ITELลุ้นสตง.ไฟเขียวกสทช. เดินหน้าเน็ตชายขอบ หนุนแบ็กล็อกพุ่ง 3 พันล้าน

 ITEL ลุ้น “สตง.” ไฟเขียว “กสทช.” เดินหน้าโครงการเน็ตชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน หนุนแบ็กล็อกพุ่งกว่า 3,000 ล้านบาท หลังเป็นผู้ชนะสัญญากลุ่มที่ 4 มูลค่า 1,868.235 ล้านบาท มั่นใจรายได้ปี 60 แตะ 1,000 ล้านบาท
          นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เปิดเผยว่า บริษัทคาดหวังว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จะส่งหนังสือตอบกลับให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้สามารถดำเนินการโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้านได้
          หลังจากสำนักงาน กสทช. ส่งหนังสือชี้แจงตอบกลับไปยัง สตง.กรณีตั้งข้อสังเกตว่ามติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ให้จัดทำโครงการเน็ตประชารัฐ เป็นหน้าที่ของ บมจ.ทีโอที หรือ TOT เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งที่ กสทช.นำมาทำในส่วนของโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบนั้น ไม่ถูกต้อง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
          โดยในส่วนของบริษัทเป็นผู้ชนะการประมูลในสัญญาการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง กลุ่มที่ 4 (ภาคกลาง-ภาคใต้) จำนวน 24 จังหวัด รวมถึงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา กับ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา ได้แก่ จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย คิดเป็นมูลค่างานรวมทั้งสิ้น 1,868.235 ล้านบาท จากราคากลางอยู่ที่ 1,888.238 ล้านบาท หรือต่ำกว่าราคากลาง 20.003 ล้านบาท
          ดังนั้นหาก กสทช.มีการลงนามในสัญญาอย่างเป็นทางการ จะส่งผลให้บริษัทมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) มากกว่า 3,000 ล้านบาท จาก Backlog ณ สิ้นไตรมาส 2/2560 อยู่ที่ 1,249 ล้านบาท โดยในส่วนของสัญญาการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงกลุ่มที่ 4 มูลค่า 1,868.235 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้รายได้ภายในปีนี้ประมาณ 120 ล้านบาท
          นอกจากนี้ คาดว่าจะเซ็นสัญญาการให้บริการโครงข่ายใยแก้วนำแสงบนดิน ซึ่งเป็นการทำแบล็กอัพโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ ของบริษัท คัม ปานา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) หรือ LOXLEY และ AIT ซึ่งจะเชื่อมต่อประเทศเมียนมา-ไทย-สิงคโปร์ สัญญา 10 ปี มูลค่า 600 ล้านบาท ในช่วงปลายเดือน ก.ย.นี้
          ดังนั้นมั่นใจว่ารายได้ปี 2560 จะเติบโต 30-40% แตะ 1,000 ล้านบาท มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 850 ล้านบาท จากปี 2559 ที่บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 809.29 ล้านบาท อย่างแน่นอน
          ก่อนหน้านี้ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า เมื่อส่งหนังสือชี้แจงกลับไป คาดว่า สตง.จะตอบกลับความคิดเห็นกลับมาโดยเร็ว จากนั้นจะนำเข้าที่ประชุม กสทช.นัดพิเศษ เพื่อเป็นความเห็นประกอบการพิจารณาอนุมัติโครงการดังกล่าว จะมีพื้นที่ที่เปิดให้บริการในเดือน ธ.ค. 2560 ไม่น้อยกว่า 15% และเปิดให้บริการ 60% ภายในเดือน มี.ค. 2561 จากนั้นเปิดให้บริการครบทั้ง 100% ภายในเดือน ก.ค. 2561 โดยได้กำหนดอัตราค่าบริการไว้แล้วว่าผู้ให้บริการจะต้องหักต้นทุนในส่วนที่รัฐได้ไปลงทุน และคิดอัตราค่าบริการได้ในส่วนที่ตนเองเป็นผู้ลงทุนเท่านั้น
          สำหรับอัตราค่าบริการที่สำนักงาน กสทช.ประกาศไว้ สำหรับบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่มีความเร็ว 30/10 Mbps ต่อเดือนต่อครัวเรือน ต้องราคาไม่เกิน 200 บาท/เดือน นอกจากนั้นยังมีแพ็กเกจพิเศษสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีความต้องการความเร็วอินเทอร์เน็ตต่ำกว่าที่กำหนด เช่น แพ็กเกจความเร็ว 10 Mbps ราคาประมาณ 100 บาท/เดือน แพ็กเกจความเร็ว 15 Mbps ราคาประมาณ 150 บาท/เดือน