ชู5ยุทธศาสตร์ดันอีสานฮับเศรษฐกิจ"ลุ่มน้ำโขง"

เคาะ 5 ยุทธศาสตร์พัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งเป้าศูนย์กลางเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เล็กแก้ปัญหายากขน ลดเหลื่อมล้ำ สางปัญหาจัดการน้ำทั้งระบบ นายกฯหวังใช้โครงการประชารัฐ แก้ปัญหาในพื้นที่มากขึ้น เร่งเสนอโครงการขนาดใหญ่ เปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจอีสานภายในแผน12
          ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่ จ.นครราชสีมา ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานวานนี้ (22ส.ค.) ที่ประชุมเห็นชอบแผนการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน)โดยจะบรรจุอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่12 และแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
          นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายละเอียดว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)ได้รายงานให้ที่ประชุม ครม.รับทราบว่าภาคอีสานเป็นภาคที่มีประชากร 1 ใน 3 ของประเทศ และมีพื้นที่1 ใน 3 ของประเทศแต่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมเพียง 1 ใน 10 ของประเทศสะท้อนถึงปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ที่จะต้องได้รับการแก้ไขเพื่อให้ภาคอีสานเป็นพื้นที่สำคัญที่จะสร้างการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต
          จากการหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 20 จังหวัด และภาคเอกชนและการรับฟังข้อมูลจากพื้นที่ สศช.ได้รวบรวมยุทธศาสตร์และแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ภาคอีสาน โดยตั้งเป้าหมายยกระดับให้ภาคอีสานเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และยังช่วยแก้ปัญหาความยากจนของคนในพื้นที่ โดยมียุทธศาสตร์การขับเคลื่อนที่สำคัญ5เรื่อง ที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรับไปเร่งดำเนินการ โดยสศช. ตั้งเป้าหมายว่า หากทำได้สำเร็จครบทุกเรื่องตามแผนดังกล่าว จะช่วยพัฒนาภาคอีสานไปสู่มิติใหม่ ประกอบไปด้วย
          เปิด5ยุทธศาสตร์พัฒนาอีสาน
          1.ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โดยมีแผนงานสำคัญทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำดิบ และแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ การพัฒนาแหล่งน้ำใหม่ในพื้นที่ลุ่มน้ำเลย ชี และมูล การพัฒนาระบบขนส่งและกระจายน้ำ และการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ
          2.ยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม มีแผนงานสำคัญ คือ การพัฒนาอาชีพและรายได้ของคนยากจน การพัฒนาคุณภาพชีวิตและจัดสวัสดิการให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส การพัฒนาความรู้ ทักษะอาชีพ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาระบบป้องกันและควบคุมโรคเฉพาะถิ่น และพัฒนาโภชนาการแม่และเด็ก
          3.ยุทธศาสตร์ การสร้างความเข้มแข็งของฐานเศรษฐกิจภายในควบคู่กับการแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีแผนงานสำคัญ ทั้งการสร้างความมั่นคงทางการเกษตร การพัฒนาพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ให้เป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพสูง ส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อและโคนมคุณภาพสูง ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมใหม่ พัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอี ธุรกิจสตาร์ทอัพ และวิสาหกิจชุมชน พัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว การพัฒนาเมืองศูนย์กลางจังหวัดเป็นเมืองน่าอยู่ ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ให้คงความอุดมสมบูรณ์ และรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ และส่งเสริมการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนา
          4.ยุทธศาสตร์การใช้โอกาสจากการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งที่เชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจหลักภาคกลาง และพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อพัฒนาเมือง และพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ของภาค ทั้งการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เร่งพัฒนาโครงข่ายระบบการคมนาคมขนส่งภายในภาค และพัฒนาเมืองสำคัญ คือ นครราชสีมา และขอนแก่น ส่วนยุทธศาสตร์สุดท้าย เป็นการพัฒนาความร่วมมือและใช้ประโยชน์จากข้อตกลงกับประเทศเพื่อนบ้านในการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจฐานรากตามแนวชายแดน และแนวระเบียงเศรษฐกิจ มีงานสำคัญ ทั้งการพัฒนาด่านชายแดน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงชายแดน และพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน
          สั่งใช้ประชารัฐร่วมแก้ปัญหา
          นายกฯ ได้มอบหมายให้ในพื้นที่ใช้โครงการประชารัฐเข้ามาช่วยดูแลการแก้ปัญหาด้านต่างๆ เช่น ด้านแรงงาน หรือการจัดทำโครงการเกษตรอินทรีย์ ซึ่งนายกฯ ได้มอบหมายกระทรวงการคลัง ต้องไปหาช่องทางการจัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษมาปล่อยกู้ให้เกษตรกรได้มีเงินทุนมาใช้ทำเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งให้กระทรวงคมนาคม เร่งศึกษาการเส้นทางคมนาคม ถนนขนาดเล็กเชื่อมต่อกับถนนใหญ่ โดยอาจสร้างเพิ่มหรือซ่อมแซมถนนเดิมให้สามารถใช้งานได้สะดวกนายกอบศักดิ์กล่าว
          สำหรับโครงการแผนงานที่กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอแผนงาน/โครงการเบื้องต้นในการขับเคลื่อนทิศทางการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) เช่น การบริหารจัดการน้ำ โดยพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำ พัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่นอกเขตชลประทาน เพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำในพื้นที่ชลประทาน ระบบการกระจายน้ำเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ พัฒนาระบบป้องกันน้ำท่วมและแก้ปัญหาภัยแล้ง พื้นที่เกษตรได้รับประโยชน์ จำนวน 543,948 ไร่ ประชาชน 542,057 ครัวเรือน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำกักเกบอีก 3,763 ล้านลูกบาศก์เมตรและพื้นที่รับประโยชน์ 10.2 ล้านไร่
          ขจัดยากจน-จัดหาที่ทำกิน
          การแก้ไขปัญหาความยากจน และพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยจัดหาที่ดินทำกินให้คนจนฝึกอาชีพสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตสำหรับคนจน จัดสวัสดิการผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาส พัฒนาที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อยตามโครงการบ้านมั่นคง การพัฒนาด้านการเกษตร โดยการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ เกษตรแปลงใหญ่ รวมทั้ง ปรับเปลี่ยนไปสู่สินค้าเกษตรชนิดใหม่ตามศักยภาพของพื้นที่ ยกระดับคุณภาพสินค้า พื้นที่ได้รับประโยชน์ 2,076,009 ไร่ เกษตรกร 171,472 ราย การขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสู่ชุมชนโดยติดตั้งบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย งบประมาณ 13,760 ล้านบาท ครอบคลุม 20 จังหวัด
          การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ รถไฟความเร็วสูงไทยจีน กทม. – นครราชสีมา – หนองคาย โครงข่ายรถไฟทางคู่ ขนาด 1 เมตร จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่ ช่วงชุมทางถนนจิระ – ขอนแก่น ช่วงมาบกะเบา – ชุมทางถนนจิระ ช่วงชุมทางถนนจิระ – อุบลราชานี ช่วงขอนแก่น – หนองคาย ช่วงอุบลราชานี – มุกดาหาร และช่วงบ้านไผ่ – นครพนม ก่อสร้างขุดพักรถบรรทุกโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง บางปะอิน – สระบุรี – นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร และ นครราชสีมา – ขอนแก่น ระยะทาง 183 กิโลเมตร พัฒนาท่าอากาศยาน จำนวน 6 แห่ง อุดรธานี อุบลราชธานี บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด นครราชสีมา และขอนแก่น โดยปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ขยายลานจอดและทางวิ่ง