"เพนกวิน"ปรับกลยุทธ์เสริมโซลูชั่นรับศึกมือถือเดือด

 "เพนกวิน" สู้ไม่ถอย ! ยืนหยัดเป็น MVNO กลางสมรภูมิเดือด เร่งปรับกลยุทธ์-เพิ่มสินค้าใหม่ซิม 3G 2100 MHz หลังค่ายใหญ่ระดมรับพนักงานปูพรมแจกซิมเบียดตลาดรากหญ้า ฟาก "ทีโอที" เตรียมเปิด MVNO เพิ่มอีก 1 ก่อนสิ้นปี
          นายชัยยศ จิรบวรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะไวท์ สเปซ จำกัด ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ "เพนกวิน" กล่าวว่า ยังเดินหน้าเป็นผู้ให้บริการแบบ MVNO (เช่าใช้โครงข่าย) แม้ตลาดแข่งขันกันดุเดือด และ MVNO อีกรายใหญ่อย่าง บมจ.สามารถ ไอโมบาย จะออกจากตลาดแล้ว เพราะเชื่อว่ายังมีช่องว่างในตลาด แม้จะมีอุปสรรคจากกฎระเบียบของ กสทช.ที่ยังไม่เอื้อกับผู้ประกอบการรายเล็ก อาทิ ค่าธรรมเนียมหรือการขอเลขหมายใหม่
          ปีกว่าที่เปิดให้บริการ ผู้บริโภคเริ่มรับรู้ว่าเป็นแบรนด์ทางเลือกที่เข้าถึงง่าย ราคาประหยัด ล่าสุดเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า โดยร่วมมือกับ บมจ.ทีโอที เช่าใช้โครงข่ายเปิดให้บริการ ซิมเพนกวิน 3G 2100 MHz ตั้งแต่ พ.ย.นี้  นอกเหนือจากซิมเพนกวิน 3G บนคลื่น 850 MHz ซึ่งเช่าใช้โครงข่ายของ บมจ.กสท โทรคมนาคม (แคท) และคาดว่าภายในปีหน้าจะสามารถให้ลูกค้าซิมเพนกวินใช้ 3G ได้ทั้ง 2 คลื่นบนซิมเดียว
          "โครงข่ายทีโอที 2100 MHz จะทำให้มีบริการโซลูชั่นเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากการให้บริการกับผู้บริโภคทั่วไป อาทิ อินเทอร์เน็ตออฟทิงก์ (IOT) แมชีนทูแมชีน ซึ่งเริ่มมีการใช้งานแล้ว ทั้ง GPS บนรถยนต์ การใช้เชื่อมลิงก์กับเครื่อง ATM ของธนาคาร ใช้กับสมาร์ทวอชสำหรับเด็ก ซึ่งได้มีการจับมือเป็นพันธมิตรกับ ผู้พัฒนาโซลูชั่น พัฒนาสมาร์ทดีไวซ์ต่าง ๆ แล้ว และจะโฟกัสให้มากขึ้น"
          ปิดจุดอ่อน-เพิ่มโซลูชั่น
          จุดขายที่ต่างกันคือ โครงข่ายทีโอที 2100 MHz เป็น 3G ที่แฮนด์เซ็ต ลูกข่ายรองรับได้หมด ส่วนคลื่น 850MHz ครอบคลุมไปได้ไกล แต่แฮนด์เซ็ตบางส่วนไม่รองรับ ซึ่งที่ผ่านมามีลูกค้าราว 20% ที่อยากใช้ แต่เครื่องเดิมไม่รองรับ
          ยอดขายซิม ณ สิ้นปีที่แล้วอยู่ที่ 5 แสนเลขหมาย เพิ่มใหม่เดือนละ 40,000-50,000 เลขหมาย ตั้งเป้าสิ้นปีนี้ที่ 1 ล้านเลขหมาย โดยเชื่อว่าการเป็น MVNO กับทีโอทีจะช่วยเพิ่มลูกค้าให้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าเท่าตัวภายใน 1 ปี
          "ยังเป็น 3G จะใช้จุดยืนให้ลูกค้าเห็นถึงความคุ้มในการใช้งาน และหากใช้จริงก็ไม่ต่างกัน แถมประหยัดกว่า ทั้งยังมีลูกค้าบางคนกลัวว่าเน็ต 4G เร็วเกินจะทำให้ถูกดูดเน็ต เสียค่าใช้จ่ายเยอะ"
