มือถือ-เน็ตบ้านเฮ!ค่าบริการจ่อลด "พาณิชย์"เคลียร์ธงฟ้าประชารัฐซื้อเหล้า-บุหรี่ไม่ได้

ครม. เพิ่มงบ 800 ล้านบาท อุดหนุนงบช่วยเด็กแรกเกิด 3 ขวบ หัวละ 600 บาทต่อเดือน หลังจำนวนเด็กเล็กเพิ่มขึ้นเท่าตัว ขณะที่เล็งเอาไปรวมกับโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ "พาณิชย์" ยันห้ามใช้ซื้อเหล้า-บุหรี่ คนใช้มือถือ-เน็ตบ้านจ่อเฮกสทช. ชงลดค่าใบอนุญาตใหม่ หวังลดราคาค่าบริการให้ประชาชนเคาะเน็ตประชารัฐ 399-599 บาทต่อเดือน
          นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ กล่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติเงิน 804 ล้านบาทจ กงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็นในการจ่ายเงินงบอุดหนุนเฉพาะกิจให้กับโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โดย ครม. เคยมีมติให้เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด-3 ขวบรายละ 600 บาทต่อเดือน ซึ่งข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้ จนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2559 มีทั้งสิ้น 154,855 คน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณอุดหนุนไปแล้ว จำนวน 1,113 ล้านบาท แต่ไม่เพียงพอต้องของบกลางเพิ่มอีกจำนวน 804 ล้านบาท เนื่องจากมีจำนวนเด็กเพิ่มขึ้นเป็น 351,000 คน อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้เมื่อรัฐบาลมีโครงการสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว ในอนาคตจะนำการอุดหนุนเด็กแรกเกิด-3ขวบ คนละ 600 บาทต่อเดือน นี้เข้าไปรวมอยู่ด้วยกันเพราะ ขณะนี้มีฐานข้อมูลของผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว
          นอกจากนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้แจ้งให้ทราบว่าโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐสวัสดิการที่จะรองรับการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้นภายในเดือน ต.ค. จะมีร้านเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่าตำบลละ 1 แห่ง หรือไม่น้อยกว่า 10,000 แห่ง ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์กำลังจัดทำบัญชีรายชื่อสินค้าที่จะให้ใช้บัตรสวัสดิการซื้อสินค้าได้ ทั้งหมดเพื่อให้นำบัตรไปใช้สำหรับสิ่งที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ไม่ให้นำไปซื้อเหล้าบุหรี่หรืออบายมุข
          ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่มี พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี เป็นประธานที่จะประชุมในวันที่ 6 ก.ย.นี้ จะพิจารณาอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมใหม่ ซึ่งเป็นอัตราที่ปรับลดจากอัตราเดิมเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ปัจจุบันที่เป็นการจัดเก็บตามขั้นบันไดของรายได้ โดย กสทช.คาดหวังว่าการปรับลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตใหม่สำหรับผู้ประกอบการค่ายมือถือและอินเตอร์เน็ตให้ถูกลงนี้จะทำให้ประชาชนได้รับค่าบริการที่ถูกลงด้วย เพราะ กสทช.ได้ลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการแล้วก็ต้องลดราคาค่าบริการให้กับประชาชนด้วย
          สำหรับอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตอัตราใหม่สำหรับผู้ประกอบการโทรคมนาคมจะเป็นดังนี้ 1.รายได้ 0-100 ล้านบาท จัดเก็บ 0.125% ของรายได้ 2.รายได้เกิน 100-500 ล้านบาท จัดเก็บ 0.25% ของรายได้ 3.รายได้เกิน 500-1,000 ล้านบาท จัดเก็บ 0.5% ของรายได้ 4.รายได้เกิน 1,000-5,000 ล้านบาท จัดเก็บ 0.75% ของรายได้ 5.รายได้เกิน 5,000 ล้านบาท ขึ้นไป จัดเก็บ 1.5% ขณะที่อัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเดิม ที่จัดเก็บในปัจจุบัน คือ 1.รายได้ 0-100 ล้านบาท จัดเก็บ 0.25% ของรายได้2.รายได้เกิน100-500ล้านบาทจัดเก็บ0.5%ของรายได้ 3.รายได้เกิน 500-1,000 ล้านบาท จัดเก็บ 1.0% 4.รายได้เกิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไป จัดเก็บ 1.5% ของรายได้
          นอกจากนั้นในวันที่ 6 ก.ย. นี้ ยังจะมีการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(บอร์ดดีอี) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์จันทร์ โอชา เป็นประธาน โดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า กสทช.จะนำเรื่องโครงการอินเตอร์เน็ตชายขอบ โดยจะชี้แจงให้บอร์ดดีอีรับทราบทุกข้อสงสัยของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง. )รวมถึงการกำหนดราคาค่าบริการด้วย
          "กสทช. ขอยืนยันว่า การเปิดประมูลโครงการเน็ตชายขอบนั้นเป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมาย รวมถึงระเบียบปฏิบัติของ กสทช. ทุกข้อและ กสทช. จะทำให้ครัวเรือนในพื้นที่ห่างไกลได้ใช้บริการโทรคมนาคมด้วยราคาที่ไม่แพงโดยพื้นที่ 3,920 หมู่บ้านเป็นพื้นที่ที่ไม่มีบริการโทรคมนาคม ไม่มีผู้ประกอบการรายใดไปลงทุน เนื่องจากไม่คุ้มค่า เมื่อ กสทช. ได้เปิดประมูลเพื่อจ้างเอกชนก็ไปติดตั้งเพื่อเปิดให้บริการเป็นเวลา 5 ปี และหลังจากปีที่ 5 กสทช. จะโอนให้กองทุนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อนำไปบริหารจัดการต่อไป"
          ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับโครงการอินเตอร์เน็ตประชารัฐ 24,700 หมู่บ้าน ในส่วนการติดตั้งอินเตอร์เน็ตไวไฟฟรีประจำหมู่บ้าน ขณะนี้ติดตั้งแล้ว 15,650 หมู่บ้าน เหลือ 9,050 หมู่บ้าน และคาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค. นี้ โดยบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ได้เปิดให้บริการไวไฟฟรีในหมู่บ้านที่ติดตั้งแล้วเสร็จไปก่อน ส่วนการต่อเชื่อมอินเตอร์เน็ตไปยังครัวเรือนยังไม่ได้ดำเนินการ โดยเบื้องต้นกำหนดค่าบริการอินเตอร์เน็ตประชารัฐในอัตราเดือนละ 399-599 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่แตกต่างจากค่าบริการอินเตอร์เน็ตชายขอบของ กสทช. รายเดือนไม่เกิน 200 บาท ทำให้กระทรวงดีอีและทีโอทีต้องทบทวนการคำนวณค่าบริการดังกล่าวใหม่.