AITชิงเค้ก2.2หมื่นล.หวังเสริมผลงานแกร่ง

 ทันหุ้น - AIT เดินหน้าชิงเค้กโปรเจ็กต์ ใหญ่ 2.2 หมื่นล้านบาทเสริมแกร่ง บอส "ศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์" มองครึ่งปีหลังสดใส ตุนงานในมือ 3.26 พันล้านบาท คาดรับรู้ปีนี้ราว 2.4 พันล้านบาท หนุนผลงานทั้งปีพุ่งเข้าเป้า 5 พันล้านบาท เตรียมเปิด Data Center โค้ง 4/2560 ยอดจองกว่า 30% คาดคุ้มทุนใน 3 ปี เร่งเครื่องวางสายเคเบิลออพติก
          นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี 2560 คาดเติบโตต่อเนื่องจากช่วงครึ่งปีแรก ที่มีรายได้ 2.48 พันล้านบาท และกำไรสุทธิ 429 ล้านบาท ผลจากปัจจุบันมีงานในมือ 3,269 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้ราว 2,400 ล้านบาท ส่วนที่เหลือรับรู้รายได้ปีหน้า ส่งผลให้รายได้ทั้งปีคาดว่าจะเติบโตตามเป้าหมายที่ 5 พันล้านบาท
          ชิงเค้กบิ๊กโปรเจ็กต์
          นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเข้าประมูลงานโครงการใหญ่ รวมมูลค่า 22,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงานภาครัฐ 70-80% และที่เหลือเป็นงานของภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นส่วนผลักดันให้ผลงานปีหน้าเติบโตราว 5-10% รวมทั้งบริษัทอยู่ระหว่างรอคำสั่งซื้อจากลูกค้าอีกจำนวน 205 ล้านบาท และประมูลงานเพิ่มอีกประมาณ 117 ล้านบาท โดยในส่วนของงานบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT คาดว่าจะได้รับงานไม่ต่ำกว่า 50% ของมูลค่าโครงการ
          สำหรับโครงการศูนย์ Data Center ขนาด 624 แร็ก ซึ่งบริษัทได้ร่วมลงทุนกับทาง บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA และบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL โดยมีสัดส่วนการถือหุ้น 33.33% เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการภายในไตรมาส 4/2560 โดยมียอดจอง (Presale) จากกลุ่มลูกค้าเช่ากว่า 30% ของโครงการ และคาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนใน 3 ปีปี 61-63)
          เดินหน้าปั๊มงานเต็มสูบ
          ส่วนการดำเนินงานของ บริษัท ล็อกซเล่ย์ แอนด์ เอไอที โฮลดิ้งส์ จำกัด หรือ LAH ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง AIT และบริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) หรือ LOXLEY เพื่อดำเนินโครงการเคเบิล ออพติกใต้น้ำระหว่างไทย-เมียนมา มูลค่าลงทุน 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐคาดว่าจะเริ่มเดินสายเคเบิลได้ภายในไตรมาส 4/2560 ขณะที่โครงการเคเบิลออพติกบนดินระหว่างไทยกับพม่า คาดจะเริ่มทดสอบการเดินเครื่อง (COD) ได้ในเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้ พร้อมเปิดให้บริการภายในไตรมาส 4/2560 เป็นต้นไป
          อย่างไรก็ดีในส่วนของความคืบหน้าการลงทุนในประเทศกัมพูชาร่วมกับทางรัฐบาลท้องถิ่นนั้น ล่าสุดอยู่ระหว่างรอลงนามในสัญญา (MOU) ร่วมกับรัฐบาลกัมพูชา ซึ่งเป็นโครงการเกี่ยวเนื่องงานวางระบบฐานข้อมูลหลัก โดยจะเริ่มจากการวางระบบทะเบียนราษฎร์เป็นโครงการแรก มูลค่าราว 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปลายปีนี้