กสทช.-ITUจัดประชุมเพื่อสร้างความมั่นใจทำธุรกิจบนมือถือ

  “กสทช.” ร่วมกับ ITU จัดประชุมเชิงวิชาการสร้างความมั่นใจทำธุรกรรมทางการเงินบนมือถือ ส่งเสริมให้เป็นสังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบ และต้นทุนลดลงได้มาก
          พล.อ.อ.ธเรศ ปุญศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช.จัดประชุมเชิงวิชาการระดับนานาชาติ 2017 (NBTC International Symposium on Digital Financial Inclusion) เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน รวมทั้งสถาบันการเงิน ผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียน และตัวแทนสถานเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิกอาเซียนในประเทศไทยได้รับทราบนโยบายในเรื่องการรวมระบบการเงินในยุคดิจิทัล (Digital Financial Inclusion) ที่หลากหลายในระดับโลก
          รวมทั้งการพัฒนาการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยให้การทำธุรกรรมการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือให้มีความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้มากขึ้น โดยมีหลายประเทศให้ความสำคัญและใช้งานระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบต่างๆ เช่น ประเทศสวีเดน มีการใช้งานบัตรเดบิตเป็นหลัก และวางเป้าหมายที่จะเลิกใช้เงินสดในปี พ.ศ. 2573
          ขณะที่ประเทศสิงคโปร์มีการใช้งานบัตรเดบิต และการชำระเงินผ่านมือถือสูงถึง 80% ของการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมถึงประเทศกำลังพัฒนา ได้แก่ โซมาเลีย และเคนยา ก็มีการชำระเงินผ่านมือถือ ทำให้คนที่ไม่มีบัญชีธนาคาร สามารถเข้าถึงบริการทางด้านการเงินได้ ซึ่งมีส่วนช่วยให้ประชาชนสามารถโอนเงินและชำระค่าสินค้าและบริการโดยผ่านโครงข่ายโทรศัพท์มือถือแทนการใช้บริการทางการเงินกับธนาคารโดยตรง
          ดังนั้นการรวมระบบการเงินในยุคดิจิทัลจะเป็นการลดช่องว่างและสร้างความเชื่อมั่นให้คนไทยสามารถทำธุรกรรมผ่านการใช้ระบบดิจิทัลได้มากขึ้น และยังสามารถลดระดับความยากจน โดยการสร้างอำนาจให้ประชาชนและสร้างความเจริญเติบโตทางสังคมเป็นสังคมเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ สำหรับการประชุมครั้งนี้มีวิทยากรจากภายในประเทศและต่างประเทศมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จำนวนมาก
          ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ปัจจุบันจำนวนผู้ใช้บริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ตเพิ่มจำนวนมากขึ้นถึง 14 ล้านบัญชี และธนาคารบนมือถือมีมากกว่า 19 ล้านบัญชี โดยมีการเติบโตของการทำธุรกรรมการเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่เฉลี่ยสูงถึง 45% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงานกสทช.ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ด้านบริการพร้อมเพย์ รวมทั้งร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในการจัดให้มีโทรศัพท์พื้นฐานในพื้นที่ชนบทห่างไกลที่ยังไม่มีการเข้าถึง หรือมีข้อจำกัดในการเข้าถึง เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่ความเป็นสังคมดิจิทัล ซึ่งจะนำไปสู่การทำธุรกรรมทางการเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
          นายแชซุบ ลี (Chaesub Lee) ผู้อำนวยการภาคมาตรฐานโทรคมนาคม จากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU กล่าวว่า ทั่วโลกมีคนที่ไม่มีบัญชีธนาคารถึง 2,000 ล้านคน แต่มีโทรศัพท์มือถือถึง 1,600 ล้านคน ดังนั้นหากมีการสนับสนุนให้มีการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านมือถือ จะทำให้คนจำนวนมากเข้าถึงบริการทางการเงินมากขึ้น และเมื่อมีการใช้มากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนลดลง
          โดยในหลายประเทศใช้ธุรกรรมทางการเงินแบบดิจิทัล (DFS) ทั้งใน e-money และใช้ Mobile Payment ซึ่งเป็นการสนับสนุนการใช้เงินด้วยดิจิทัล ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมและลดอัตราการใช้เงินสด ระบบนี้จะช่วยการกระตุ้นผู้ใช้เกิดการทำธุรกรรมมากขึ้น หวังว่าประเทศไทยก็จะมีแนวทางเดียวกัน คือ ลดการใช้เงินสด และใช้ Mobile Payment มากขึ้น ซึ่งผลประโยชน์จะเกิดขึ้นมากมายในระบบนี้