"ITEL"งบโค้งสุดท้ายพีครับรู้งานกสทช.150ล้าน

ทันหุ้น  - ITEL ส่งซิกแนวโน้มงบ Q4/60 พีค เปิดกระเป๋ารับรู้รายได้อินเทอร์เน็ตชายขอบ กสทช. เพิ่ม 120-150 ล้านบาท พร้อมชิงงานเฟส 2 ต้นปีหน้า 1.4 หมื่นล้านบาท ผู้บริหารการันตีรายได้มาตามนัดแตะพันล้านบาท โตกระหึ่ม 30-40% ด้านโบรกเคาะอนาคตไกล 7.10 บาท
          นายณัฐนัย อนันตรัมพรกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/2560 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุด เมื่อเทียบกับผลประกอบการจากทุกๆ ไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทจะรับรู้รายได้ธุรกิจให้บริการและการติดตั้งโครงข่ายสายใยแก้วนำแสงที่ติดตั้งไปแล้วเป็นจำนวนมาก รวมถึงการรับรู้รายได้จากโครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ จากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ที่ได้เซ็นสัญญาไปแล้วมูลค่ารวม 1,868 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 4 ปีนี้ราว 120-150 ล้านบาท หรือคิดเป็น 6% ของมูลค่าโครงการรวมทั้งหมด ขณะที่ปี 2561 จะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ซึ่งโครงการดังกล่าวมีระยะสัญญาแล้วเสร็จภายใน  6 ปี 60 วัน
          ลุ้นชิงงานกสทช.เฟส 2
          นอกจากนี้บริษัทมีแผนจะเข้าร่วมประมูลโครงการอินเทอร์เน็ตชายขอบ เฟส 2 มูลค่าราว 14,000 ล้านบาท เบื้องต้นน่าจะเห็นความชัดเจนช่วงเดือนพฤศจิกายนปีนี้ และคาดจะเริ่มประมูลงานได้ในช่วงต้นปี 2561 อย่างไรก็ตามบริษัทจะพยายามให้ได้งานใกล้เคียงกับเฟสแรก
          นายณัฐนัย เปิดเผยอีกว่า ภาพรวมผลประกอบการทั้งปี 2560 บริษัทจะมีรายได้เติบโต 30-40% แตะที่ระดับ 1,000 ล้านบาท จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 850 ล้านบาท โดยในปี 2559 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 809.29 ล้านบาท เนื่องจากฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ทั้งธุรกิจให้บริการเช่าโครงข่ายใยแก้วนำแสง ให้บริการออกแบบ ก่อสร้าง และรับเหมางานโครงการสายใยแก้วนำแสงและโครงการสื่อสัญญาณโทรคมนาคม รวมถึงบริการเช่าพื้นที่ดาต้า เซ็นเตอร์ ทำให้มั่นใจว่าแนวโน้มช่วงที่เหลือของปียังมีทิศทางที่ดีต่อเนื่องจากช่วงที่ผ่านมา
          สำหรับธุรกิจการให้บริการโครงข่าย คาดว่าจะมีรายได้เติบโต 30-40% จากปี 2559 ที่มีรายได้อยู่ที่ 409.93 ล้านบาท เนื่องจากมีการรับรู้รายได้จากการให้บริการโครงข่ายกับลูกค้า เช่น บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MTLS, บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD, สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล, บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AEONTS, บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TIP และบริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ SMK
          ส่วนธุรกิจการติดตั้งโครงข่าย คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 250-350 ล้านบาทจากปี 2559 ที่มีรายได้อยู่ที่ 344.49 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจการให้บริการพื้นที่ดาต้า เซ็นเตอร์ คาดว่าจะมีรายได้เติบโต 15% จากปี 2559 ที่บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 51.37 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้รายได้จากการเช่าพื้นที่ดาต้า เซ็นเตอร์แห่งแรก จำนวน 348 แร็กส์ โดยปัจจุบันมีลูกค้าเข้ามาเช่าใช้พื้นที่อยู่ที่ 95%
          นอกจากนี้ ดาต้า เซ็นเตอร์ แห่งที่ 2 จำนวน 624 แร็กส์ ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนกับพันธมิตร 2 ราย ได้แก่ บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA คาดว่าจะได้เซ็นสัญญากับลูกค้ากลุ่มราชการเพื่อเช่าใช้พื้นที่ 8% ในช่วงเดือนตุลาคม 2560 และตั้งเป้าหมายจะมีลูกค้าเซ็นสัญญา 30% ภายในสิ้นปีนี้
          อนาคตไกล 7.10 บาท
          บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาดกำไรของ ITEL ในช่วงครึ่งหลังปีนี้จะเติบโต 168.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 95% จากครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นการเติบโตจากการให้บริการโครงข่าย ขยายตัวตามจำนวนวงจร และปริมาณการใช้งานของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น เช่น MTLS ที่ในช่วงครึ่งแรกปีนี้ติดตั้งวงจรไปแล้ว 570 สาขา และคาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ 1,700 สาขา, SAWAD เริ่มทยอยติดตั้งวงจรแล้วในไตรมาส 3/2560  และคาดว่าปีนี้จะอยู่ 1,000 สาขา รวมถึงยังมีลูกค้ารายอื่นๆ เช่น AEONTS, บมจ.ทิปโก้ฟูดส์ (TIPCO) และกองสลาก เป็นต้น
          ทางฝ่ายคาดกำไรปี 2561 ที่ 165.2 ล้านบาท เติบโต 29.4% โดยคาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 1,556.4 ล้านบาท เติบโต 25.4% โดยมีสมมติฐานว่ารายได้บริการโครงข่าย (Data Service) จะเพิ่มขึ้น 51.2% จากปริมาณการใช้งานของลูกค้ารายเดิมที่เพิ่มขึ้น รายได้การติดตั้งโครงข่าย (Project Installation) จะเพิ่มขึ้น 7% แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 7.10 บาทต่อหุ้น