กสทช.รอความเห็นจากสตง.ก่อนเซ็นสัญญาเน็ตชายขอบ

บอร์ด “กสทช.” มีมติเห็นชอบหนังสือชี้แจงสตง.เรื่องเน็ตชายขอบตามความเห็นกสทช. และรอสตง.ตอบกลับ ก่อนชงเข้าบอร์ดนัดพิเศษ เพื่อเห็นชอบลงนามสัญญา พร้อมอนุมัติเงินหนุนออนแอร์ทีวีดิจิตอลผ่านดาวเทียมเพิ่ม
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กสทช. เมื่วันที่ 23 ส.ค. 2560 ที่ผ่านมาว่าเห็นชอบให้สำนักงาน กสทช.ส่งหนังสือชี้แจงตอบกลับไปยังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กรณีตั้งข้อสังเกตว่ามติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ให้จัดทำโครงการเน็ตประชารัฐ เป็นหน้าที่ของ บมจ.ทีโอที หรือ TOT เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งที่กสทช.นำมาทำในส่วนของโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้านนั้น ไม่ถูกต้อง
          “ที่ประชุมกสทช.เห็นชอบหนังสือชี้แจงต่อสตง.เรื่อง โครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ชายขอบ ตามความเห็นที่สำนักงาน กสทช.โดยไม่มีประเด็นใดเพิ่มเติม เนื่องจากครบถ้วนทุกประเด็นแล้ว และให้สำนักงานฯ ส่งหนังสือชี้แจงตอบกลับสตง.” นายฐากร กล่าว
          ทั้งนี้ เมื่อส่งหนังสือชี้แจงกลับไป คาดว่า สตง.จะตอบกลับความคิดเห็นกลับมาโดยเร็ว จากนั้นจะนำเข้าที่ประชุม กสทช.นัดพิเศษ เพื่อเป็นความเห็นประกอบการพิจารณาอนุมัติโครงการดังกล่าว ซึ่งตามกรอบเวลาสำนักงาน กสทช. จะมีการลงนามในสัญญาภายใต้กรอบระยะเวลาในวันที่ 31 ส.ค. 2560 โดยจะมีพื้นที่ที่เปิดให้บริการในเดือน ธ.ค. 2560 ไม่น้อยกว่า 15% และเปิดให้บริการ 60% ภายในเดือน มี.ค. 2561 จากนั้นเปิดให้บริการครบทั้ง 100% ภายในเดือน ก.ค. 2561 โดยได้กำหนดอัตราค่าบริการไว้แล้วว่าผู้ให้บริการจะต้องหักต้นทุนในส่วนที่รัฐได้ไปลงทุน และคิดอัตราค่าบริการได้ในส่วนที่ตนเองเป็นผู้ลงทุนเท่านั้น
          สำหรับอัตราค่าบริการที่สำนักงาน กสทช.ประกาศไว้ สำหรับบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่มีความเร็ว 30/10 Mbps ต่อเดือนต่อครัวเรือน ต้องราคาไม่เกิน 200 บาท/เดือน นอกจากนั้นยังมีแพ็กเกจพิเศษสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีความต้องการความเร็วอินเทอร์เน็ตต่ำกว่าที่กำหนด เช่น แพ็กเกจความเร็ว 10 Mbps ราคาประมาณ 100 บาท/เดือน แพ็กเกจความเร็ว 15 Mbps ราคาประมาณ 150 บาท/เดือน
          นอกจากนี้ ที่ประชุมได้อนุมัติวงเงินในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมสำหรับผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล เป็น 616.464 ล้านบาทต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี รวมเป็น 1,849.392 ล้านบาท จากเดิม 366.912 ล้านบาทต่อปี ระยะเวลา 3 ปี รวมเป็น 1,100.736 ล้านบาท โดยใช้เงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ซึ่งยังอยู่ภายใต้ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 76/2559
          โดยการอนุมัติครั้งนี้เป็นการอนุมัติเพิ่มเติมให้กับผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล ประเภทความคมชัดสูง (HD) จำนวน 10 ช่อง ได้แก่ ช่อง 5, ช่อง NBT, ช่อง TPBS, ช่อง MCOT HD, ช่อง ONE HD, ช่องไทยรัฐทีวี, ช่อง 3HD, ช่อง AMARIN TV, ช่อง 7HD และช่อง PPTV ซึ่งเดิมได้รับการสนับสนุนค่าส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมในประเภทความคมชัดปกติ (SD) จำนวน 17 ช่อง เท่านั้น