ทวีรัชต์ มัททวีวงศ์
          1.SET Daily  หลังจากฟอร์มตัวเป็นรูปสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ นับตั้งแต่ช่วงสร้างจุดสูงสุด 1,600.79 จุด  (เมื่อวันที่ 26/1/2560) แล้วจุดต่ำได้ลดต่ำลง แต่จุดต่ำสุด ได้ยกสูงขึ้น กลายเป็นรูป สามเหลี่ยมลู่ขึ้นขนาดใหญ่ โดยที่เราลากเส้นแนวโน้มขาลง (Down Trend Line) โดยกำหนด H1= 1,600.79, H2 = 1,589.69 จุด จะได้แนวต้านสำคัญของเส้นแนวโน้ม คือ 1,587-1,590 จุดโดยประมาณ หากสามารถทะลุได้จะกลายเป็นสัญญาณซื้อที่สำคัญ ผลปรากฏสามารถตีทะลุ 1,590- ,600 จุด ได้
          กลายเป็นสัญญาณบวกที่ดี เราสามารถวัดระยะเป้าหมายของ รูป สามเหลี่ยมลู่ขึ้น ขนาดใหญ่ได้ คือ 1,640. 1,650, 1,677 - 1,680 จุด ตามลำดับ, Indicators (MACD, 14RSI, Slow Stochastic) ยังสั่งเป็นสัญญาณซื้ออยู่  แม้ว่าจะอยู่ในเขต Overbought หรือ ซื้อมากเกินก็ตาม ช่วงที่ SET ก่อนทะลุ แนว ต้าน สำคัญ 1,600 จุดขึ้นมา ได้เกิดสัญญาณเชิงบวก คือ เกิด Golden Cross ราคาหุ้นได้ยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทุกเส้นและ เส้นค่าเฉลี่ยน้อยวัน ตัด มากวันกว่าขึ้นมาเป็นสัญญาณเชิงบวก
          ช่วงนี้ หากดัชนีมีการปรับตัวลดลงมา แล้วไม่หลุดแนวรับสำคัญ 1,620, 1610 และ 1,595-1,600 จุดลงมา ยังถือว่า ดัชนียังมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นที่ดี หาจังหวะลงทุนได้ สรุปคือ หลังจาก Fund Flow ไหลเข้าไทย หลัง 25 สิงหาคม 2560 ที่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงทางการเมือง ฝรั่งซื้อสุทธิ แต่เข้าซื้อ หุ้นฝรั่งเป็นส่วนใหญ่ เมื่อดัชนีเป็นขาขึ้น แรง ซื้อหุ้นในที่รายใหญ่ภายในประเทศเล่นกัน จะเหวี่ยงตัวขึ้นรุนแรง แต่ต้องเข้าออกให้เร็วๆ ตามให้ทัน เพราะถ้าหากขายไม่ทัน จะติดหุ้น ในราคาแพงทันที ราคาหุ้นที่กระชากขึ้นรุนแรง
          ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เช่น ASIAN WORK BGRIM IVL ZIGA EA III หุ้นพวกเล่นเร็วๆ (Hi Speed) พวกนี้ ขายออกให้ทันก็แล้วกัน ส่วนที่หุ้นที่พื้นฐานเริ่มดี หรือดีอยู่แล้ว หรือคาดว่าจะดีขึ้น ลองไปศึกษาเพิ่มเติมทั้ง กราฟ+ปัจจัยพื้นฐาน+รูปแบบ การดำเนินธุรกิจ (Business Models) หากเริ่มเข้าตากรรมการ ก็หาจังหวะซื้อแล้วถือไว้ สักระยะก็ได้ครับ วันนี้ เราจะลองมาคุยกัน เช่น CBG EPG JAS STPI
          2.CBG XD  24/08/60 = 0.35 บาทไปแล้ว ถ้าใครถือไว้ถึงปัจจุบัน ถือว่า ได้เงิน ปันผลฟรีไปแล้ว ผลการดำเนินงาน ครึ่งปีแรก 1H60 NP = 647.37 ล้านบาทและ EPS 1H60 = 0.65 บาท/หุ้น เทียบกับ 1H59 = 768.756 ล้านบาทและ EPS 1H59 = 0.77 บาท/หุ้น ลดลง และได้ซึมซับข่าวร้ายต่างๆ ไว้เกือบหมดแล้ว นักวิเคราะห์คาดว่า ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรก ที่ประกาศ ออกมา แค่ 36-40% คงผลการดำเนินงานทั้งปี อีก ประมาณ 60% จะโชว์ผลงาน ใน ครึ่งปีหลัง ดังนั้น คาดว่า ผลการดำเนินจะสนับสนุนให้ราคา CBG ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ต่อเนื่องเป็นบันไดขาขึ้นได้
          3.EPG  หลายๆ โบรกเกอร์ แนะนำ "ซื้อ Buy" หุ้น บมจ.อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป (EPG) ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ของปี 60/61 (เม.ย.-มิ.ย.60) ทำได้เพียง 286 ล้านบาท ลดลงราว 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นไตรมาสต่ำที่สุด ของปี และมีโอกาสพลิกฟื้นในไตรมาส ถัดๆ ไป จากทั้งภาวะอุตสาหกรรมที่ดีขึ้นและ กำลังการผลิตฟื้นตัว โดยคาดว่าจะกลับมาปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี 60/61 แนวโน้มงวดไตรมาส 2 (ก.ค.-ก.ย.60) น่าจะดีขึ้นได้ต่อเนื่อง
          4.GGC นักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่า ผลการดำเนินงานใน 3Q60 ของ GGC จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดกว่า 382% , GGC เป็นผู้นำด้านธุรกิจเคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม ของกลุ่ม PTT ปัจจุบันรายได้หลักของ GGC มาจาก-Methyl Ester หรือ B100 เป็นส่วนผสม ในการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล ธุรกิจ B100 ถือว่ามีความมั่นคง ลูกค้า 80% เป็นบริษัทในเครือ PTT ขณะที่ราคาขายกำหนดแบบ cost plus, บริษัทมีผลขาดทุนจาก Stock Loss น้ำมันปาล์มดิบและ น้ำมันในเมล็ดปาล์มดิบสูงถึง 465 ล้านบาท หลังจากนี้ ในช่วงที่เหลือของปีจะไม่มีผลกระทบจากปัจจัย ดังกล่าวและ Spread ของ Fatty Alcohol
          โดยที่บริษัท GGC เป็นผู้ผลิตรายเดียว ของไทย มีการฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจาก Supply ของ Natural Fatty Alcohol จีนลดลง โดยที่ Fatty Alcohol เป็นส่วนผสมเพื่อลดแรงตึงผิวของสารชะล้างและทำความสะอาด โดยมองบริษัทมีความได้เปรียบด้านการแข่งขันในธุรกิจ B100 อย่างมาก ลูกค้ากว่า 80% เป็นบริษัทในเครือ PTT ขณะที่ ราคาขายผลิตภัณฑ์ถูกกำหนดตามราคาต้นทุนวัตถุดิบ ทำให้ spread ค่อนข้างคงที่ (ถ้าราคาวัตถุดิบไม่ผันผวน) คาดว่า ธุรกิจ B100 ของ GGC มีความมั่นคง และสามารถสร้างการเติบโตได้ต่อเนื่องตามการขยายกำลังการผลิตและปริมาณการใช้น้ำมัน ไบโอดีเซล
          กราฟเทคนิค หลังเข้ามาจดทะเบียนใน SET ได้สร้างจุดสูงสุดที่ 15.20 ก่อนจะปรับฐานและสร้างฐานราคาในช่วง 13-13.50 บาท ราคาและปริมาณการซื้อขายสนับสนุน รอบนี้ หาจังหวะซื้อ ถือระยะ กลาง-ยาวๆ โบรกเกอร์ ให้ราคาเป้าหมาย 15-18 บาท แนวต้านของ กราฟเทคนิค 16.50-17 บาท
          5.JAS  จ่ายปันผล XD 0.2 บาท (22/08/60) กราฟเทคนิค เกิดสัญญาณซื้อชัดเจน หลังจากที่ราคาหุ้น JAS ปรับฐานลดลง มาที่บริเวณ 7.40 - 7.60 บาท ไม่มีจุดต่ำใหม่เกิดขึ้น (เกิด Bullish Convergence) เกิดสัญญาณ Golden Cross และตีทะลุผ่านแนวต้าน 8.30 บาทได้ เริ่มเกิดสัญญาณซื้อชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แนวต้านใหญ่ Long term Down trend line ที่ 8.70 - 9.00 บาท ถ้าผ่านไม่ได้อาจมีแรงเทขายลงมาก่อน หากผ่านได้กลายเป็นขาขึ้นที่ดี แนวต้านใหญ่ 9.50, 9.70, 10.20 - 10.50 บาท ตามลำดับ ทิศทาง JAS เริ่มชัดเจนปริมาณการซื้อขายเริ่มสนับสนุน น่าศึกษา หาจังหวะทยอยลงทุน
          สรุป ช่วงนี้ Fund Flow เข้าหุ้นใหญ่ ลองดูใน Most Active จะเห็นภาพ ถ้าจะลงทุนตามฝรั่ง ก็เลือกหุ้น Big Market Cap.  (PTT PTTEP PTTGC KBANK SCB BBL SCC AOT IVL DTAC) ส่วนคนที่ตามรายใหญ่ภายในประเทศ ศึกษาบรรดาหุ้นที่เหวี่ยงตัวแรงๆ แล้ว เข้าออกให้ทัน ช่วงนี้ พฤติกรรมการลากหุ้น คือ ลากๆ ทุบๆ แล้ว ก็ ทุบๆ ลากๆ เข้าออกให้ทัน สำหรับหุ้นเก็งกำไร
          อย่าลืม หาซื้อ หนังสือ "รวยหุ้น 10 เด้ง" ที่ อ. ฉุย เขียนขึ้น ได้รวบรวมประสบการณ์ทั้งส่วนตัวและแนวคิดของเซียนหุ้นพันล้าน หมื่นล้านทั้งไทยและต่างประเทศ มารวมไว้ ในเล่มเดียวกันแล้ว โดยใช้ระบบ CAN SLIM ช่วยในการวิเคราะห์