CSSย้ำรายได้ปีนี้พุ่ง5พันล้าน ศึกษาลงทุนโรงไฟฟ้าพลังน้ำลาว สรุป ต.ค.นี้

CSS ย้ำเป้ารายได้ปีนี้ 5,000 ล้านบาท โต 10% ตุนแบ็กล็อก 1,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงานบริการติดตั้งระบบโทรคมนาคมของ DTAC พร้อมแย้มศึกษาการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว คาดชัดเจนเดือน ต.ค.นี้
          นายสมพงษ์ กังสวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CSS เปิดเผยว่า แนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลังจะมีการเติบโตไม่ต่ำกว่าช่วงครึ่งปีแรกที่มีรายได้ประมาณ 2,100 ล้านบาท เนื่องจากขณะนี้มีมูลค่างานในมือ (แบ็กล็อก) ประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยจะมีการรับรู้รายได้จากธุรกิจบริการติดตั้งระบบโทรคมนาคม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ที่มีการลงทุนมากในปีนี้ ปัจจุบันจึงมีสัดส่วนรายได้จากงานเอกชนประมาณ 90-95% ส่วนงานภาครัฐมีสัดส่วนประมาณ 5-10%
          ขณะนี้ทั้งปี 2560 บริษัทตั้งเป้าหมายมีรายได้ประมาณ 5,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 10% จากปีก่อนที่มีรายได้ประมาณ 4,700 ล้านบาท โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีรายได้จากธุรกิจเทรดดิ้งประมาณ 3,600-3,800 ล้านบาท และธุรกิจบริการติดตั้งระบบโทรคมนาคมไม่ต่ำกว่า 800-900 ล้านบาท ส่วนกำไรคาดว่าจะเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน ตามการเติบโตของรายได้
          “ในช่วงครึ่งปีหลังแนวโน้มผลการดำเนินงานไม่น่าจะต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธุรกิจบริการติดตั้งระบบโทรคมนาคมปีนี้ดี ขณะที่ธุรกิจเทรดดิ้งทรงตัว ซึ่งหากโชคดีมีโครงการภาครัฐ หรือโครงการที่เร่งจัดซื้อจัดจ้างออกมา จากก่อนหน้านี้ที่ชะลอตัว ทั้งโครงการรถไฟฟ้าต่างๆ ทั้ง BTS, MRT, โครงการรถไฟความเร็วสูง เป็นต้น ได้เร่งดำเนินการหรือเซ็นสัญญาก็จะทำให้สามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายได้” นายสมพงษ์ กล่าว
          สำหรับสัดส่วนรายได้จะมาจากธุรกิจโทรคมนาคมประมาณ 27%  และมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจเทรดดิ้งประมาณ 73% ซึ่งทั้ง 2 ธุรกิจมีอัตราการเติบโตไปพร้อมๆ กัน สัดส่วนจึงอยู่ในระดับนี้ ขณะที่มาร์จิ้นของธุรกิจเทรดดิ้งอยู่ที่ประมาณ 9-10% และมาร์จิ้นของธุรกิจโทรคมนาคมอยู่ที่ประมาณ 28-29%
          ด้านตลาดในต่างประเทศ บริษัทมีการส่งออกในแถบประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกับประเทศไทย เช่น สปป.ลาว เมียนมา (พม่า) และกัมพูชา (เขมร) โดยมีรายได้ประมาณ 50-60 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อย ประกอบกับสินค้าจากประเทศจีน มีราคาถูกกว่าสินค้าจากไทยมากจึงเป็นคู่แข่งที่สำคัญของบริษัท
          นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาการลงทุนในต่างประเทศ อย่างการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว โดยเบื้องต้นมองว่าจะเป็นการลงทุนร่วมกับพันธมิตร แต่ทั้งนี้ยังต้องรอที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) อนุมัติอย่างเป็นทางการ จึงจะสามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงเดือนตุลาคม 2560 นี้