ดีอีถกรับ"ซักเคอร์เบิร์ก"ชงข้อเสนอ"บิ๊กตู่"เจรจา

นายกฯพบซีอีโอเฟซบุ๊ก 30 ต.ค. ชี้หารือขยายให้บริการภูมิภาคอาเซียน โอกาสดีไทยต่อยอดธุรกิจ
          แจกบัตรสวัสดิการ7จว.คึกคัก
          เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม เป็นวันแรกของการแจกจ่ายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 7 จังหวัด กทม.และปริมณฑล คือนนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นครปฐม และสมุทรสาคร มีผู้รับบัตรรวม 1.3 ล้านราย ซึ่งใน 7 จังหวัดดังกล่าวได้รับบัตรช้ากว่า ต่างจังหวัด เนื่องจากต้องนำบัตรไปติดตั้งระบบ เพื่อใช้กับระบบตั๋วร่วม (e-Ticket)
          นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า บรรยากาศในการรับบัตรวันแรกใน 7 จังหวัดเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมารอรับบัตรตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะสาขาพื้นที่ จ.สมุทรปราการ จ.สมุทรสาคร มีประชาชนมารับบัตรเป็นจำนวนมาก และจากการสอบถามประชาชนในสองจังหวัดดังกล่าวต้องการนำบัตรไปซื้อของในร้านธงฟ้าเต็มวงเงินคือ 200 บาท และ 300 บาทต่อราย สำหรับบัตรสวัสดิการออมสินที่ต้องแจกจ่ายใน 7 จังหวัดครั้งนี้มีจำนวน 4.37 แสนราย เป็นพื้นที่ใน กทม.มากที่สุด คือ 1.73 แสนราย ส่วนในต่างจังหวัด 70 จังหวัดที่ธนาคารแจกจ่ายไปก่อนหน้านี้มีจำนวนรวม 2.58 ล้านราย เมื่อรวมกับครั้งนี้ ธนาคารแจกจ่ายบัตรทั้งสิ้นกว่า 3 ล้านราย
          นายสุวิทย์ พูลศิลป์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ในพื้นที่ 7 จังหวัดมีผู้ที่ผ่านคุณสมบัติรับบัตรสวัสดิการกว่า 2 แสนราย วันแรกที่เปิดให้รับบัตรมีประชาชนทยอยมารับบัตรตลอดทั้งวัน ส่วนภาพรวมการแจกจ่ายบัตรสวัสดิการในต่างจังหวัด 70 จังหวัด ล่าสุดแจกไปแล้วกว่า 5.3 ล้านราย คิดเป็น 85% ของผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนกับ ธ.ก.ส.ไว้ 6.2 ล้านราย คาดว่าจะแจกบัตรหมดภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ อย่างไรก็ตามใครยังไม่สะดวกมารับ สามารถติดต่อรับได้ตลอดทั้งปี ส่วนผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสวัสดิการ เพื่อใช้บริการ ขสมก.และรถไฟฟ้าอีก 500 บาท สำหรับคนที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัดและมาทำงานใน กทม. สามารถแจ้งขอรับสิทธิได้ที่ ธ.ก.ส.ในพื้นที่ที่จะย้ายเข้ามาอาศัย ซึ่ง ธ.ก.ส.จะส่งเรื่องให้ทางกระทรวงการคลังพิจารณาต่อไป
          รับบัตรปุ๊บรูดร้านธงฟ้าปั๊บ
          นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐ และเป็นร้านที่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของผู้มีรายได้น้อยสำหรับใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภค โดยตรวจเยี่ยม 2 ร้านในเขตบางบอน กรุงเทพฯ คือ ร้านบางบอนซุปเปอร์เซ็นเตอร์ และร้านเซฟ-ดี มินิมาร์ท ซึ่งวันนี้ (17 ตุลาคม) เป็นวันแรกที่แจกบัตรสวัสดิการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 7 จังหวัด ได้รับแจ้งว่าผู้ที่รับบัตรสวัสดิการ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯได้นำบัตรสวัสดิการไปรูดซื้อสินค้าข้าวสาร น้ำมัน เครื่องปรุงรส และสินค้าอุปโภคบริโภคของใช้จำเป็นต่างๆ อย่างคึกคัก และไม่พบปัญหาการใช้บัตรในร้านค้าที่ตรวจเยี่ยมครั้งนี้ แต่อย่างใด
          นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ร้านธงฟ้าเฉพาะในพื้นที่ กทม.มีร้านค้าติดตั้งเครื่องรูดบัตร (อีดีซี) แล้ว 300 แห่ง จากที่มีร้านค้าสมัครร่วมโครงการแล้ว 902 แห่ง ครอบคลุม 50 เขตในกรุงเทพฯ ทั้งนี้ จะเร่งทยอยติดเครื่องอีดีซีให้บริการประชาชนทั่วถึง รองรับการเข้ามาใช้สิทธิของผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ 552,278 ราย ส่วนร้านค้าที่ติดเครื่องอีดีซีรวมทั่วประเทศขณะนี้มีถึง 6,000 แห่งแล้ว จะเร่งติดตั้งให้ครบ 20,000 แห่งทั่วประเทศภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ จากการหารือกับสมาคมธนาคารไทย ธนาคารกรุงไทย และธนาคารออมสินยืนยันว่าจะสามารถเร่งการติดตั้งเครื่องอีดีซีได้เร็วขึ้น
          'บิ๊กตู่'เล็งก๊อก2หลุดพ้นยากจน
          "กรณีมีกระแสข่าวเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการ และจะมีการโยกย้ายวงเงินในส่วนของค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาใส่ในบัตรใช้ซื้อสินค้านั้น ขอยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยเรื่องนี้กับรองนายกฯสมคิด (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี) เรื่องนี้อาจจะเป็นเพียงแนวคิดของใครคนใดคนหนึ่ง และรองนายกฯสมคิดยังไม่ได้สั่งการอะไรเพิ่ม ในส่วนสวัสดิการแก่ผู้มีรายได้น้อยในขณะนี้ยังเป็นเช่นเดิม" นายสนธิรัตน์กล่าว และว่า ขอยืนยันว่า ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ จะเป็นการคัดเลือกและพิจารณาจากความพร้อมของร้านที่มีการสมัครเข้ามากว่า 30,000 แห่ง ประกอบกับดูที่ตั้งของร้าน และผู้ใช้บริการว่าสอดคล้องกับความต้องการ ครอบคลุมหรือไม่ ทั้งนี้ มีร้านค้ารายย่อยร่วมโครงการจำนวนมาก ไม่ได้มีแต่ร้านใหญ่ๆ
          นายสนธิรัตน์กล่าวอีกว่า ในส่วนสินค้าที่ลดราคา 15-20% เป็นสินค้าธงฟ้าประชารัฐ ขณะนี้มีประเภทสินค้าเข้าร่วมโครงการนี้แล้ว 40 ประเภท 318 รายการ จากผู้ผลิตเข้าร่วม 24 ราย ผู้มีรายได้น้อยสามารถใช้บัตรสวัสดิการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ในร้านค้าได้ ที่ไม่ใช่สินค้ายกเว้น อย่างเหล้า บุหรี่ ไม่จำเป็นต้องซื้อเฉพาะสินค้าธงฟ้าประชารัฐที่ลดราคาเท่านั้น นอกจากนี้ กระทรวงกำลังดำเนินการดึงสินค้าชุมชนเข้ามาร่วมจำหน่ายในโครงการ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนด้วย
          "ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันเดียวกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับว่า การมีสวัสดิการให้แก่ผู้มีรายได้น้อยรอบนี้เป็นเพียงขั้นที่ 1 ในการช่วยประชาชน ต่อไปรัฐบาลจะดำเนินการขับเคลื่อนขั้นที่ 2 ให้กลุ่มนี้พ้นจากความยากจน" นายสนธิรัตน์กล่าว
          คลังแจงไม่มีนโยบายเพิ่มเงิน
          ที่กระทรวงการคลัง นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดแถลงข่าวถึงกรณีเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการคนจนสำหรับซื้อของร้านธงฟ้าว่า ในเรื่องการเพิ่มเงินผู้ที่ได้รับ 200 บาท เป็น 700 บาท และ 300 บาท เป็น 800 บาทนั้น เรื่องดังกล่าวยังไม่ใช่นโยบายรัฐบาล ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการมาให้กระทรวงการคลังพิจารณาเพิ่มเงินใช้จ่ายร้านธงฟ้า จึงถามย้ำผู้สื่อข่าวที่มาถามว่ารองนายกฯสั่งการมาจริงหรือไม่ ถ้าสั่งการมาจริงกระทรวงการคลังพร้อมจะศึกษาในสั่งที่รัฐบาลต้องการ แต่คำสัมภาษณ์อาจทำให้เข้าใจผิดว่าสรุปเป็นนโยบายออกมาแล้ว ขอย้ำว่าเรื่องดังกล่าวยังไม่ใช่นโยบายจริง
