รายงาน: เปิดประมูลคลื่น2600MHz กสทช.เล็งต้นปี61

โต๊ะข่าวไอที
          เป็นเพราะการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมาราคาประมูลอยู่ที่ 1.5 แสนล้านบาท นับว่าเป็นราคาประมูลคลื่นความถี่สูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์
          นั่นจึงเป็นที่มาเมื่อเร็วๆ นี้ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เป็นวิทยากรพิเศษ บรรยายในหัวข้อ "อนาคตธุรกิจโทรคมนาคมไทย" ผู้ประกอบการจะอยู่ได้หรือไม่เมื่อประมูลคลื่นความถี่มาในราคาสูง ให้กับผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร บสส. รุ่นที่ 7 ของสถาบันอิศรา ได้รับฟัง ณ อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถ.สามเสน กรุงเทพฯ
          ชี้ ดีแทค ถือคลื่นมากสุด
          สำหรับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีจำนวน 5 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ท เวอร์ค จำกัด หรือ เอดับบลิวเอ็น ในเครือเอไอเอส มีคลื่นทั้งหมดจำนวน 80 เมกะเฮิรตซ์ ประกอบด้วยคลื่นความถี่ 900-800 และ 2100 เมกะเฮิรตซ์, กลุ่มทรู จำนวน 100 เมกะเฮิรตซ์ คือ คลื่นความถี่ 850-900-1800 และ 2100 เมกะเฮิรตซ์
          ขณะที่ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ถือครองคลื่นความถี่มากที่สุดอยู่ที่ 140 เมกะเฮิรตซ์ ประกอบด้วย 850-1800-2100 เมกะเฮิรตซ์ แม้ ดีแทค มีคลื่นความถี่มากที่สุดในขณะนี้ แต่มีจุดอ่อนตรงที่ว่า คลื่นความถี่จำนวน 2 ย่าน คือ 850 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 110 เมกะเฮิรตซ์สิ้นสุดสัญญาสัมปทานในปี 2561 ดังนั้น ดีแทค จะถือครอง 30 เมกะ เฮิรตซ์เท่านั้น คือ ย่าน 2100 เมกะ เฮิรตซ์, บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ แคท มีย่านความถี่ 850 จำนวน 10 เมกะเฮิรตซ์ และ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) มีจำนวน 2 ย่าน คือ 2100 จำนวน 30 เมกะเฮิรตซ์ และ 2600 เมกะเฮิรตซ์อีกจำนวน 60 เมกะเฮิรตซ์
          เดินหน้าต่อ
          เลขาธิการ กสทช. ยังกล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบันการใช้งานคลื่นความถี่ของประเทศมีจำนวนทั้งสิ้น 420 เมกะเฮิรตซ์ รองรับการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบันเกือบ 121 ล้านเลขหมาย ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ไอทียู กำหนดไว้ว่าต้องมีการใช้งานคลื่นความถี่อำนวยความสะดวกกับประชาชนหรือยกมาตรฐานต้องมีจำนวน 720 เมกะเฮิรตซ์ ประเทศไทยต้องเดินหน้าต่อ
          คลื่น1800จ่ายครบปี61
          ขณะที่คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ระยะเวลาใบอนุญาตจำนวน 18 ปี สิ้นสุดวันที่ 15 กันยายน 2576 บริษัทที่ประมูลได้ คือ ทรูมูฟ 39,792 ล้านบาท และเอดับบลิวเอ็น จำนวน  40,986 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 86,432.47 ล้านบาท ผู้ประกอบการทั้ง 2 รายได้ชำระงวดแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 เป็นจำนวนเงิน 43,216.23 ล้านบาท
          สำหรับปี 2559 ไม่ต้องชำระค่าใบอนุญาตเพราะว่าเป็นเงื่อนไขประมูล ถือว่าเป็นปีทองของผู้ประกอบการ แต่ในปี 2560 ในเดือนธันวาคมทั้ง 2 ค่าย ต้องชำระค่าประมูล 21,608.12 ล้านบาท และ งวดที่ 3 ชำระเดือนธันวาคม 2561 โดย ทรูมูฟ เอช ต้องชำระส่วนที่เหลือจำนวน 10,644.36 ล้านบาท และเอดับบลิวเอ็น จำนวน 10,963.76 ล้านบาท สัญญาสัมปทานสิ้นสุดปี 2576
          คลื่น 900 งวดสุดท้ายอ่วม
          สำหรับคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ สัญญาสัมปทานสิ้นสุดปี 2574 ซึ่งคลื่นความถี่ดังกล่าวผลการประมูลราคาสูงมาก เนื่องจาก ทรูมูฟ ประมูลได้ไป 76,298 ล้านบาท และเอดับบลิวเอ็น ประมูลได้ในราคา 75,654 ล้านบาท
          อย่างไรก็ตาม ทรูมูฟ เอช ได้ชำระค่าใบอนุญาตงวดแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 เป็นจำนวน 8,206 ล้านบาท ส่วนปี 2560 เงื่อนไขได้ระบุไว้ไม่ต้องจ่ายค่าใบอนุญาต แต่ในเดือนมีนาคม 2561 ต้องชำระ 4,301.40 ล้านบาท และงวดที่ 3 คือ เดือนมีนาคม 2562 ชำระอีก 4,301.40 ล้านบาท และในเดือนมีนาคม 2563 ต้องชำระงวดสุดท้ายให้ครบเป็นจำนวนเงิน 64,433.26 ล้านบาท
          ขณะที่ เอดับบลิวเอ็น ประมูลได้ในราคา 75,654 ล้านบาท งวดแรกชำระไปแล้วเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2559 จำนวน 8,602 ล้านบาท ปี 2560 ทั้ง 2 ค่ายยังไม่ชำระ แต่ปี 2561 ภายในเดือนมีนาคม ชำระจำนวน  4,301 ล้านบาท ปี 2562 ชำระอีก 4,301 ล้านบาท และ ปี 2563 ต้องชำระจำนวนทั้งสิ้น 63,744.18 ล้านบาท ดังนั้นภาระค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นในปี 2563 เชื่อว่าผู้ประกอบการเมื่อพัฒนาบริการใหม่ๆ สามารถต่อยอดธุรกิจได้
          นำคลื่น 2600 ออกประมูล
          สำหรับคลื่นความถี่ที่จะนำมาเปิดประมูล คือ คลื่นความ ถี่ 2600 เมกะเฮิรตซ์ ถ้าไม่มีปัญหาและอุปสรรคในการเรียกคืนความถี่ ส่วนคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ของ ดีแทค สิ้นสุดวันที่ 15 กันยายน 2561 อย่างช้าต้องเปิดประมูลในเดือนมีนาคม 2561 เพื่อให้เสร็จก่อนเดือนสิงหาคม 2561 เพื่อเตรียมตัวในการออกใบอนุญาต และ ขณะนี้มีผู้ประกอบการจำนวน 2-3 รายสนใจอยู่ในขณะนี้
          อนาคตของอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังไปต่อได้ เพราะ กสทช.ประกาศออกมาแล้วว่าจะนำคลื่น 1800 และ 2600 เมกะเฮิรตซ์ออกมาประมูล แต่ฟันธงตรงนี้ได้เลยว่ายังคงเป็นกลุ่มทุนสื่อสารรายเก่าที่เข้าช่วงชิงคลื่นความถี่