ทันหุ้น - เจาะTRUE ทำไมจึงแนะนำซื้อมองราคา 6.20 บาท โบรกชี้มีคลื่นความถี่ในมือมากสุดเมื่อเทียบคู่แข่ง ธุรกิจในเครือตอบโจทย์นโยบายไทยแลนด์ 4.0 คาดพลิกกลับมากำไรปี 2562 แถมมีไม้เด็ดเตรียมขายทรัพย์สินเข้ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน จะเป็นจุดเปลี่ยนทางการเงินของบริษัท
          นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า TRUE มีปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจที่หลากหลาย โดยมีธุรกิจในเครือที่สามารถตอบสนองภาครัฐเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล ยุคไทยแลนด์ 4.0 อีกทั้งทรูยังมีคลื่นความถี่ในมือมากที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ส่งผลให้เป็นหุ้นที่ยังชื่นชอบอยู่
          อย่างไรก็ดี ยังไม่สามารถคาดการณ์ผลประกอบการช่วงครึ่งปีหลังทรูว่าจะสร้างรายได้มากขนาดไหน เพราะการแข่งขันในธุรกิจโทรคมนาคมมีค่อนข้างสูง แต่ราคาหุ้นก็ปัรบตัวลงมามากพอสมควรในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้น มีคำแนะนำสำหรับนักลงทุนให้ "ซื้อระยะสั้น" โดยดูปัจจัยพื้นฐานเป็นสำคัญ หากปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนก็ให้ทยอยขายออก
          อนาคตกำไรฟื้น
          ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า TRUE มูลค่าหุ้นในขณะนี้อยู่ในระดับที่น่าดึงดูดใจเนื่องจากซื้อขายด้วย FWD EV/EBITDA รอบ 12 เดือนที่ 7.9 เท่า หรือประมาณ -1.0SD ของ forward EV/EBITDA ของตลาดรอบ 12 เดือน ระหว่างปี 2555-2560
          โดยคาดว่ากำไรสุทธิของ TRUE จะฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ในเชิงบวกในปี 2562 อยู่ที่ 0.5 พันล้านบาท หลังแตะระดับต่ำสุดในปี 2560 ที่ -4.2 พันล้านบาท และดีขึ้นเป็น -1.6 พันล้านบาท ในปี 2561 ด้วยแรงขับเคลื่อนหลักจากผลการดำเนินงานปกติที่ดีขึ้นหนุนจากรายได้บริการในปี 2560-2562 ที่มีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 7.4%
          เล็งขายทรัพย์สิน
          ผู้บริหารระบุว่า การขายทรัพย์สินให้กับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF ไม่ได้วิเคราะห์) เป็นตัวเลือกที่น่าจะเป็นไปได้ ซึ่งจะประกอบไปด้วยเสาสัญญาณและสายใยแก้วนำแสงที่สร้างขึ้นระหว่างปี 2558-2560
          นักวิเคราะห์มองว่า การขายทรัพย์สินครั้งนี้จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับสถานะทางการเงินของ TRUE เนื่องจากบริษัทสามารถนำเงินที่ได้มาชำระหนี้สินส่งผลให้ Net Debt to EBITDA ลดลงมาอยู่ใกล้กับเป้าระยะยาวที่ 2.0 เท่าจากประมาณการในปี 2560-62 ของเราที่ 3.1-3.7 เท่า นอกจากนี้จะช่วยลดความเสี่ยงของการเพิ่มทุนได้
          อย่างไรก็ตาม เพื่อสะท้อนราคาหุ้นที่ลดลง 15.3% QTD ซึ่งทำให้ Upside ต่อราคาเป้าหมาย เพิ่มขึ้นเป็น 18.1% ราคาเป้าหมายกลางปี 2561 ที่ 6.2 บาท คำนวณด้วยวิธี SOTP โดยมูลค่าธุรกิจของ TRUE ที่ 5.42 บาทต่อหุ้น และสัดส่วนการถือหุ้นในกองทุน DIF ที่ 28.1% ที่ 0.78 บาทต่อหุ้นในขณะนี้ค่อนข้างถูก เนื่องจากซื้อขายด้วย 2560-61 EV/EBITDA ไม่รวมการถือหุ้นในกองทุน DIF ที่ 8.1 เท่า/7.8 เท่า หรือ -1.0SD ของ Forward PER รอบ 12 เดือนของตลาดระหว่างปี 2555-60