DTACเงินสดเต็มพอร์ตเคาะแผนลงทุน2หมื่นล.

ทันหุ้น - DTAC เคาะงบลงทุนปี 2560 อยู่ที่ 1.7-2 หมื่นล้านบาท ตอกย้ำสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานแข็งแกร่ง 4,200 ล้านบาท เดินหน้าพัฒนาธุรกิจรับมือยุคดิจิทัลเบอร์ 1 ของประเทศไทยภายในปี 2563
          นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC กล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2560 บริษัทมีกำไรสุทธิ 601 ล้านบาท ลดลง 19% จากไตรมาสก่อน และลดลง 8.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรที่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากมีค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่สูงขึ้นอันเป็นผลจากการลงทุนในโครงข่าย โดยบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิ ต่อ EBITDA อยู่ที่ 0.8 เท่า ขณะที่หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิลดลงมาอยู่ที่ราว 2.4 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดี กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงาน (คำนวณจาก EBITDA หักด้วยเงินลงทุน) อยู่ที่ 4,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
          ทั้งนี้ ในไตรมาส 3/2560 บริษัทสามารถรักษา EBITDA Margin ที่ระดับ 41% ได้ติดต่อกัน 2 ไตรมาสเป็นผลจากประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น รวมทั้งมีการให้ส่วนลดค่าเครื่องที่ลดลง ทั้งนี้ บริษัทประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินธุรกิจโดยมุ่งหวังสร้างประสบการณ์ใช้งานของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นและลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่อง
          เพิ่มแวลูลูกค้า
          นอกจากนี้ บริษัทได้เปิดบริการใหม่ภายใต้ชื่อ "Line Mobile" ซึ่งเป็นบริการดิจิทัลเต็มรูปเพื่อสร้างความแตกต่างและช่วยเสริมสร้างตำแหน่งทางการตลาดของบริษัทในการนำเสนอบริการที่คุ้มค่าให้กับลูกค้า
          บริษัทลดการให้ส่วนลดค่าเครื่องในตลาดบริการระบบรายเดือนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยเพิ่มคุณภาพของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการและช่วยให้ EBITDA margin ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ดี รายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่ายในไตรมาส 3/2560 ลดลง 1.5% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่บริษัทมี EBITDA (ก่อนรายการอื่น) อยู่ที่ 7.74 พันล้านบาท เติบโต 7.2% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยการเติบโตของ EBITDA มาจากการลดลงของค่าธรรมเนียมและส่วนแบ่งรายได้ การให้ส่วนลดค่าเครื่องที่ลดลง รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงอันเป็นผลจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปรับรูปแบบธุรกิจให้คล่องตัวมากขึ้น
          ณ สิ้นไตรมาส 3/2560 บริษัทมีจำนวนฐานลูกค้ารวมอยู่ที่ระดับ 23.1 ล้านเลขหมาย ลดลงจากระดับ 23.6 ล้านเลขหมายเมื่อไตรมาสก่อน โดยจำนวนผู้ใช้บริการ 4G เพิ่มขึ้นเป็น 7.2 ล้านเลขหมาย หรือ 31% ของฐานลูกค้ารวม ขณะที่จำนวนลูกค้าที่ใช้อุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี 4G มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 10.9 ล้านเลขหมาย หรือ 47% ของฐานลูกค้ารวม
          วางเป้าผู้นำ 4G
          อย่างไรก็ดี บริษัทจะพัฒนาภาพลักษณ์ของแบรนด์และโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างประสบการณ์ดิจิทัลให้กับผู้บริโภคและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานไปพร้อมกัน นอกจากนี้ บริษัทยังคงทำการเพิ่มความหนาแน่นของโครงข่าย 2.1GHz โดยมุ่งสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคด้วยโครงข่ายอินเทอร์เน็ตที่พัฒนาดียิ่งขึ้น พร้อมนำเสนอบริการดิจิทัลและการบริการที่คุ้มค่าให้กับลูกค้าเพื่อให้บริษัทเป็นแบรนด์ดิจิทัลอันดับ 1 ในประเทศไทยภายในปี 2563
          "เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็น EBITDA Margin พร้อมกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ในไตรมาสที่ 3 การนำรูปแบบดิจิทัลเข้ามาปรับใช้ในธุรกิจหลักของเราอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้น พร้อมทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานขององค์กร
          นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มความหนาแน่นของเครือข่ายเพื่อรองรับการเติบโตของความต้องการด้านข้อมูลที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การจับมือเป็นพันธมิตรกับบมจ.ทีโอที ในการให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงบนคลื่น 2300 MHz จะช่วยเพิ่มปริมาณคลื่นที่มีอยู่ในมือในการให้บริการกับลูกค้าจากผลการดำเนินงานที่ดีในไตรมาสนี้ส่งผลให้สถานะทางการเงินของบริษัทยังคงปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีความพร้อมทางด้านการเงินในการก้าวเข้าสู่ปีสุดท้ายของสัญญาสัมปทานที่กำลังจะหมดลง"