          แต่พร้อมจะเจรจาเพิ่มเติมหากทั้ง ทีโอทีและแคทสามารถเปิดให้บริการ 4G กับ MVNO ได้ เพราะทีโอทีกำลังจะนำคลื่น 2300 MHz มาให้บริการ 4G
          ด้านนายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัทเดียวกัน กล่าวเสริมว่า เพนกวินต้องปรับกลยุทธ์ตลาดตลอดเวลา เพราะผู้ให้บริการ รายใหญ่เปิดโอกาสให้รายเล็กได้ทำตลาดน้อยลงมาก เนื่องจากทุกรายต้องการเพิ่มจำนวนลูกค้า
          "ตอนนี้ค่ายใหญ่กลายเป็นเสือหิว เดิมโฟกัสเฉพาะตลาดที่เห็นว่าได้กำไรแน่ ๆ แต่ตั้งแต่มาร์เก็ตแชร์เปลี่ยนเบอร์ 2 เบอร์ 3 ในตลาด และมีไลน์โมบาย เข้ามา ทุกรายจึงเร่งขยายฐานลูกค้า เดิมที่เคยเน้นแต่ post-paid มาเร่งเพิ่มลูกค้า pre-paid มากขึ้น และใช้วิธีเจาะตลาดแบบเดียวกับเพนกวินคือไดเร็กต์เซล แต่ละค่ายรับสมัครพนักงานเพิ่มหลักร้อย บางเจ้าหลักพันคน"
          ดังนั้นจากนี้จะเห็นกลยุทธ์ของเพนกวินที่รุกเข้าตลาดใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าองค์กร ซึ่งก็แข่งขันกันดุเดือด แต่บริษัทจะเน้นการพัฒนาโซลูชั่นที่พร้อมปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของลูกค้าในทุกระดับองค์กร ขณะที่โอเปอเรเตอร์รายใหญ่ยังเน้นเจาะองค์กรขนาดใหญ่มากกว่า  ปัจจุบันเพนกวินมีลูกค้าองค์กรราว 10% จึงน่าจะขยับสัดส่วนเพิ่มขึ้นได้อีก ฟากลูกค้าคอนซูเมอร์ทั่วไปจะเห็นการจับมือกับพาร์ตเนอร์เสนอบริการใหม่ ๆ ให้เพิ่มขึ้น อาทิ การขายเครื่องในราคาพิเศษสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความประหยัดและความคุ้มค่า
          ทีโอทีลุ้น MVNO รายใหม่
          ด้านนายรังสรรค์ จันทร์นฤกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจสื่อสารไร้สาย บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ปัจจุบันโครงข่าย 3G 2100 MHz ของทีโอที มีสถานีฐานกว่า 20,000 แห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศ ขณะที่มีผู้เช่าใช้โครงข่าย (MVNO) คือ บมจ.ล็อกซ์เล่ย์ บริษัท โมบาย เอท เทลโค (ไทยแลนด์) และล่าสุดคือ เดอะไวท์ สเปซ แต่สิ้นปีนี้ จะเปิดตัวอีก 1 บริษัท ขณะที่รายได้ธุรกิจโมบายราว 4,000 ล้านบาท เกือบทั้งหมดมาจากการเป็นพันธมิตรกับ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) มีส่วนของบริการ "TOT 3G" ซึ่งมีผู้ใช้งานราวแสนเลขหมาย 90 ล้านบาท MVNO อีกราว 10 ล้านบาท
          ส่วนสัญญาเป็นพันธมิตรธุรกิจโมบายบนคลื่น 2300 MHz กับ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) และ AIS ยังอยู่ระหว่างตรวจร่างสัญญาของอัยการสูงสุด คาดว่าปีนี้น่าจะลงนามในสัญญาได้ ซึ่งจะทำให้มีรายได้จากธุรกิจโมบายเพิ่มวันละอย่างต่ำ 25 ล้านบาท

          บรรยายใต้ภาพ 
          ชัยยศ จิรบวรกุล