          "ขณะนี้กระทรวงการคลังและรัฐบาลยังไม่มีนโยบายที่จะปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการใช้จ่ายในบัตรคนจนตามที่เป็นข่าวว่าจะโยกเงินค่าใช้จ่ายเดินทางไปใส่ในที่ค่าใช้จ่ายในร้านธงฟ้า ซึ่งการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขจะขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล กระทรวงการคลังพร้อมที่จะทำการศึกษาการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขให้ตรงกับความต้องการของประชาชน และตามนโนบายรัฐบาล หลังศึกษาเสร็จต้องเสนอไปยังฝ่ายนโยบายว่าเห็นด้วยหรือไม่" นายสมชัยกล่าว
          รอถกปลัดมท.ดึงเงินอปท.มาใช้
          นายสมชัยกล่าวถึงกรณีจะให้ท้องถิ่นหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นำเงินฝากไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีอยู่กว่า 1 แสนล้านบาทมาใช้เพื่อการลงทุน และดูแลเศรษฐกิจท้องถิ่นว่า กำลังหาเวลาเพื่อนัดหารือกับปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อดูว่าในทางปฏิบัตินำเงินดังกล่าวมาใช้อย่างไรได้บ้าง เพราะเงินที่มีอยู่นั้นถือว่าสูงมาก ซึ่งต้องไปดูว่าจะขัดระเบียบ ต้องแก้ไขอะไรหรือไม่ "ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาในระหว่างการประชุมร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ผมได้ฝากไปทางผู้ว่าราชการจังหวัดให้ช่วยดูเรื่องนี้บ้างแล้ว" ปลัดกระทรวงการคลังกล่าว
          อ๋อยติงบัตรคนจนทำเหลื่อมล้ำ
          นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า บัตรคนจนอาจเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่เป็นอยู่ และกำลังเป็น กระแสวิพากษ์วิจารณ์หลากหลาย เริ่มจากข่าวความไม่รัดกุม มีช่องโหว่ ผู้มีรายได้น้อยเอาบัตรสวัสดิการไปแลกเป็นเงินกับร้านธงฟ้าประชารัฐ ถือว่าผิดเงื่อนไข หากมีการตรวจสอบว่าทำผิดจริงร้านธงฟ้าจะถูกถอดออกจากทะเบียนร้านธงฟ้ากับกระทรวงพาณิชย์ และยึดเครื่องรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) คืน ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการจะถูกระงับวงเงินในบัตรทันที
          ขณะเดียวกันร้านธงฟ้าบางแห่งที่ยังไม่ได้มีการติดตั้งเครื่องอีดีซี แต่มีการติดป้ายหน้าร้านว่าพร้อมรับบัตรสวัสดิการ และสามารถมารับสินค้าออกไปก่อนได้ในวงเงิน 200 บาท โดยทางร้านจะทำการยึดบัตรสวัสดิการของ ผู้มีรายได้น้อยไว้ก่อน โครงการนี้มีประเด็นต้องฉุกคิดและตั้งคำถามหลายเรื่อง เช่น ความครอบคลุมของการให้บริการที่สามารถใช้ได้เฉพาะกับร้านธงฟ้าที่ติดตั้งเครื่องอีดีซีเท่านั้น แต่ยังมีร้านธงฟ้าที่ไม่มีเครื่องอีดีซี 14,000 แห่งจาก 19,500 แห่ง แล้วคนที่ถือบัตรจะเข้าถึงร้านธงฟ้าได้อย่างสะดวกจริงหรือไม่ คนรายได้น้อยใน 7 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ, นนทบุรี, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร และนครปฐม จะได้วงเงินช่วยค่าเดินทางโดยรถเมล์และรถไฟฟ้า ส่วนในจังหวัดอื่นนอกเหนือจาก 7 จังหวัดดังกล่าว ได้เฉพาะเงินช่วยเหลือค่ารถ บขส. และค่ารถไฟ จึงเป็นความเหลื่อมล้ำที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน และยิ่งไปทำให้ความเหลื่อมล้ำห่างออกจากกัน มากขึ้นอีก
          ถามรัฐสวัสดิการพร้อมจริงหรือ
          "บัตรคนจนอาจกำลังต้องการสร้างระบบรัฐสวัสดิการแบบปุบปับ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า ไม่ได้เตรียมการซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ถามว่าจะไม่ยิ่งเป็นปัญหาใหญ่ เพราะประเทศที่มีระบบรัฐสวัสดิการจะเก็บภาษีสูงมาก มากกว่า 30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ขณะที่ ประเทศไทยมีรายได้จากภาษีอยู่ที่ประมาณ 15-17% ถ้าจะใช้ระบบรัฐสวัสดิการจะต้องปรับโครงสร้างภาษีแล้วไทยพร้อมหรือไม่ ในภาวะที่รัฐบาลขาดดุลการคลังปีละจำนวนมาก และใช้จ่ายในเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์อยู่เป็นระยะ ดังนั้น การกำหนดนโยบายที่เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ไม่ควรทำกันแบบเพิ่มนั่นเติมนี่ไปตามใจชอบ โดยไม่รู้ว่ากำลังจะเดินไปสู่อะไร แต่ควรจะมีกระบวนการวิเคราะห์ สังเคราะห์นโยบายอย่างเป็นระบบ ที่ต้องเปิดให้มีการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ไม่ใช่อย่างที่ทำกันอยู่" นายจาตุรนต์ระบุ
          ดีอีนัดประชุมรับ'ซักเคอร์เบิร์ก'
          น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดและโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ในวันที่ 18 ตุลาคม นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ดีอี ได้มีการนัดหมายผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอีทั้งหมดประชุมในเรื่องภารกิจต่างๆ ซึ่ง 1 ในนั้นจะมีวาระการหารือถึงข้อสรุปในประเด็นด้านดิจิทัลที่จะฝาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนประเทศ ไทยในการเจรจากับนายมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก ที่มีกำหนดการเข้าพบนายกรัฐมนตรีในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ ทั้งนี้ เบื้องต้นขณะนี้จึงยังไม่สามารถให้คำตอบได้แน่ชัดว่าจะมีประเด็นใดบ้าง ซึ่งในวันที่ 18 ตุลาคม เมื่อได้ข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อย
          แล้ว ทางกระทรวงดีอีจึงดำเนินการแจ้งข่าวตามลำดับ
          บิ๊กตู่พร้อมรับมาร์ก30ต.ค.
          ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่นายมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารเฟซบุ๊กจะเดินทางมาเยือนประเทศไทยและเข้าพบในวันที่ 30 ตุลาคมว่า การเดินทางมาเยือนและพบกับตนนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดา นาย มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เดินทางมาดำเนินการในส่วนของเขา และมีการขอเข้าพบพร้อมกับหารือร่วมกันในการแสวงหาความร่วมมือในเรื่องของการป้องกันแก้ไขปัญหาในเรื่องผลกระทบของอาชญากรรมข้ามชาติว่าจะมีมาตรการและแผนการป้องกันอย่างไร ก็ไม่มีอะไรที่จะทำให้เกิดปัญหา ขอร้องว่าการพบกันครั้งนี้อย่าไปยึดโยงกับเรื่องนั้นเรื่องนี้เลย ถือเป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ก็ดีกว่าไม่ได้พูดกันเลย
--จบ--