เทรนด์ LTE-TDD บนคลื่น 2300

นัจกร สุทธิมาศ
          ขณะที่ทั่วโลกมีความต้องการในการใช้งานอินเทอร์ เน็ตเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่คลื่นความถี่กลับเป็นทรัพยากรที่มีปริมาณจำกัด และไม่เพียงพอต่อความ ต้องการที่เพิ่มขึ้น ยิ่งเป็นในยุคดิจิทัล ทำให้ต้องหาทางออกที่ดีกว่าเพื่อรองรับนวัตกรรมบริการต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นอีกมาก
          การพัฒนาคลื่นความถี่สู่ LTE-TDD ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือ หรือดาต้าความเร็วสูง และเทคโนโลยี LTE-TDD กำลังเป็นเทรนด์ในการบริหารการใช้ทรัพยากรที่มีจำนวนจำกัดอย่างคลื่นความถี่ โดยเฉพาะในประเทศที่มีปริมาณการใช้งานดิจิทัลสูงมากอย่างจีนและอินเดีย
          ผู้เขียนจึงมีบทความน่าสนใจอยากส่งต่อให้ผู้อ่านได้เรียนรู้เทรนด์ของโลกไปด้วยกัน โดยบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ได้ระบุว่า การเกิดขึ้นของไอโอที (IoT : Internet of Things) การเชื่อมต่อระหว่างเครื่องจักรกับเครื่องจักร (M2M : Machine to Machine) แปลว่า ไม่ได้มีแค่คนที่ติดต่อกัน แต่คอมพิวเตอร์กำลังส่งข้อมูลถึงกัน ทำให้เกิดบริการใหม่ๆ เช่น รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง, อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่ควบคุมได้ผ่านสมาร์ทโฟน และอีกหลายอย่างที่เราจะจินตนาการได้กำลังเกิดขึ้น
          ทั้งนี้ ในปี พ.ศ.2563 สมาคมจีเอสเอ็มยังคาดการณ์ว่าการเข้าถึงการใช้งานของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนมือถือทั่วโลกจะเพิ่มเป็น 60% และนั่นเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้จำนวนคลื่นความถี่ที่ให้บริการในปัจจุบันไม่เพียงพอ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ LTE TDD ในประเทศไทย ด้วยคลื่นความถี่ 2300 MHz
          โดยปัจจุบันสหภาพโทรคมนาคมนานาชาติ หรือไอทียู ผู้กำหนดมาตรฐานโทรคมนาคมโลก ได้ให้ LTE-TDD และคลื่นความถี่ 2300 MHz เป็นมาตรฐานเทคโนโลยีแล้ว เท่า กับเป็นการยืนยันว่า แนวโน้มของผู้ใช้งานมือถือทั่วโลกกำลังใช้ดาต้า หรืออินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
          จากกรณีศึกษาประเทศที่น่าสนใจ เช่น จีน ประเทศจีน มีประชากรประมาณ 1.37 พันล้านคน มีอัตราเฉลี่ยใช้ซิมการ์ด 1.79 ซิมการ์ดต่อคน เท่ากับว่าทุกคนมีอุปกรณ์พกติดตัวมากกว่าแค่สมาร์ทโฟน อาจมีการเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆ รวมถึงมีการใช้งานแบบ M2M และจำนวนการใช้งานก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
          อีกทั้งผู้ให้บริการหลัก 3 รายในจีน ได้แก่ China Unicom, China Telecom และ China Mobile ล้วนใช้เทคโนโลยี LTETDD บนคลื่น 2300 MHz ทั้งหมด เฉพาะ China Mobile ที่ถือว่าเป็นผู้ให้บริการที่มีโครงข่าย 4G ใหญ่ที่สุดในโลก มีจำนวนโครงข่าย 2300 MHz รวมกับ 2600 MHz รวมอยู่กว่า 1.5 ล้านโครงข่าย
          และอีกประเทศที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน คือ อินเดีย ที่มีประชากรประมาณ 1.31 พันล้านคน ไล่เลี่ยมากับจีน โดยมีทั้งประเทศที่ใหญ่และประชากรหนาแน่น ทำให้มีความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่สูงตามไปด้วย ผู้ให้บริการที่ใช้เทคโนโลยี LTE-TDD บนคลื่น 2300 เช่น Airtel มีผู้ใช้ 276.5 ล้านราย, Jio มีผู้ใช้ 112.6 ล้านราย, Aircel มีผู้ใช้ 90.6 ล้านราย เป็นต้น
          ข้อมูลเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่า LTE-TDD บนคลื่นความถี่ 2300 MHz มีความต้องการและเป็นที่นิยมทั่วโลก ดังนั้นหากนำมาใช้ในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงในปริมาณมาก ก็จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้บริโภคชาวไทย
          ซึ่ง GSMA ได้เปิดเผยว่า การติดตั้งโครงข่าย 4G LTE จนถึงปี พ.ศ.2559 มีการเชื่อมต่อผ่านโครงข่าย 4G LTE กว่า 1,100 ล้านจุด และคาดว่าการเชื่อมต่อจะเพิ่มเป็น 2,500 ล้านในปี พ.ศ.2563 ในจำนวนนี้คาดว่ามีการเชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยี LTE TDD กว่า 22%
          ทั้งนี้ ดีแทคจะพัฒนาคลื่นความถี่ 2300 MHz จำนวน 60 MHz ออกมาใช้งานในอนาคตอันใกล้ เพื่อให้บริการ 4G LTE-TDD สามารถรองรับบริการโมบายบรอดแบนด์ และฟิกซ์บรอดแบนด์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม สามารถดาวน์โหลดได้ที่ความเร็ว 300 Mbps และสามารถเพิ่มความเร็วขึ้นได้อีก และคาดการณ์ว่าช่วงปลายปีนี้ดีแทคจะนำเทคโนโลยี 4G LTE-TDD ออกมาให้บริการแบบจัดเต็ม รวมถึงบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ก็จะให้บริการประชาชนในพื้นที่ห่างไกลตามนโยบายของรัฐบาล.