"สดช."กางแผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

 กรุงเทพธุรกิจ - หลังจากการเปลี่ยนกระทรวงไอซีที เป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.2559 เมื่อราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 17) พ.ศ.2559  
          โดยมีสาระสำคัญคือให้ยกเลิกกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และให้จัดตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการวางแผนส่งเสริม พัฒนา และดำเนินกิจการเกี่ยวกับดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
          ทำให้กระทรวงดีอี มีส่วนราชการระดับกรม 5 หน่วยงาน ได้แก่ 1.สำนักงานรัฐมนตรี 2.สำนักงานปลัดกระทรวง 3.กรมอุตุนิยมวิทยา 4.สำนักงานสถิติแห่งชาติ และ 5.สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.)
          นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา ทำหน้าที่เลขาธิการสำนักงาน สดช. กระทรวงดีอี กล่าวว่าการทำงานภายใต้กรมใหม่ของกระทรวงดีอี สำนักเดิมที่เคยอยู่กับสำนักงานปลัดกระทรวงดีอี ถูกโยกมาทั้งคนและงานมายัง สดช. ได้แก่ 1.สำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ 2.สำนักส่งเสริมและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 3.สำนักส่งเสริมและพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ และ 4.สำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทำให้ สดช. มีภารกิจหลักๆ ที่เป็นโครงการเกี่ยวกับการขับเคลื่อนนโยบาย ดีอีของประเทศหลายเรื่อง 
          ประกอบด้วยโครงการเน็ตประชารัฐ โครงการนำสายโทรคมนาคมลงดิน กิจการดาวเทียม ที่สำคัญคือการบริหารเงินจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี)
          ดังนั้นพันธกิจของ สดช. จึงประกอบไปด้วย 1.กำหนดทิศทางและวางยุทธศาสตร์การพัฒนาดีอีของประเทศ 2.เป็นแกนกลางในการส่งเสริม ประสาน และบูรณาการความร่วมมือมือ ให้เกิดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ 3.วางรากฐานการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลประสิทธิภาพสูงเพื่อรองรับการใช้งานในอนาคต และ 4.ส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม
          โดยมีภารกิจหลัก 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การยกระดับดัชนีดิจิทัลให้เป็นระดับสากล 2.การขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล และ 3.การขับเคลื่อนด้านรัฐบาลดิจิทัล ขณะที่ภารกิจรองคือ ประกอบด้วย 1.กำหนดแนวทางการบริหารเงินกองทุนดีอี 2.การศึกษาผลกระทบนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย 3.แนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และ 4.การทำแผนพัฒนากำลังคนดิจิทัล 
          สำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการดีอี ทั้งหมดต้องผ่าน สดช.ก่อนนำเข้า ครม. ส่วนเรื่องการประชุมร่วมกับบอร์ดดีอี จะจัดประชุมทุก 2 เดือน โดยในวันที่ 1 ก.ย.นี้ จะเริ่มประชุม และคาดว่าจะสรุปรายชื่อคณะกรรมการกองทุนดีอี ซึ่งเมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ครม. ได้อนุมัติรายชื่อ ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเสนอแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จำนวน 8 คน
          ได้แก่ 1.นายสุเจตน์ จันทรังษ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2.นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 3.นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐศาสตร์ 4.นายพลเดช ปิ่นประทีป กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านสังคมศาสตร์
          5.นายกลินท์ สารสิน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านบริหารธุรกิจ 6.นายเข็มชัย ชุติวงศ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย 7.นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ 8.นายเฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาและพัฒนากำลังคน 
          โดยบอร์ดดีอีจะเลือกกรรมการส่วนหนึ่งจากจำนวนนี้มานั่งเป็นกรรมการกองทุนดีอี เพื่อให้สามารถบริหารเงินกองทุนได้ หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ส่งเงินเข้ากองทุนแล้วจำนวน 1,182.86 ล้านบาท
          "สดช.กำลังจะทำดัชนีชี้วัดด้านดิจิทัลของประเทศไทยร่วมกับนิด้า คล้ายกับที่ สหพัฒน์ทำ ยังมีแผนการทำงานร่วมกับต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารโลก องค์รเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) เพื่อยกระดับการทำงานระหว่างประเทศไม่ใช่แค่ประสานกับไอทียูอย่างเดียว"

          "สดช.มีแผนทำงานร่วมกับต่างประเทศเพื่อยกระดับการทำงานระหว่างประเทศไม่ใช่แค่ประสานกับไอทียูอย่างเดียว - วรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา"