ADVANC ชี้ซื้อหุ้น CSL สร้าง synergy ด้านพัฒนารายได้-ลดต้นทุน ช่วยเสริมธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ส่วนการเข้าประมูลคลื่น 900-1800 MHz ขอดูหลักเกณฑ์ทางการก่อน แย้มงบลงทุนปี 61 ต่ำกว่าปี 60
          นางสาววราภรณ์ โอสถานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เปิดเผยว่า กรณีที่บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ AWN ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทได้เสนอซื้อหุ้นของ บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) หรือ CSL จากผู้ถือหุ้นทุกรายของ CSL ในราคา 7.80 บาท/หุ้นนั้น จะเป็นการสร้างประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกัน (synergy) ทั้งในด้านการพัฒนารายได้ และการลดต้นทุน
          ทั้งนี้ CSL ทำธุรกิจต่างๆ ทั้งไอซีที โซลูชั่น ดาต้าเซ็นเตอร์ และคลาวด์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับลูกค้าองค์กรเป็นหลัก ซึ่งจะสามารถมาช่วยเสริมธุรกิจของบริษัทในส่วนที่ไม่ใช่ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในส่วนธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเนื่องจากกลุ่มลูกค้าเป็นคนละกลุ่ม โดยในส่วนของเอไอเอส ไฟเบอร์ จะเน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นครัวเรือนเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ CSL มีฐานลูกค้าธุรกิจบรอดแบนด์ เป็นพวกลูกค้าคอนโดมิเนียม
          อย่างไรก็ตาม บริษัทจะมีการเพิกถอนหลักทรัพย์ CSL ออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยของ CSL จะขายออกมาด้วย ซึ่งปัจจุบันถืออยู่ในสัดส่วน 43.79% และขณะนี้ดีลดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนของการรอให้ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัท ดีทีวี เซอร์วิส จำกัด หรือ DTV ที่ถือหุ้นอยู่ใน CSL จำนวน 250,099,990 หุ้น หรือคิดเป็น 42.07% จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อให้พิจารณาอนุมัติให้ DTV ขายหุ้นสามัญ ใน CSL ผ่านการทำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของ AWN
          ขณะเดียวกัน ยังอยู่ในขั้นตอนของการรอให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อนุมัติในการเข้าซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของ CSL ในกระบวนการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ CSL โดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไข ตามประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการควบรวมและการถือหุ้นไขว้กิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (รวมทั้งที่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม)
          สำหรับ กสทช.จะเปิดประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz และ 1800 MHz ที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานระหว่าง บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT กับ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ในวันที่ 15 ก.ย. 2561 นั้น มองว่าคลื่นความถี่มีความจำเป็น แต่บริษัทจะมีการพิจารณาราคาประมูลที่เหมาะสม และระยะเวลาในการชำระเงินประมูลด้วย อย่างไรก็ตามหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นดังกล่าวจะต้องมีการนำไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะก่อนที่จะออกหลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการ
          ส่วนคลื่นความถี่ 900 MHz และ คลื่น 1800 MHz ที่บริษัทประมูลได้มาก่อนหน้านี้ ยังเหลือค่าใบอนุญาตที่บริษัทต้องจ่ายอีก 88,100 ล้านบาท ภายในปี 2563 แบ่งเป็นในไตรมาส 4/2560 จำนวน 10,200 ล้านบาท ปี 2561 14,300 ล้านบาท ปี 2562 จำนวน 4,000 ล้านบาท และ ปี 2563 จำนวน 59,600 ล้านบาท
          ขณะที่แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2561 คาดว่าจะประกาศได้ภายในเดือน ก.พ. 2561 เบื้องต้นในส่วนของเงินลงทุนในปี 2561 คาดว่าจะต่ำกว่าปี 2560 ที่วางไว้ 40,000-45,000 ล้านบาท เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทได้ขยายโครงข่าย 4G ครอบคลุมกว่า 98 % ของจำนวนประชากรแล้ว
          ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงประมาณการรายได้จากการให้บริการในปี 2560 ที่คาดการณ์จะเติบโตประมาณ 4-5% จากปีก่อน ในส่วนการใช้บริการคลื่นความถี่ เสา และอุปกรณ์โครงข่ายผ่านข้อตกลงกับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT สำหรับคลื่นความถี่ 2100 MHz ในปี 2560 จะมีการบันทึกเต็มปี จำนวน 9,500 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้คลื่นความถี่ 3,900 ล้านบาท ค่าเสา 3,600 ล้านบาท และค่าอุปกรณ์โครงข่าย 2,000 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีการทดลองใช้คลื่นเชิงพาณิชย์แล้ว ส่วนข้อตกลงดังกล่าวปัจจุบันยังไม่ได้มีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการสูงสุดในเรื่องรายละเอียดสัญญา