THCOMโต้รมว.ดีอี มโนให้ฟ้องศาลปค.

“ไทยคม” โต้ “รมว.ดีอี” มโนให้ยื่นฟ้องศาลปกครองชี้ขาดข้อพิพาทไทยคม 7-8 แจงขัดต่อสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารในประเทศ ขณะที่วันนี้เตรียมแจ้งงบไตรมาส 3/60 โบรกฯคาดมีกำไรสุทธิ 90 ล้านบาท ลดฮวบ 58%
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง และปรากฏเป็นข่าว “จ่อฟ้องศาลปกครองชี้ขาด ดีอี’ บี้ ไทยคม’ ปฏิบัติตามสัญญาสัมปทาน” มีเนื้อความตอนหนึ่ง ระบุว่า เมื่อตกลงกันไม่ได้ก็ควรจะยื่นฟ้องศาลปกครองให้ตัดสินชี้ขาด เพื่อสร้างความชัดเจนโดยไม่จำเป็นต้องผ่านขั้นตอนของคณะอนุญาโตตุลาการเพราะจะล่าช้า
          ทางบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ  THCOM ได้ชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นข่าวดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เนื่องจากข่าวดังกล่าวมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่น และทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อสาธารณชน โดย THCOM เห็นว่าการที่กระทรวงดิจิทัลฯ จะนำข้อพิพาทเรื่องดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 ภายใต้สัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ระหว่างกระทรวงดิจิทัลฯ และบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ THCOM ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองให้ตัดสินชี้ขาด เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกระบวนการที่ระบุในสัญญาฯ อีกทั้งข้อกำหนดในเรื่องการดำเนินการระงับข้อพิพาทเป็นข้อกำหนดที่ระบุเอาไว้ในสัญญาฯ ที่ทำขึ้นระหว่าง INTUCH และกระทรวงดิจิทัลฯ คู่สัญญาจึงต้องดำเนินการโดยวิธีการที่ระบุไว้ในสัญญา
          รวมทั้ง INTUCH และ THCOM ได้ดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาต่างๆ ตามกระบวนการและขั้นตอนอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ด้วยความสุจริต มาตลอดระยะเวลา 26 ปี และ THCOM เชื่อมั่นในสิ่งที่ได้ดำเนินการว่าถูกต้องตามกฎหมาย จึงเป็นฝ่ายเสนอเรื่องเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ เพื่อให้มีคนกลางที่มีความยุติธรรมเข้ามาช่วยตัดสิน หาทางออก หรือข้อยุติบนพื้นฐานของความชอบธรรมตามกฎหมาย
          ทั้งนี้ ในวันนี้ (1 พ.ย. 2560) THCOM จะประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2560 โดยบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า ผลการดำเนินงานของ THCOM ในไตรมาส 3/2560 จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 15 ล้านบาท ลดลง 76% จากไตรมาสก่อน และลดลง 96% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิคาดว่าจะอยู่ที่ 90 ล้านบาท ลดลง 58% จากไตรมาสก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 216 ล้านบาท และลดลง 79% จากไตรมาสเดียวปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 434 ล้านบาท เนื่องจากคาดว่าบริษัทจะบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (ก่อนภาษี) เข้ามา 93 ล้านบาท
          โดยรายได้ของ THCOM ในไตรมาส 3/2560 คาดว่าจะอยู่ที่ 2,113 ล้านบาท ลดลง 9% จากไตรมาสก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 2,286 ล้านบาท และลดลง 26% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 2,791 ล้านบาท โดยสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการชะลอตัวของรายได้จากดาวเทียม
          สำหรับบรอดแบนด์ (ไอพีสตาร์) หลังจากเสียรายได้จากลูกค้าหลักในประเทศไทย ได้แก่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT และโครงการ NBN ของออสเตรเลีย ขณะที่รายได้จากลูกค้าใหม่ของดาวเทียมแบบดั้งเดิมยังไม่มากพอที่จะชดเชยรายได้ที่หายไปได้
          ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นของ THCOM ในไตรมาส 3/2560 คาดว่าจะลดลงจาก 23.1% ในไตรมาสก่อน เหลือ 20.8% ตามรายได้ที่ลดลง และคาดว่าสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายจะลดลงจาก 17.7% ในไตรมาสก่อน เหลือ 17.2% เนื่องจากคาดว่าบริษัทจะพยายามคุมค่าใช้จ่าย
          ทั้งนี้ ได้มีการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2560 ลง 17% เหลือ 670 ล้านบาท ตามการปรับลดประมาณการรายได้ และยังปรับลดประมาณการรายได้ปี 2561 ลงจากเดิมอีก 37% เพื่อสะท้อนถึงรายได้ที่หายไปจาก CSL ปีละ 3,000 ล้านบาท เนื่องจากคาดว่าจะมีการขายกิจการออกไปในปี 2561 ซึ่งจะส่งผลให้กำไรจากธุรกิจหลักชะลอตัวลง อย่างไรก็ตามกำไรสุทธิในปี 2561 จะได้แรงหนุนจากกำไรที่เกิดจากการขายกิจการ CSL ประมาณ 1,600 ล้านบาท (ก่อนภาษี)
          ดังนั้นจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2561 ขึ้นอีก 132% เป็น 1,826 ล้านบาท ดังนั้น แนะนำ “ขาย” ราคาเป้าหมายกลางปี 2561 ที่ 18.70 บาท เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับดาวเทียมที่มีอยู่ และการยิงดาวเทียมใหม่หลังจากที่สัมปทานเดิมหมดอายุในปี 2564