ยกระดับอุตสาหกรรมสู่ยุค 4.0 ภาครัฐ-เอกชน หนุน "บิ๊กดาต้า"

สศอ. เผยผลสรุปงานประชุมวิชาการ (OIE Forum) ประจำปี 60 ชี้ตัวแทนภาครัฐ - ภาคอุตสาหกรรม สนับสนุนให้ สศอ. เดินหน้าทำแผนพัฒนาบิ๊กดาต้า เชื่อมโยงเครือข่ายหน่วยงานข้อมูลเพื่อยกระดับขีดความสามารถแข่งขันภาคอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต รองรับการเปลี่ยนแปลงกระแสโลก
          นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) แถลงผลการจัดงานประชุมวิชาการ สศอ. (OIE Forum) ประจำปี 2560 ว่า จากผลการประชุมที่มีตัวแทนจากภาครัฐ, สมาคมการค้าระหว่างประเทศ, สมาคมบริษัทหลักทรัพย์, สถานบันการศึกษา, สถาบันการเงิน และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน ทำให้เกิดการบูรณาการแนวคิด และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายในการพัฒนาอุตสาหกรรม
          โดยเฉพาะเรื่อง "ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือบิ๊กดาต้า" (Big Data) ที่หลายฝ่ายในที่ประชุมเห็นตรงกันว่า มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการยกระดับอุตสาหกรรมของไทย เพื่อรองรับการเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 เพราะเป็นเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการสร้างเครือข่ายที่ทำให้ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีคุณภาพ  และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรมทั้งระบบ
          สศอ. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรม ตลอดจนคาดการณ์แนวโน้มและแจ้งเตือนภัยด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศ ได้ให้ความสำคัญต่อการเร่งพัฒนาระบบ Big Data for Foresight ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญ ของกระทรวงอุตสาหกรรมและรัฐบาล เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ภาพอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อเสริมศักยภาพการทำงาน ให้สามารถรองรับและติดตามข้อมูลการเปลี่ยนแปลงทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ โดยในปีนี้ สศอ. ได้ใช้งบประมาณ 30 ล้านบาท ในการดำเนินการพัฒนาระบบ Big Data for Foresight ทั้ง 3 ด้าน ประกอบด้วย
          1.การสร้างทีมบุคลากร (Data Science Team) ด้วยการเร่งผลิตนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล โดยในระยะสั้นจำเป็นต้องจัดหาผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาเป็นหัวหน้าทีมก่อน รวมถึงการพัฒนาระยะกลางที่ต้องพัฒนาบุคลากรภายใน สศอ. ด้วยการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและฝึกปฏิบัติจริงในการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญภายนอก และในระยะยาว อยู่ระหว่างการเสนอขอทุนจาก สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพื่อศึกษาต่อทางด้านนี้โดยตรง
          2.การบริหารจัดการข้อมูล ในกรณีที่มีข้อมูลอยู่แล้วในแต่ละหน่วยงาน สศอ. จะหารือและจะทำ MOU ร่วมกันในการนำข้อมูลมาใช้  ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้มีการทำ MOU ร่วมกับ การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้ว เพื่อนำข้อมูลการใช้ไฟฟ้ามาร่วมวิเคราะห์ถึงภาวะทางเศรษฐกิจ และประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า รวมถึงการประเมินความต้องการใช้ไฟฟ้า สำหรับใช้ในการจัดทำแผนพัฒนาระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับกับความต้องการ และจะขยายเครือข่ายความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานอื่น ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงาน สภาพัฒน์ฯ แบงก์ชาติ ฯลฯ  โดยจะเป็นการแชร์ข้อมูลซึ่งกันและกันผ่านระบบ Cloud System
          3.สถาปัตยกรรมระบบซอฟต์แวร์  อยู่ในระหว่างการพิจารณาระบบ Software สำหรับใช้ในการบริหารจัดการข้อมูล จำนวนมหาศาลและการวิเคราะห์ข้อมูลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างแบบจำลอง Data Model ให้เหมาะสมกับประเภทข้อมูล และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถาน การณ์โลก พร้อมนำองค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ และการเรียนรู้จากเครื่องมาใช้ประกอบการวิเคราะห์ และการพยากรณ์สถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ให้ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
          "สศอ. กำลังเร่งดำเนินการตามแผนงานที่กำหนด ในการพัฒนาระบบ Big Data for Foresight เพื่อให้สามารถใช้งาน ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม ทำให้ผู้ประกอบการมีความสามารถในการแข่งขัน และมีนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศให้มีความก้าวหน้า และช่วยยกระดับรายได้ของประชาชนให้สูงขึ้น เพื่อก้าวพ้น "กับดักรายได้ปานกลาง" ซึ่งจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตของประชาชนจะดีขึ้นตามไปด้วย" นายศิริรุจ กล่าว