KTBSTใส่เกียร์รุกฟินเทคลุยโปรแกรมช่วยเลือกหุ้น

ทันหุ้น - KTBST พลิกโฉมองค์กรครั้งใหญ่ หันก้าวสู่ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการลงทุน ภายใต้นโยบายยกระดับองค์กรสู่ 4.0 เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน-เพิ่มศักยภาพแข่งขันระยะยาว ปูทางสู่โบรกเกอร์ชั้นนำในยุคดิจิตอลในอนาคต
          นายชัยภัทร ศรีวิสารวาจา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด (KTBST) เปิดเผยว่า แผนธุรกิจปี 2560 บริษัทจะดำเนินนโยบายเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) อย่างเต็มรูปแบบตามแผน เคที ซีมิโก้ 4.0 ล่าสุดร่วมมือกับเซ็ทสโคป (SetScope) พัฒนาโปรแกรมเลือกหุ้น สำหรับซื้อขายหลักทรัพย์แบบเรียลไทม์ ผ่านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
          พัฒนาโปรแกรมช่วยเลือกหุ้น
          โดยโปรแกรมนี้จะทำหน้าที่เป็นโค้ชอัจฉริยะช่วยวิเคราะห์หุ้นทั้งหมดในพอร์ต หรือปฏิบัติการเสมือนผู้จัดการกองทุนอย่างครบวงจร ซึ่งคาดว่า    นวัตกรรมใหม่นี้จะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยนักลงทุนตัดสินใจและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงหุ้นคุณภาพดีได้ โดยนักลงทุนสามารถใช้งานผ่าน Znet แอพพลิเคชั่น สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมได้ทั้งในระบบปฏิบัติการไอโอเอส และแอนดรอยด์
          "ในแง่ของความน่าเชื่อถือของโปรแกรมเลือกหุ้นนี้ จากผลการทดสอบข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี พบว่าการลงทุนในหุ้นตามการแนะนำของโปรแกรมเซ็ทสโคป มีผลตอบแทนเฉลี่ย 33% ต่อปี และชุดคำสั่งอัตโนมัติจะวิเคราะห์หุ้นออกเป็นกลุ่ม ได้แก่ หุ้นมั่นคง หุ้นคุณภาพดี และหุ้นเทิร์นอะราวด์" นายชัยภัทรกล่าว
          ยกระดับองค์กรสู่ 4.0
          อย่างไรก็ดี ทางบริษัทได้มีการปรับวิสัยทัศน์องค์กรครั้งใหญ่ เน้นก้าวสู่ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการลงทุนภายใต้นโยบาย 4.0 และใช้แผนปฏิบัติการนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เป็นตัวหลักเข้ามาขับเคลื่อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรอย่างรวดเร็ว และเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันระยะยาวสู่การเป็นโบรกเกอร์ชั้นนำในยุคดิจิตอล 4.0 ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้ช่วยสนับสนุนแผนธุรกิจต่างประเทศของบริษัทในการรุกเข้าไปขยายฐานยังกลุ่มประเทศแถบ CLMV อาทิ กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม ด้วย
          นายชัยภัทร กล่าวเสริมว่า ในแง่ของบัญชีซื้อขายหุ้นในปัจจุบันว่า บล.เคที เซมิโก้ มีฐานบัญชีอยู่ทั้งหมดประมาณ 70,000-80,000 บัญชี คิดเป็นบัญชีแอกทีฟประมาณ 25-30% ของจำนวนบัญชีทั้งหมด โดยส่วนใหญ่เป็นบัญชีของนักลงทุนรายย่อย เนื่องจากธนาคารกรุงไทยถือหุ้นอยู่ประมาณ 50% จึงมีสัดส่วนนักลงทุนในกลุ่มนี้มากที่สุด
          ลุยเจาะฐานลูกค้าเพิ่ม
          สำหรับเป้าหมายปี 2560 บริษัทคาดว่าจะมีฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 5-7% โดยทิศทางตลาดหุ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้น่าจะดีกว่าช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา คาดว่าดัชนีจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,590-1,600 จุด ซึ่งจะต้องรอดูปัจจัยภายนอกประเทศ และการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศอีกครั้ง
          ด้านนางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ตลาด หลักทรัพย์มีแนวโน้มสนับสนุนเครื่องมือด้านนวัตกรรมมากขึ้น และมองว่าจะทำอย่างไรให้นักลงทุนได้รับประโยชน์ ทราบข้อมูลที่จำเป็นและควรระมัดระวัง ทั้งนี้ตลาดหลักทรัพย์ จะช่วยประชาสัมพันธ์ให้นักลงทุนทราบข่าวสารเรื่องฟินเทคที่จะช่วยเข้ามาซื้อขายหุ้นมากขึ้น เพื่อสร้างความตื่นตัวของนักลงทุน