กสทช.เซ็นเน็ตชายขอบ20ก.ย.นี้ โบรกฯ เชียร์ซื้อ ITEL เป้าราคา 7.20 บาท

 “กสทช.” ร่อนหนังสือฉบับล่าสุด แจงข้อสงสัย “สตง.” แล้ว ย้ำคิดค่าบริการได้ไม่เกิน 200 บาท/เดือน คาดลงนามสัญญาไม่เกิน 20 ก.ย.นี้ ด้าน ITEL คว้างานเน็ตชายขอบ มูลค่า 1,868.235 ล้านบาท คาดมีอัตรากำไรขั้นต้นกว่า 10% หนุนรายได้-กำไรมั่นคงมากขึ้น โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 7.20 บาท ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 60-61
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช.ส่งหนังสือฉบับล่าสุดเกี่ยวกับโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน ไปยังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แล้ว เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2560 ที่ผ่านมา โดยระบุห้ามเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ซึ่งสำนักงาน กสทช.ตอบกลับข้อสังเกตของ สตง.ไปประมาณ 3-4 ประเด็น โดยเฉพาะเรื่องของอัตราค่าให้บริการ และค่าบำรุงรักษาโครงข่าย
          “ยืนยันสำนักงาน กสทช.คิดเกินกว่า 200 บาท/เดือน ไม่ได้ เพราะเป็นไปตาม TOR และสัญญาประชาคมที่ให้ไว้กับประชาชน ซึ่งหากรัฐลงทุนไม่ต่ำกว่า 70% ทำให้เอกชนลงทุนเพียง 30% ค่าบริการจะอยู่ที่ 180 บาท/เดือน เท่านั้น ส่วนค่าบำรุงรักษาโครงข่ายอยู่ในวงเงินที่ประมูลด้วย ไม่มีการแยกออกมา” นายฐากร กล่าว
          อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาโครงการดังกล่าวได้ไม่เกินวันที่ 20 ก.ย. 2560 ทำให้การเริ่มให้บริการล่าช้ากว่ากำหนดเล็กน้อย โดยอาจจะเริ่มให้บริการได้ประมาณปลายเดือน ธ.ค. 2560 จากกรอบระยะเวลาที่กำหนดเริ่มเปิดให้บริการได้กลางเดือน ธ.ค.นี้ ไม่น้อยกว่า 15% ของหมู่บ้านเป้าหมาย และเพิ่มเป็น 60% ภายในเดือน มี.ค. 2561 จากนั้นจะให้บริการครบทั้งหมดภายในเดือน ก.ค. 2561
          นายฐากร กล่าวว่า หากผู้ชนะการประมูลรายใดมองว่าไม่สามารถทำได้ตามเงื่อนไขใน TOR ก็ไม่ต้องมาลงนามสัญญาในโครงการดังกล่าว แต่จะถูกขึ้นบัญชีดำ และถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ซึ่งหากมีผู้ไม่มาลงนามสัญญาใด จะมีการเปิดประมูลในสัญญานั้นๆ ใหม่
          ด้านนายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เปิดเผยว่า โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน ในส่วนของบริษัทเป็นผู้ชนะการประมูลในสัญญาการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง กลุ่มที่ 4 (ภาคกลาง-ภาคใต้) 24 จังหวัด รวมถึงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา กับ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา ได้แก่ จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย คิดเป็นมูลค่างานรวมทั้งสิ้น 1,868.235 ล้านบาท อายุสัญญา 5 ปี คาดว่าจะมีอัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 10% ของมูลค่างานดังกล่าว ส่งผลให้รายได้ และกำไรของบริษัทมีความมั่นคงมากขึ้น
          ทั้งนี้ เมื่อรวมโครงการดังกล่าว จะส่งผลให้บริษัทมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) มากกว่า 3,000 ล้านบาท จาก Backlog ณ สิ้นไตรมาส 2/2560 อยู่ที่ 1,249 ล้านบาท โดยในส่วนของสัญญาการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง กลุ่มที่ 4 มูลค่า 1,868.235 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้รายได้ภายในปี 2560 ประมาณ 120 ล้านบาท
          อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงไม่มีการปรับเป้าหมายการเติบโตในปี 2560 โดยตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 30-40% แตะ 1,000 ล้านบาท มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 850 ล้านบาท จากปี 2559 ที่บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 809.29 ล้านบาท และกำไรสุทธิปี 2560 เติบโต 50-60% จากปี 2559 ที่บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 67.24 ล้านบาท
          ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2560-2561 ของ ITEL ขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับการได้งานโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ กลุ่มที่ 4 (ภาคกลาง-ภาคใต้) ที่มีมูลค่าสูง โดยหากอิงประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นอย่างระมัดระวังที่ระดับ 10% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของงานติดตั้งโครงข่ายที่ 20% ทำให้กำไรสุทธิปี 2560 เพิ่มขึ้น 3% เป็น 132 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 96% จากปีก่อน และกำไรสุทธิปี 2561 เพิ่มขึ้น 10% เป็น 206 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 56% จากปีก่อน ดังนั้น แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 7.20 บาท