TOTรับสินทรัพย์TRUEใน3เดือนยันลูกค้าโทรศัพท์บ้านไร้ผลกระทบ

“ทีโอที” ยันลูกค้าโทรศัพท์บ้านไร้ผลกระทบ-ใช้งานได้ต่อเนื่อง หลังสิ้นสุดสัญญา BTO กับ TRUE วันที่ 28 ต.ค.นี้ ด้าน TRUE พร้อมส่งมอบ 9 แสนเลขหมายและสินทรัพย์คืนให้เสร็จภายใน 3 เดือน ยอมรับสูญเสียรายได้ 3 พันล้านบาท
          น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับดูแลตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 (สัญญาทรู) เปิดเผยว่า การประชุมหารือเตรียมความพร้อมรองรับการให้บริการตามสัญญาร่วมการงานโทรศัพท์ประจำที่ หรือโทรศัพท์บ้านในเขตนครหลวง ระหว่าง บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT กับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ในรูปแบบ BTO อายุสัญญา 25 ปี ที่จะสิ้นสุดลง ในวันที่ 28 ต.ค. 2560 และ TOT รับดำเนินการต่อวันที่ 29 ต.ค. 2560 ได้มีการหารือเกี่ยวกับแผนการ มาตรการ และการดำเนินการรวมถึงระบบสนับสนุนการให้บริการต่างๆ ของทั้ง TOT และ TRUE อาทิ การส่งมอบระบบข้อมูลลูกค้า และอุปกรณ์โครงข่ายตามสัญญาร่วมการงานฯ เพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการหารือถึงขั้นตอนในการส่งและรับมอบคืนทรัพย์สินหลังสิ้นสุดสัญญา เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ
          นายอนุรุต อุทัยรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจโทรศัพท์ประจำที่และบรอดแบนด์ TOT กล่าวว่า เมื่อสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน 25 ปี ของโทรศัพท์บ้านในเขตนครหลวง ในวันที่ 28 ต.ค.นี้ TRUE ยินดีส่งมอบอุปกรณ์ในระบบที่ติดตั้งแล้วเสร็จ รวมถึงที่ดินและอาคารที่ TRUE จัดหาและติดตั้งโอนเป็นกรรมสิทธิ์ของ TOT ทันที
          “TRUE เสนอเข้ามาบริหารบริการโทรศัพท์บ้านในเขตนครหลวงต่อเนื่อง หลังหมดสัญญาร่วมการงานฯ แต่ TOT มีพนักงานเยอะอยู่แล้ว จึงขอเป็นผู้ดำเนินงานบริการดังกล่าวต่อเอง เพื่อดูแลพนักงานของเราก่อน ยืนยันว่าบริษัทสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง” นายอนุรุต กล่าว
          ทั้งนี้ ตลอดอายุสัญญาดังกล่าวเป็นเวลา 25 ปี สามารถสร้างรายได้ประมาณ 239,000 ล้านบาท โดยบริษัทได้ส่วนแบ่งรายได้ประมาณ 41,000 ล้านบาท ส่วน TRUE มีรายได้ 198,000 ล้านบาท
          สำหรับสัญญาดังกล่าว TRUE ได้สิทธิให้บริการโทรศัพท์ประจำที่ในเขตนครหลวงจำนวน 2.6 ล้านเลขหมาย แต่มีลูกค้าสูงสุดอยู่ที่ 1.9-2 ล้านเลขหมาย ซึ่งปัจจุบันเลขหมายโทรศัพท์บ้านที่ยังมีการใช้งานอยู่จำนวน 900,000 เลขหมาย และลูกค้าที่โอนย้ายมาจากบริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) จำนวน 350,000 เลขหมาย รวมกับลูกค้าของบริษัทที่มีอยู่อีก 2.3 ล้านเลขหมาย ทำให้บริษัทมีลูกค้าโทรศัพท์บ้านทั้งสิ้น 3.55 ล้านเลขหมาย
          นางณัฏฐ์ณัชชา ไชยประเสริฐ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกฎหมาย TOT กล่าวว่า ในที่ประชุมได้ข้อสรุป 4 เรื่อง ในการให้ความร่วมมือระหว่างกัน ได้แก่ 1.การให้บริการต่อเนื่อง โดยไม่มีการรื้อถอนทรัพย์สิน ไม่ดำเนินการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น 2.การส่งและรับมอบคืนทรัพย์ตามสัญญาร่วมการงานฯ โดยบริษัทจะมีการตรวจสอบคุณภาพ และนับจำนวนให้ครบถ้วน ซึ่งสินทรัพย์สำคัญ จะต้องทำให้เร็วที่สุด ภายใน 3 เดือน 3.การสนับสนุนการให้บริการลูกค้า โดยในวันที่ 9 ก.ย.นี้ TRUE จะติดตั้ง และทดสอบระบบสนับสนุนลูกค้า จากนั้นวันที่ 10 ก.ย.นี้ จะสามารถดำเนินการได้ทันที และ 4.การประชาสัมพันธ์การเตรียมความพร้อมรองรับการให้บริการต่อเนื่องให้ประชาชนรับทราบว่าจะไม่มีผลกระทบใดๆ กับผู้ใช้บริการ
          ด้านนายอดิศักดิ์ ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการโครงข่าย TRUE กล่าวว่า อยากให้ประชาชนมั่นใจการให้บริการโทรศัพท์บ้านในเขตนครหลวง หลังหมดสัญญาร่วมการงานฯ วันที่ 28 ต.ค.นี้ ยังใช้งานได้ปกติ อุปกรณ์ต่างๆ ยังอยู่ที่เดิมไม่มีการรื้อถอน และไม่กระทบกับการให้บริการ เพียงแต่เปลี่ยนผู้ดูแลเท่านั้น
          โดย TRUE ตระหนักถึงการให้บริการลูกค้าเป็นสำคัญ ซึ่งพร้อมช่วยและยินดีให้การสนับสนุนข้อมูลลูกค้า ซึ่ง TRUE ได้ใช้ระบบ CCSS ในการจัดเก็บข้อมูลลูกค้าทั้งหมด ซึ่งบริษัทจะส่งมอบระบบดังกล่าวให้ TOT และส่งพนักงานไปช่วยสอนในช่วงแรกด้วย
          อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า TRUE สูญเสียรายได้จากส่วนแบ่งรายได้จากสัญญาร่วมการงานฯ ดังกล่าว โดย TRUE มีส่วนแบ่งรายได้ 85% และ TOT มีส่วนแบ่งรายได้ 15% ซึ่งปี 2559 TRUE มีรายได้ส่วนนี้ประมาณ 3,000 ล้านบาท จากลูกค้าปัจจุบันที่มีอยู่กว่า 900,000 เลขหมาย แต่ไม่กระทบกับผลการดำเนินงานโดยรวมมากนัก เนื่องจากปัจจุบัน TRUE มีรายได้จากธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ธุรกิจบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต และธุรกิจทรูวิชั่นส์