ยอดขายปลีกออนไลน์ไทยโตกว่า100% คาดอี-คอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะโตเช่นกัน

บลูมเบิร์ก ยอดขายปลีกออนไลน์ในประเทศไทยโตมากกว่า 100% โดยมากกว่ายอดขายของร้านค้าแบบดั้งเดิมที่มียอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 10% เท่านั้น แนวโน้มเช่นนี้ชี้ว่า อี-คอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังจะโตเช่นกัน
          สาเหตุที่ยอดขายปลีกออนไลน์ในประเทศไทยโตเป็นเพราะว่าความเร็วของอินเทอร์เน็ตในประเทศเร็วมากขึ้นและแข็งแกร่งมากขึ้น และบริษัทค้าปลีกออนไลน์อย่างเช่น ลาซาดา ประสบความสำเร็จ บริษัทโททัล แอคเซส คอมมิวนิเคชั่น ประเมินว่า คนไทยใช้เวลาไปกับเว็บไซต์ในโซเชียลมีเดีย อย่างเฟซบุ๊ค หรือยูทูบ 6 ชั่วโมงต่อวัน
          รายงานของเมย์แบงก์ กิม เอ็ง โฮลดิ้งส์ ระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่แยกข้อมูลยอดขายปลีกออกไปเป็นยอดขายปลีกออนไลน์ ซึ่งเป็นการชี้นำที่เป็นประโยชน์ว่าอี-คอมเมิร์ซอาจจะโตอย่างไรในภูมิภาค
          ชัว ฮัก บิน และ ลี จู ยี นักเศรษฐศาสตร์ของเมย์แบงก์ กล่าวว่า ในขณะที่ยอดขายออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้โตอย่างแข็งแกร่ง แต่ก็ยังมีสัดส่วนน้อยกว่า 4% ของการซื้อปลีกทั้งหมด
          ตลาดที่ใหญ่กว่าอย่างจีน และเกาหลีใต้ ได้มีอัตราการเติบโตของตลาดค้าปลีกออนไลน์สูงกว่าแล้ว คือ 16% และ 18% ตามลำดับ เมย์แบงก์ระบุว่า นั่นชี้ถึงศักยภาพของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยอดขายอี-คอมเมิร์ซอาจโต 5-10% ของยอดขายค้าปลีกทั้งหมดในช่วง 5 ปีข้างหน้า
          เมื่อเร็วๆ นี้ แจ็ก หม่า ผู้ก่อตั้งบริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ได้ตกลงเป็นสมาชิกคณะกรรมการของรัฐบาลอินโดนีเซียที่มีภารกิจในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอี-คอมเมิร์ซในประเทศ อินโดนีเซียมีประชากรมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแมคควอรี่ รีเสิร์ช ประเมินว่า ยอดขายปลีกออนไลน์ในอินโดนีเซียอาจจะมีมูลค่าถึง 65,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2563
          รายงานของเมย์ แบงก์ ระบุว่า การโตขึ้นของอี-คอมเมิร์ซและการขาดข้อมูลของทางการย่อมหมายถึงว่า อาจจะมีการประเมินศักยภาพของผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่ำเกินไป และการติดตามรูปแบบของผู้บริโภคจะเกี่ยวข้องมากกว่าการมองแค่ยอดขายปลีกอย่างเป็นทางการเท่านั้น