TRUEผลงานไตรมาส3ดีขึ้น โบรกฯคาดขาดทุนสุทธิลดเหลือ 961 ล้าน

“TRUE” คาดแจ้งไตรมาส 3/60 ดีขึ้น โบรกฯฟันธงขาดทุนสุทธิลดลงเหลือ 961 ล้านบาท พร้อมส่องงบไตรมาส 4/60 ดีขึ้น จากขายสินทรัพย์เข้า DIF ประเมินฟาดกำไร 1.27-1.43 บาท/หุ้น แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 7.28 บาท
          บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ประเมินว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ในช่วงไตรมาส 3/2560 จะมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 961 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 2,754 ล้านบาท และลดลงจากไตรมาสก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 1,245 ล้านบาท
          ขณะที่รายได้ของ TRUE ในไตรมาส 3/2560 คาดว่าจะอยู่ที่ 35,406 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 34,942 ล้านบาท เป็นผลจากรายได้เฉลี่ยต่อรายต่อเดือน (ARPU) ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากตัวเลขผู้ใช้บริการระบบรายเดือน (postpaid) ที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ผู้ใช้บริการระบบเติมงิน (prepaid) ลดลง แม้จำนวนผู้ใช้บริการทั้งหมดจะลดลงก็ตาม
          ประกอบกับค่าธรรมเนียม USO ที่ลดลง น่าจะส่งผลให้ต้นทุนสินค้าและบริการอยู่ที่ 17,209 ล้านบาท ลดลงประมาณ 0.7% จากไตรมาสก่อน ที่มีต้นทุนสินค้าและบริการอยู่ที่ 17,326 ล้านบาท รวมถึงในขณะนี้มีแนวโน้มการสนับสนุนเครื่องโทรศัพท์มือถือที่ลดลงด้วย
          สำหรับต้นทุนด้านการขาย คาดว่าอยู่ที่ 8,282 ล้านบาท ลดลงประมาณ 1% จากไตรมาสก่อน เป็นผลจากมาตรการการลดค่าใช้จ่าย Overhead ของ TRUE แต่ก็ยังเพิ่มขึ้นประมาณ 5% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้ EBITDA มาอยู่ที่ 10,153 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 7% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 39% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ส่วนค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่าย น่าจะสูงขึ้นประมาณ 4% จากไตรมาสก่อนมาอยู่ที่ 9,347 ล้านบาท
          ส่วนกรณี TRUE ขายสินทรัพย์เข้ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF มูลค่า 65,000-72,000 ล้านบาท มองว่าจะช่วยสร้างสภาพคล่องให้กับ TRUE ได้ในระยะสั้น รวมถึง Unlock Value ในส่วนของ Asset ของ TRUE ด้วย โดยประเมินกำไรจาการขายสินทรัพย์เข้า DIF ในครั้งนี้ จะอยู่ที่ประมาณ 1.27-1.43 บาท/หุ้น
          ทั้งนี้ ผลกระทบจาการขายสินทรัพย์เข้า DIF ต่องบกำไรขาดทุน จะทำให้เงินปันผลที่ TRUE จะได้รับจาก DIF จะเพิ่มขึ้นประมาณ 1,670 ล้านบาท ภายใต้สัดส่วนการถือหน่วยลงทุนใน DIF ที่ 33.33% และ DIF มี Net investment income ที่ 85% และสมมติฐาน TRUE นำเงินที่ได้ไปปลดหนี้จำนวน 29,428-35,000 ล้านบาท ที่อัตราดอกเบี้ย 3% จะช่วย TRUE ลดภาระค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 880-1,050 ล้านบาท รวมทั้งค่าเสื่อมลดลงประมาณ 590 ล้านบาท
          อย่างไรก็ตาม ธุรกรรมเช่ามูลค่า 94,300 ล้านบาท จนถึง 15 ก.ย. 2576 ระยะเวลาประมาณ 16 ปี คิดเป็นค่าเช่าที่ TRUE จะต้องจ่ายให้กับ DIF ประมาณ 5,900 ล้านบาท/ปี ส่งผลให้สุทธิแล้วจะทำให้กำไรก่อนภาษีลดลง 2,590-2,760 ล้านบาท ด้านผลกระทบจาการขายสินทรัพย์เข้า DIF ต่อราคาหุ้น ประเมิน TRUE จะมี Upside จากการขายสินทรัพย์เข้า DIF ประมาณ 0.10-0.33 บาท/หุ้น ดังนั้นยังคงแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมายปี 2560 ที่ 7.28 บาท โดยระยะสั้นได้แรงหนุนจากผลการดำเนินงานที่จะดีขึ้นในไตรมาส 4/2560 จากการขายสินทรัพย์เข้า DIF