ADVANC กำไร Q3 พุ่ง 14% INTUCH ดีเดย์แจ้งวันนี้

ADVANC ประกาศงบไตรมาส 3/60 โชว์กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 14% แตะ 7,469 ล้านบาท หลังธุรกิจมือถือ-อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเติบโต ขณะที่จับตา INTUCH แจ้งงบไตรมาส 3/60 วันนี้ ลุ้นกำไรสุทธิ 2,987 ล้านบาท โต 12.2% จากปีก่อน
          นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2560 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 7,469 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,529 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 3.5% จากไตรมาสก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 7,215 ล้านบาท แม้ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย รวมถึงต้นทุนทางการเงินจะสูงขึ้น ขณะที่อัตรากำไรสุทธิปรับตัวขึ้นเป็น 19.4% จาก 17.6% ในไตรมาส 3/2559 และ 18.5% ในไตรมาส 2/2560
          สำหรับรายได้รวมในไตรมาส 3/2560 อยู่ที่ 38,580 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 37,096 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และรายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแต่ลดลง 1.3% จากไตรมาสก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 39,079 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการขายซิมและโทรศัพท์ที่ลดลง
          ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (IC) ในไตรมาส 3/2560 อยู่ที่ 32,455 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 30,627 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 0.9% จากไตรมาสก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 32,153 ล้านบาท เนื่องจากการเติบโตจากรายได้จากบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
          โดยรายได้จากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ในไตรมาส 3/2560 อยู่ที่ 31,569 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 30,395 ล้านบาท และ 0.5% จากไตรมาสก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 31,415 ล้านบาท เป็นผลจากอัตราการการใช้งานโทรศัพท์ 4G ที่เพิ่มขึ้นเป็น 42% และอัตราการใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้นเป็น 5.9 กิกะไบต์/เลขหมายที่ใช้งานดาต้า/เดือน การรับรู้ของลูกค้าเกี่ยวกับคุณภาพโครงข่ายค่อยๆ ดีขึ้น หลังจากการเปิดตัวโครงข่าย AIS NEXT G รวมทั้งแพ็กเกจการใช้งานที่แตกต่างจากคู่แข่ง
          นอกจากนี้ บริษัทยังคงเน้นการทำตลาดกับกลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพ ทำให้ฐานลูกค้าระบบรายเดือนเติบโตขึ้น 235,300 เลขหมาย แต่ฐานลูกค้าระบบเติมเงินลดลง 522,500 เลขหมาย จากแนวโน้มการย้ายไปใช้งานระบบรายเดือน เนื่องจากแพ็กเกจในการเล่นอินเทอร์เน็ตที่ดึงดูดกว่าระบบเติมเงิน ส่งผลให้ลูกค้ารวมทั้งสิ้นอยู่ที่ 40.2 ล้านเลขหมาย
          ขณะที่รายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในไตรมาส 3/2560 อยู่ที่ 886 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 282% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 232 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 20% จากไตรมาสก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 738 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาสนี้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น 35,600 ราย ทำให้ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 481,500 ราย ขณะที่ ARPU อยู่ที่ 637 บาท เติบโต 28% จากไตรมาสเดียวปีก่อน และเพิ่มขึ้น 6.2% จากไตรมาสก่อน ในไตรมาสนี้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น 35,600 ราย เทียบกับ 72,000 รายในไตรมาสก่อน
          ส่วนกำไรสุทธิในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2560 อยู่ที่ 22,377 ล้านบาท ลดลง 7.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 24,198 ล้านบาท เนื่องจากค่าเสื่อมราคาและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในโครงข่าย 4G และใบอนุญาตคลื่นความถี่ และมีรายได้รวมอยู่ที่ 116,516 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากรายได้จากการให้บริการและรายได้จากการขายซิมและโทรศัพท์เติบโตขึ้น โดยรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC อยู่ที่ 95,972 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
          ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงประมาณการรายได้จากการให้บริการในปี 2560 ที่คาดการณ์จะเติบโตประมาณ 4-5% จากปีก่อน และมีอัตรากำไรจากการขายเครื่องโทรศัพท์ปรับตัวดีขึ้นใกล้เคียงระดับเท่าทุน (หรือใกล้เคียง 0%) โดยเน้นการทำแคมเปญกับกลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพ ในส่วนการใช้บริการคลื่นความถี่ เสา และอุปกรณ์โครงข่ายผ่านข้อตกลงกับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT ในปี 2560 จะมีการบันทึกเต็มปี โดยรวมแล้วอัตรา EBITDA margin คาดว่าจะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเป็น 42-44% และประมาณการงบลงทุนโครงข่ายมือถือและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (ไม่รวมค่าใบอนุญาต) โดยรวมอยู่ที่ 40,000-45,000 ล้านบาท
          *จับตา INTUCH แจ้งงบวันนี้
          ส่วนบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)หรือINTUCHจะประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2560 ในวันนี้ (3 พ.ย. 2560) โดยบริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า แนวโน้มกำไรสุทธิของINTUCHในไตรมาส3/2560อยู่ที่2,987 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1%จากไตรมาสก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่2,871ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 12.2%จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่2,662ล้านบาท เนื่องจากมีส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจมือถือของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือADVANCเป็น 3,100 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 19% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน
          สำหรับรายได้จากยอดขายและค่าบริการของINTUCHในไตรมาส 3/2560 จะลดลงเหลือ2,142ล้านบาท ลดลง 7.7% จากไตรมาสก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่2,319ล้านบาท และลดลง 24.1% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่2,823ล้านบาท จากการชะลอตัวธุรกิจดาวเทียมของ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM หลังจากที่เสียลูกค้าหลักในไทย และออสเตรเลียไปตั้งแต่ไตรมาส 2/2560
          ทั้งนี้ คาดว่ากำไรสุทธิของ INTUCH ในไตรมาส 4/2560 จะเติบโตต่อเนื่อง ตามกำไรที่เพิ่มขึ้นของ ADVANC ในช่วงปลายปี เนื่องจากกำไรเกือบทั้งหมดของ INTUCH จะมาจากส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC โดยคาดว่าปัจจัยฤดูกาลน่าจะช่วยหนุนให้กำไรของADVANCเพิ่มขึ้นจากการใช้งานโทรศัพท์มือถือและยอดขายเครื่องมือถือที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจากการออกโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งiPhone8 ซึ่งคาดว่าจะมีมาร์จิ้นสูง
          นอกจากนี้ ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2560-2561 ของINTUCHโดยปี 2560 ลดลงจากเดิม 2.3% เหลือ12,193ล้านบาท ลดลง 26% จากปีก่อน แต่ประมาณการกำไรสุทธิปี 2561 เพิ่มขึ้น 0.5% เป็น14,006ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน
          ขณะเดียวกันประเมินราคาเป้าหมายของINTUCHเพิ่มขึ้นจากเดิม 68 บาท เป็น 68.25 บาท ดังนั้นยังคงแนะนำ“ซื้อ”INTUCHเนื่องจากคาดว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 2560 อยู่ที่ 2.3% และในปี 2561 อยู่ที่ 5.2% นอกจากนี้หากTHCOMจ่ายปันผลพิเศษในปี 2561 เนื่องจากมีกำไรพิเศษจากการขายCSLคาดว่าINTUCHก็จะจ่ายปันผลพิเศษอีก 0.16 บาท/หุ้น ซึ่งจะทำให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2561 เพิ่มขึ้นจากประมาณการอีก 0.3%