TOTรับมอบทรัพย์สินจากTRUE หลังสิ้นสุดสัญญาโทรศัพท์บ้าน

TOT รับมอบโครงข่ายโทรศัพท์บ้าน 2.6 ล้านเลขหมาย มูลค่าสุทธิทางบัญชี 4,700 ล้านบาท หลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน กับ TRUE พร้อมลูกค้ากว่า 8 แสนราย ลั่นให้บริการต่อเนื่อง ตั้งเป้าเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่ใน 8 ปี
          ผู้สื่อข่าว รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2560 ที่ผ่านมา บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT รับมอบคืนโครงข่ายโทรศัพท์ประจำที่ หรือ โทรศัพท์บ้าน จำนวน 2.6 ล้านเลขหมาย หลังจากสิ้นสุดสัญญาร่วมการงานและร่วมลงทุนขยายบริการโทรศัพท์ในเขตนครหลวง ระยะเวลา 25 ปี กับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2560 เวลา 24.00 น. โดยมี น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับดูแลตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 (สัญญาทรู) เป็นประธานในพิธีรับมอบดังกล่าว
          ด้านนายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ TOT เปิดเผยว่า หลังจากสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน 25 ปี ของโทรศัพท์บ้านในเขตนครหลวง เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2560 เวลา 24.00 น. ทาง TOT ได้รับดำเนินการต่อวันที่ 29 ต.ค. 2560 ตั้งแต่เวลา 00.01 น.เป็นต้นไป
          สำหรับทรัพย์สินที่ TOT ได้รับมอบประกอบด้วยอุปกรณ์ในระบบโครงข่ายโทรศัพท์ประจำที่ ที่ดิน และอาคารสิ่งปลูกสร้าง คิดเป็นมูลค่าสุทธิทางบัญชีประมาณ 4,700 ล้านบาท ซึ่งมีผู้ใช้บริการและลูกค้า ณ 30 ก.ย. 2560 จำนวน 869,371 ราย ประกอบด้วย ลูกค้าธุรกิจ ลูกค้าประชาชน ลูกค้าอื่นๆ โดย TOT มีความพร้อมในการให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง 100% โดยลูกค้าไม่ทำอะไรเพิ่มเติม และยังเดินหน้าหาลูกค้าต่อเนื่อง
          ทั้งนี้ TOT นำอัตราค่าใช้บริการพิเศษมาให้บริการในครั้งนี้ โดยโทรฟรีหาโทรศัพท์บ้านทั่วไทย 100 บาท/เดือน อัตราค่าบริการโทรท้องถิ่น 2 บาท/ครั้ง โทรทางไกลในประเทศและโทรหาเบอร์มือถือ 2 บาท/นาที (โทรหาเบอร์มือถือไม่รวมในมูลค่าการโทรฟรีต่อเดือน) นอกจากอัตราค่าโทรพิเศษแล้วลูกค้าหมายเลขบริการโทรศัพท์ประจำที่ทั่วประเทศ สามารถสอบถามโปรโมชั่นอื่นๆ กับการใช้งานได้ที่ TOT Contact Center โทร 1100 หรือศูนย์บริการลูกค้าทุกสาขาทั่วประเทศ
          นอกจากนี้ หลังจากรับทรัพย์สินจาก TRUE แล้ว ในอนาคต TOT จะมีการปรับปรุงโครงข่ายโทรศัพท์บ้าน และตั้งเป้าหมาย ภายใน 8 ปีข้างหน้า เปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่เข้ามาแทนเทคโนโลยี PSTN (Public Switched Telephone Network) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน คาดว่าใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้าบาท/ปี ซึ่งจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้ รวมทั้งเตรียมวิจัยและพัฒนา (R&D) อุปกรณ์เครื่องโทรศัพท์ให้มีฟังก์ชั่นเพิ่มเข้าไป เพื่อให้โทรศัพท์บ้านมีประโยชน์มากขึ้น และสามารถทำงานร่วมกับโทรศัพท์มือถือได้มากขึ้นด้วย
          ส่วนนายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ด้านการพาณิชย์ TRUE กล่าวว่า บริษัทได้ดำเนินการครบถ้วนเป็นไปตามมาตรฐานที่ TOT ใช้อยู่กับโครงข่ายของ TOT และได้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ และส่งมอบอุปกรณ์ในระบบให้แก่ TOT แล้ว อย่างไรก็ตามในช่วงแรกของช่วงเปลี่ยนผ่าน บริษัทพร้อมให้การสนับสนุน TOT ในด้านต่างๆ เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง