมีความยั่งยืนในอนาคต โดยมีความตั้งใจในการนำองค์ความรู้ด้านดิจิทัลไปส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ ผู้ประกอบธุรกิจ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนภายในศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีฯ ซึ่งถือเป็นต้นแบบในการให้ทุกภาคส่วนที่สนใจทั้งภาครัฐภาคเอกชนและภาคประชารัฐ ได้เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เกิดเป็นองค์ความรู้สร้างนวัตกรรมใหม่ให้เกิดขึ้นในชุมชน และสามารถนำกลับไปพัฒนาต่อยอดในพื้นที่สู่สังคมความเข้มแข็งตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ต่อไป
          นายชาลี สมมาตร ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคเหนือ จังหวัดลำปาง กล่าวว่า "ศูนย์อินเทอร์เน็ตชุมชน ต้นแบบ CoWorking Space AIS ร่วมบ่มเพาะวิสาหกิจชุมชนดิจิทัล ถือเป็นต้นแบบในการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนที่สนใจทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชารัฐและประชาชนทั่วไปได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการเริ่มต้นพัฒนาหรือต่อยอดการส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีความรู้ความสามารถในการดำเนินธุรกิจดิจิทัลต่อไปอย่างยั่งยืน"
          สำหรับศูนย์แห่งนี้ เอไอเอสได้เปิดคอร์สอบรมแก่ผู้ประกอบการทั่วไปที่สนใจได้เข้ามาอบรมเพื่อปูพื้นสำหรับการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ มีทั้งการสอนเพื่อทำเพจบนเฟซบุ๊ก การใช้ไลน์ การเขียนเรื่องราว การออกแบบผลิตภัณฑ์และโลโก้ และอื่นๆ อีกมาก รวมไปถึงการทำบัญชี อย่างไรก็ตาม ทางเอไอเอสจะเข้ามาเป็นผู้สอนให้จนถึงเดือนธันวาคมนี้เท่านั้น เพื่อให้ชุมชนได้ขับเคลื่อนศูนย์แห่งนี้ต่อไปด้วยตัวเอง
          ถือเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการเข้าไปสอนให้คนรู้จักเรียนรู้ทำมาหากินด้วยสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ ไม่ใช่แค่หว่านเงินลงไปช่วยที่จะช่วยได้เพียงแค่ชั่วเวลาหนึ่งเท่านั้น