"SKY"แบ็กล็อกนิวไฮ1.7พันล.ดึงพันธมิตรชิงงานเข้าพอร์ต

ทันหุ้น- SKY โชว์แบ็กล็อกนิวไฮที่ 1.78 พันล้านบาท ทยอยรับรู้ปีนี้ยันปีหน้า ฟากผู้บริหารฟิตจัด 2 เดือนสุดท้ายเร่งเครื่องชิงงานรัฐ พร้อมควงพันธมิตรประมูลงานใหม่มูลค่าหลักร้อยล้านบาทเข้าพอร์ต การันตีรายได้ปีนี้มาตามนัดโต 50-70% แย้มอยู่ระหว่างจัดทำแผนปีหน้า
          นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกายไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY (ชื่อเดิมบริษัทซีซีเอ็น-เทค จำกัด (มหาชน) หรือ CCN) เปิดเผยว่า สำหรับทิศทาง 2 เดือนสุดท้ายบริษัทคาดจะมีงานประมูลของหน่วยงานรัฐออกมาอีกเป็นจำนวนหนึ่ง โดยบริษัทจะเข้าประมูลงานเองราว 1-2 งาน มูลค่าอยู่หลักร้อยล้านบาท ขณะเดียวกันบริษัทจะร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อเข้าประมูลงานใหม่อีก 1-2 งาน มูลค่าอยู่ในหลักล้านบาทเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามบริษัทต้องการหางานใหม่เข้ามาให้ได้มากที่สุด เพื่อมีรายได้ในระยะยาว
          ตุนงานในมือเพียบ
          ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) รวมทั้งสิ้น 1,782 ล้านบาท แบ่งเป็น 1. งานจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT โดยจัดหารถเข็นกระเป๋าขนาดต่างๆ จัดหารถลากจูงไฟฟ้าชนิดยืนขับได้พร้อมแบตเตอรี่สำรอง และรถลากจูงไฟฟ้าชนิดยืนขับได้พร้อมจัดหาพนักงาน และจัดทำความสะอาด ดูแลและซ่อมบำรุงรักษารถเข็นกระเป๋าและรถลากมูลค่า 879 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะรับรู้รายได้เข้ามาในปี 2561 เป็นต้นไป
          2. งานจากบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เพื่อจัดทำโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ส่วนที่ 2 Mobile Service กลุ่ม 4 (ภาคกลาง-ใต้) และกลุ่มที่ 5 (3 จังหวัดชายแดนใต้ รวม 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา) ตามประกาศของ กสท.มูลค่า 469 ล้านบาทโดยจะรับรู้รายได้เข้ามาในปีนี้ราว 10% และ 3. งานจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) สำหรับโครงการซื้อพร้อมติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มูลค่า 434 ล้านบาท โดยจะรับรู้รายได้เข้ามาในปีนี้ราว 30-40%
          แบ็กล็อกทำนิวไฮ
          จากการรับงานที่มากขึ้น ส่งผลให้บริษัทมี Backlog สูงสุด หรือ นิวไฮ ทั้งนี้งานดังกล่าวยังไม่รวมกับงานจาก CCN เดิม หรืองาน "บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด" มูลค่าโครงการ 287.86 ล้านบาท อนึ่ง บริษัทได้ลงนามในสัญญาเพื่อให้เช่าเครื่องคัดแยกสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ (Mix Mail Sorter) และติดตั้งใช้งานที่ศูนย์ไปรษณีย์ศรีราชา จำนวน 1 เครื่อง และศูนย์ไปรษณีย์นครราชสีมา จำนวน 1 เครื่อง โดยมีระยะเวลาเช่า 10 ปี (2559-2568)
          ทั้งนี้บริษัทยังมั่นใจรายได้ปีนี้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 50-70% จากปีก่อน และคาดจะกลับมาเป็นบวกได้ แม้ช่วง 6 เดือนแรกขาดทุน 5.57 ล้านบาท สำหรับปัจจัยที่จะเข้ามาขับเคลื่อนให้บริษัทเติบโตก้าวกระโดดได้นั้น จะมาจากงบประมาณจากหน่วยงานรัฐ ที่จะทยอยประกาศใช้งบประมาณออกมาช่วงที่เหลือของปี
          นายสิทธิเดช กล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินธุรกิจในปีหน้า หรือปี 2561 บริษัทอยู่ระหว่างจัดทำแผน เบื้องต้นบริษัทจะเน้นการจำหน่ายสินค้าและอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยให้กับหน่วยงานรัฐ ส่วนจะมีตัวเลขการเติบโตเป็นเท่าไรนั้นยังไม่สามารถประเมินได้ ขณะที่แผนการขยายธุรกิจซอฟต์แวร์ยังดำเนินการไปตามแผน โดยบริษัทคาดว่าจะช่วยผลักดันให้รายได้ของ SKY เติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
          บอร์ดไฟเขียวลงทุน
          ล่าสุดตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติการลงทุนในบริษัทย่อย เพื่อประกอบกิจการค้าและพัฒนาซอฟต์แวร์ด้านระบบความปลอดภัย รวมทั้งให้บริการด้านคำปรึกษาการบริหารจัดการและจัดหาซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ทางเทคนิค โดยคาดจะจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทภายในเดือนตุลาคม และให้บริการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ภายใต้ชื่อ "บริษัท จีฟินน์ (ไทยแลนด์) จำกัด" ซึ่งบริษัทจะถือสัดส่วนหุ้น 40% บริษัท จีฟินน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ถือสัดส่วนหุ้น 40% ส่วนที่เหลือจะเป็นบุคคลอื่น