THCOMกำไรQ3ทรุดฮวบ85% ข้อพิพาทไทยคม 7-8 ใช้เวลา 15-36 เดือน

“ไทยคม” แจ้งงบไตรมาส 3/60 กำไรสุทธิลดฮวบ 85% เหลือ 65 ล้านบาท ส่วน 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 540 ล้านบาท ลดลง 68.7% ส่วนการยื่นอนุญาโตฯชี้ขาดข้อพิพาทไทยคม 7-8 ใช้เวลา 15-36 เดือน แต่ให้บริการดาวเทียมตามปกติ
          นายไพบูลย์ ภานุวัฒนวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2560 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 65 ล้านบาท ลดลง 85% จากในไตรมาส 3/2559 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 434 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายและการให้บริการของทั้งจากธุรกิจดาวเทียม รวมทั้งธุรกิจอินเทอร์เน็ตและสื่อ
          ทั้งนี้ กำไรสุทธิในไตรมาส 3/2560 ลดลง 69.9% จากไตรมาส 2/2560 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 216 ล้านบาท เป็นผลจากค่าชดเชยจากการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดของโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติของออสเตรเลีย (NBN) ซึ่งรับรู้อยู่ในรายได้อื่นในไตรมาส 2/2560
          สำหรับรายได้จากการขายและการให้บริการในไตรมาส 3/2560 อยู่ที่ 2,312 ล้านบาท ลดลง 17.2% จากไตรมาส 3/2559 ที่มีรายได้อยู่ที่ 2,791 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของรายได้จากการให้บริการดาวเทียมบรอดแบนด์ไทยคม 4 ในออสเตรเลีย และไทย รวมถึงการลดลงของรายได้การให้บริการเสริมต่างๆ บนดาวเทียมแบบทั่วไป ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มอุตสาหกรรมบรอดคาสต์ในประเทศไทยที่มีการชะลอตัว
          อย่างไรก็ตาม บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการเพิ่มขึ้น 1.1% จากไตรมาส 2/2560 ที่มีรายได้อยู่ที่ 2,286 ล้านบาท มีสาเหตุหลักจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการปรับกลยุทธ์ด้านการขาย โดยได้มุ่งเน้นไปยังตลาดที่ยังมีศักยภาพด้านบรอดคาสต์จึงส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น
          “ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2560 มีการปรับตัวลดลงจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน เป็นไปตามสภาวะของอุตสาหกรรมดาวเทียมที่มีการชะลอตัว แต่บริษัทได้มีการปรับกลยุทธ์ด้านการขาย โดยมุ่งเน้นการขายช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคม 8 ไปยังตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและเอเชียใต้ ส่งผลให้ในไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทประสบความสำเร็จและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าหลายราย” นายไพบูลย์ กล่าว
          ด้านผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 2560 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 540 ล้านบาท ลดลง 68.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,725 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 7,329 ล้านบาท ลดลง 17.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 8,903 ล้านบาท
          นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับความเชื่อมั่นจากทริสเรทติ้ง ยืนยันอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันที่ระดับ “A-” ด้วยแนวโน้ม “Stable” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สะท้อนถึงสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง และโดดเด่นในการเป็นผู้นำการให้บริการธุรกิจโทรคมนาคมผ่านดาวเทียม ล่าสุดบริษัทยังได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อ Thailand Sustainability Investment (THSI) หรือหุ้นยั่งยืนประจำปี 2560 เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน
          ขณะเดียวกันยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีการกำกับดูแลกิจการอยู่ในเกณฑ์ “ดีเลิศ” หรือ “CG 5 ดาว” ติดต่อกันถึง 5 ปี นับเป็นความสำเร็จจากความมุ่งมั่นและดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล (CG) อย่างเคร่งครัดและยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดี โปร่งใส และสร้างคุณค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง
          ส่วนกรณีที่บริษัทได้ยื่นเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการเพื่อพิจารณาชี้ขาดข้อเห็นต่างเรื่องดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 ที่เกิดขึ้นระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี และบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทนั้น กระบวนการอนุญาโตตุลาการต้องใช้เวลาทั้งสิ้น 15-36 เดือน โดยเริ่มต้นตั้งแต่บริษัทยื่นคำขอเพื่อเข้าสู่กระบวนการ และในระหว่างการดำเนินการเพื่อระงับข้อพิพาทข้างต้น บริษัทจะยังดำเนินธุรกิจให้บริการดาวเทียมได้ตามปกติแก่ลูกค้าทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อให้บริการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดตามมาตรฐานสากลเช่นที่ได้เคยปฏิบัติมาโดยตลอด
          ในส่วนของกลุ่มบริษัทในเครือ ณ สิ้นไตรมาส 3/2560 บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) หรือ CSL ธุรกิจให้บริการศูนย์คอมพิวเตอร์ (IDC) ยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยมีฐานลูกค้าจากการให้บริการ ณ สิ้นสุดไตรมาส 3/2560 เพิ่มขึ้น 17.6% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และในส่วนของฐานลูกค้าอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงตามคอนโดมิเนียม ณ สิ้นไตรมาส 3/2560 อยู่ที่ 19,413 ราย เพิ่มขึ้นจาก 3,079 ราย ณ สิ้นไตรมาส 3/2559
          ขณะที่ธุรกิจสื่อโฆษณาผ่านสมุดโทรศัพท์หน้าเหลืองของ CSL ได้มีการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ โดยหันมามุ่งเน้นการพัฒนาการขายผ่านสื่อออนไลน์และดิจิตอลผ่านเว็บไซด์ www.yellowpages.co.th และยุติการขายโฆษณาสื่อสิ่งพิมพ์สมุดหน้าเหลืองตั้งแต่เดือน เม.ย. 2560 ที่ผ่านมา
          ส่วนบริษัท ลาว เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (LTC) ในลาว มีจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์ในระบบรวมทั้งสิ้น 2,004,738 ราย และยังคงมีส่วนแบ่งในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นอันดับหนึ่ง คิดเป็น 56.9% ของตลาดรวม เพิ่มขึ้นจาก 53.8% ณ สิ้นไตรมาส 3/2559 โดยรายได้ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะรายได้ด้านดาต้าจากโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตซิม